กำแพงกันดินมาฝาก

(1/1)

notelai:
12. กำแพงกันดิน ::2:: ::2::
กำแพงกันดิน (Retaining Wall) เป็นส่วนประกอบที่ใช้ต้านทานแรงดันทางด้านข้างของ ตัวอย่างเช่นเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมแม่น้ำลำคลอง กำแพงโดยรอบชั้นใต้ดินของอาคาร ซึ่งกำแพงโดยรอบของชั้นใต้ดินของอาคารนี้นอกจากจะต้านทานแรงดันทางด้านข้องของดิน แล้วยังต้านทานแรงดันทางด้านข้างของน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำใต้ดินซึมเข้าสู่ชั้นใต้ดินของอาคารได้ (บางกรณีก็ใช้ต้านทานแรงดันของน้ำ หรือเก็บกัก ป้องกันน้ำมิให้รั่วซึมด้วย เช่นถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กที่อยู่ชั้นใต้ดิน หรือบนดาดฟ้า) และตานทานแรงทางด้านข้างอ้นเนื่องจากน้ำหนักกดทับจากผิวบน เช่นน้ำหนักยวดยานพาหนะจากการจราจร กำแพงกันดินจำแนกตามลักษณะของโครงสร้างได้ดังนี้
12.1 กำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็ก  ::15:: ::15:: ::15::
กำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็ก เหมาะกับความลึกไม่เกิน 10 เมตร (หากลึกกว่านี้จะไม่ประหยัด ควรเลือกระบบอื่น ๆ) ส่วนใหญ่ก่อสร้างโดยขุดดินออกมาเพื่อหล่อกำแพง แล้วถมดินกลับภายหลัง กำแพงประเภทนี้จะทึบน้ำ ป้องกันการรั่วซึมได้ดี รูปที่ 36 ตัวอย่างกำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็ก
 
12.2 เข็มพืด  ::16:: ::16:: ::16::
เข็มพืด (Sheet Pile) มีลักษณะเหมือนกำแพงที่ตอกต่อเนื่องกัน เพื่อต้านทานแรงดันดินและน้ำมักใช้กับโครงสร้างที่อยู่ติดน้ำ หรือตอกป้องกันตลิ่งพัง (ที่ไม่สามารถหล่อคอนกรีตในที่ได้) หรือใช้ชั่วคราวเพื่อป้องกันการพังทลายของดินสำหรับการทำงาน หรืออาคารที่ต้องขุดดินลึก ๆ เช่น เพื่อทำฐานราก หรือชั้นใต้ดิน เข็มพืดมีทั้งที่ทำจากไม้ คอนกรีตหล่อสำเร็จ และเหล็ก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงเข็มพืดในแวดวงก่อสร้างมักนึกถึงเข็มพืดเหล็กเป็นส่วนใหญ่ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

12.2.1 เข็มพืดไม้ใช้แผ่นไม้ตอกชิดติดต่อกันไป หรือใช้ไม้ที่มีร่อง และลิ้นตอกขัดกันต่อเนื่องเป็นแนว เข็มพืดไม้นิยมใช้กับงานที่มีการขุดดินไม่ลึก และงานโครงสร้างที่มีแรงดันดินกระทำไม่มากนัก ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้เพราะไม้ราคาแพงขึ้น และผุกร่อนเสื่อมสลายได้

12.2.2 เข็มพืดคอนกรีตสำเร็จรูป เป็นเข็มตอก มีทั้งรูปตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีลิ้น และร่อง ที่ขัดกันเพื่อปิดช่องว่าง หรือรูปตัดเป็นรูปตัวไอกว้าง ซึ่งต้องอัดน้ำปูนเข้าไปในช่องว่างระหว่างเข็มตอกแต่ละต้นภายหลังตอก (รูปที่ 37)
 
