[x]

ยินดีต้อนรับท่านผู้เยี่ยมชม

สมัครสมาชิกซีวิลคลับ Civil Engineering Site
สวัสดี พฤศจิกายน 21, 2017, 12:15:04 AM
ยินดีต้อนรับท่าน, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

เจาะดิน เสื้อยืด เสื้อโปโล ย้ายบ้าน ซื้อของออนไลน์ ชุดนอนเซ็กซี่ ชุดนอนไม่ได้นอน เสาเข็มเจาะ
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา บทความวิศวกรรมโยธา สมัครงานราชการ CivilClub FanPage ติดต่อเรา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก แชทรูม  
บทสรุปการประมาณราคา
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทสรุปการประมาณราคา  (อ่าน 9574 ครั้ง)
คำค้นหา: การประมาณราคา
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
USS Submarine
จะเห็นแก่ตัวกันไปทำไม?
Administrator
*

จิตพิสัย: +10966/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มีนาคม 03, 2009, 02:43:01 PM
อายุ: 34
ตำแหน่ง: วิศวกรสนาม
เนื้อหาโปรด: วิเคราะห์โครงสร้าง ออกแบบ RC Design
อนาคต: construction manager
โพสต์: 6669
ที่อยู่: Webboard CivilClub.net
สมาชิก ID: 2

Level : 66 :-: Exp : 52%
HP: 0.1%
PD: 6669


ฝึกเป็นคนใจกว้างไว้บ้างก็ดี

Google Talk
เว็บไซต์
| |
« เมื่อ :: มกราคม 12, 2010, 01:40:20 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน

 

 

บทสรุปการประมาณราคา

1          บทนำ

                   เอกสารฉบับนี้เป็นเพียงเอกสารแนะนำแนวทางในการประมาณราคาเบื้องต้น ผู้ประมาณราคา และผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านราคา จะต้องระมัดระวังข้อผิดพลาดต่าง ๆ ตลอดจนควรมีความรู้ และหมั่นสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ และใช้ข้อมูลที่ทันสมัย ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลเดิมที่นำมาใช้ จะต้องใช้วิจารณญาณในการใช้ด้วยความระมัดระวัง เป็นอย่างยิ่ง

 

2          การประมาณราคาผิดพลาด

1.       ความผิดพลาดในทางคณิตศาสตร์

2.       ความผิดพลาดในการคัดลอก

3.       ความผิดพลาดในการกะระยะเวลาทำงาน

4.       ความผิดพลาดในการกำหนดค่าแรงงานผิด ไม่มีสถิติค่าแรงในท้องถิ่นนั้นๆ

5.       คิดงานผิดพลาดในการคิดราคาวัสดุก่อสร้าง

6.       ความผิดพลาดในการคิดปริมาณวัสดุ

7.       ไม่ไดเผื่อวัสดุสิ้นเปลืองหมดไป

8.       ความผิดพลาดในการขนส่ง เคลื่อนย้าย เศษวัสดุเหลือใช้ หรือเก็บรักษา

9.       ไม่ได้คิดค่าเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ในการบำรุงรักษา

10.    ความคุมงานไม่ดี มีงานผิดพลาดต้องแก้ไข เสียค่าวัสดุและค่าแรงงานซ้ำซ้อน

11.    ไม่ปฏิบัติงานไปตามแผนการทำงาน ขาดการติดตามผลงาน

12.    การบริหารเงินไม่ถูกต้องกับโครงการ

13.    เหตุจากเหตุสุดวิสัย

14.    ไม่ได้ตรวจสอบผลการประมาณราคา

15.     ไม่ได้บวกค่าดำเนินการ ค่าใช้จ่าย กำไร

16.    เกิดอุปสรรคทางธรรมชาติ หรือเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน

 

3          รายการงานตรวจสอบ (Checklist)

1. ได้รับแบบครบถ้วนหรือไม่

2. แบบที่ได้รับเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่

3. แบบที่ใช้ในการถอดแบบเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่

4. ข้อมูลระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต้องรื้อย้าย ก่อสร้างใหม่มีครบถ้วนหรือไม่

5. ได้คำนึงถึงวิธีการก่อสร้างว่าจำเป็นต้องมีงานชั่วคราว เช่น Sheet Pile, Coffer Dam หรือการสูบน้ำระหว่างการก่อสร้างหรือไม่