12.2.3 เข็มพืดเหล็ก เป็นเหล็กรูปตัว Z ท่อกลม หรืออื่น ๆ แต่ละชิ้นมีร่อง หรือที่ยึดเกี่ยวกันไปเกิดเป็นเข็มพืด เข็มพืดเหล็กแข็งแรง น้ำหนักเบา ตอก หรือกดให้จมง่าย กรณีใช้เป็นเข็มพืดชั่วคราวก็ดึง หรือรื้อถอนสะดวก เข็มพืดเหล็กจึงมีข้อดีที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก

เข็มพืดเหล็กมีรูปหน้าตัดหลายขนาดให้เลือกตามความแข็งแรงที่ต้องการ เข็มพืดเหล็กอาจมีคาน (Soldier Beam) และเสาค้ำยัน (Wale) อยู่เป็นช่วง ๆ รวมทั้งอาจมีสมอเหล็ก (Tie Rod and Anchorage) ยึดโยงที่ส่วนบนของเข็มพืดกับโครงสร้างแข็งแรงเช่น แท่งคอนกรีตขนาดใหญ่ (Dean man End) หรือเสาเข็มที่ตอกทำมุมเอียง (Batter Pile) เพื่อให้เข็มพืดเหล็กเสถียร สามารถรับแรงได้มากขึ้น (รูปที่ 38)  ::6:: ::6:: ::6::
 
12.2.4 เสาเข็ม และแผ่นตอก
ประกอบด้วยเสาเข็มตอก ซึ่งอาจจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือไม้ (ปัจจุบันนิยมใช้เข็มคอนกรีตรูปตัวไอ) ตอกห่างกันเป็นระยะเท่า ๆ กัน และใช้แผ่นตอกเช่นพื้นคอนกรีตอัดแรงสำเร็จรูปชนิดแผ่นเรียบ สอด หรือขัดลงระหว่างช่องว่าง (ตามร่อง) ของเสาเข็ม แล้วกด หรือตอกให้จมลึกลงไปในดินให้ได้ระดับที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนแผ่นตอกในแต่ละช่องระหว่างเสาเข็มจึงขึ้นกับความลึกของกำแพง (รูปที่ 39)
 
รูปที่ 39 เสาเข็มและแผ่นตอก
12.2.5 กำแพงไดอะแฟรม (Diaphragm Wall)
เป็นระบบที่ใช้คอนกรีตหล่อในที่ คล้ายคลึงการทำเสาเข็มเจาะระบบเปียก โดยใช้กระเช้าตักดินขุดหลุมเอาดินขึ้นมาก่อนตามขนาด และแนวที่จะทำกำแพง ใช้สารละลาย Bentonite ป้องกันการพังทลายของดิน แล้วหย่อนเหล็กเสริมที่ผูกเป็นโครงไว้แล้วลงไป ก่อนเทคอนกรีตเมื่อทิ้งไว้จนคอนกรีตแข็งตัวมีกำลังตามกำหนดแล้ว จึงขุดดินข้างในกำแพงออก เพื่อทำชั้นใต้ดิน หรือก่อสร้างส่วนอื่น

12.2.6 กำแพง Secant Pile
ใช้กันดินในงานก่อสร้างชั้นใต้ดินเพื่อต้านทานแรงดันทางด้านข้างของดิน และน้ำ การก่อสร้างต้องขุดดิน และใส่สารละลายเบนโทไนต์ลงในหลุมเจาะ เช่นเดียวกับกำแพงไดอะแฟรม แต่แทนที่โครงสร้างจะเป็นส่วนของกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กต่อเนื่องกันไป กำแพงแบบ Secant Pile จะประกอบด้วยเสาเข็มเจาะวางติดชิดกันไปตามแนวของกำแพง โดยหล่อเสาเข็มคอนกรีตชนิดไม่เสริมเหล็กให้ห่างกันเป็นระยะๆ ก่อน หลังจากนั้นจึงหล่อเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กแทรกในช่องว่างระหว่างเสาเข็มคอนกรีตชนิดไม่เสริมเหล็กต่อไป

Rak Kon Thai:
ขอบคุณนะคะ น้องโน้ต สำหรับขัอมูลดีๆ  ::17::

aphiwit:
ขอบคุณมากครับ เป็นประโยชน์มาก

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