6. ได้คำนวณปริมาณงานในข้อ 5. เพื่อใช้ในการประมาณราคาหรือไม่

7. เข้าใจในวิธีการก่อสร้างหรือไม่

8. ได้สอบทานตัวเลขและการคำนวณแล้วหรือไม่

9. หน่วยที่ใช้ถูกต้องหรือไม่

10. ปริมาณงานครบถ้วนหรือไม่

11. Back up Sheet ชัดเจนและสะดวกในการตรวจสอบหรือไม่

12. Back up Sheet ครบถ้วนหรือไม่

13. ลายมือ ตัวเลข ชัดเจนหรือไม่

14. ตรวจสอบ พิสูจน์อักษรแล้วหรือไม่

15. กรณีใช้ Computer ช่วยในการคำนวณ มีรายละเอียดสูตรการคำนวณ และตัวอย่างหรือไม่

16. Diskettes ที่ใช้ในข้อ 15 จะต้องมีระบบการจัดเก็บ ระบบการจัดเก็บเป็นอย่างไร

17. ได้ตรวจสอบดูสถานที่ก่อสร้างหรือไม่

18. ราคาวัสดุ Update หรือไม่

19. หน่วยในการจ่ายเงินสอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิค (Specifications)และบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (Bill of Quantities/B.O.Q.) หรือไม่

20. กรณีที่บัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (Bill of Quantities/B.O.Q.) ระบุให้ใส่ค่า K (Escalation Factor, สูตรการปรับราคา) ถูกต้องและสอดคล้องกับเอกสารประกวดราคาหรือไม่

21. Factor “F” (ค่าดำเนินการ กำไร และภาษี) Update และถูกต้องตามระเบียบของทางราชการหรือไม่

22. ระบบการจัดเก็บเอกสาร (Filing) การผลิต (Reproduction) และการแจกจ่าย (Distribution) ปลอดภัยและเน้นว่าเป็นเอกสาร “ลับ” หรือไม่

23. ราคาวัสดุที่ใช้เป็นราคาที่รวมค่าขนส่งถึงสถานที่ก่อสร้างแล้วหรือไม่

24. งานดินขุดรวมค่าขนส่งดินไปทิ้งแล้วหรือไม่

25. แบบที่ใช้ในการถอดแบบมีข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ เช่น กำลังของคอนกรีต ความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม ความยาวของเสาเข็มและอื่น ๆ

26. มีรายการวัสดุครบถ้วนหรือไม่

27. งานที่มีความต่อเนื่องและเกี่ยวพันกัน มีการแบ่งแยกงานจากกันชัดเจนหรือไม่และต้องสามารถตรวจสอบได้ง่าย

28. วัสดุที่ระบุให้ใช้ตามแบบ มีขายในท้องตลาดหรือไม่

29. ใบเสนอราคามีครบถ้วนหรือไม่

 

4          ความรู้เรื่องค่า “K”

4.1        ความหมาย

             ค่า “K” หรือ ESCALATION FACTOR คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน ณ ระยะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเปิดซองประกวดราคาได้ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ส่งงานในแต่ละงวด โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้

             (1) จะใช้ "ค่า K" ได้ เฉพาะในกรณีที่ผู้รับเหมารับงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น เท่านั้น

             (2) ในการทำสัญญาว่าจ้าง คู่สัญญาจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

 

4.2        ความเป็นมา

             การนำ "ค่า K" มาใช้ เริ่มจากในช่วงปี 2516 - 2517 เกิด วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กสำเร็จรูปต่างๆ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและรุนแรง ผู้รับเหมาต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายหยุดดำเนินการ บางรายละทิ้งงาน เพราะไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างเหมาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้นำ "ค่า K" มา ใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้มีคณะอนุกรรมการเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข สูตร ประเภท และลักษณะงานที่เข้าข่ายสามารถขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้ จนถึงปี 2524 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการใช้ "ค่า K" เนื่องจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำ "ค่า K" มา ใช้อีกครั้ง เนื่องจากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราสูง ก่อให้เกิดการลงทุนอย่างมากในธุรกิจหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว เป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กเส้นขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือโดยมีมติดังกล่าว ให้ใช้ "ค่า K" มาจนถึงปัจจุบัน

 

4.3        องค์ประกอบของค่า K

ค่า K ประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้
M    =    ดัชนีราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
S    =    ดัชนีราคาเหล็ก
C    =    ดัชนีราคาซีเมนต์
G    =    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
F    =    ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
A    =    ดัชนีราคาแอสฟัลท์
E    =    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
GIP =    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
AC =    ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
PVC =    ดัชนีราคาท่อ PVC
PE   =    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
W   =    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
I     =    ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศ

 
5           สูตรการปรับราคา

 

              เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้

 

ก.           เงื่อนไขและหลักเกณฑ์

             1.    สัญญา แบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อ สร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ตามที่ได้กำหนดนี้

             2.    สัญญา แบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทำขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม ขณะเมื่อวันที่จัดประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซองราคาแทน

             3.    การนำสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ เช่น
ใน ประกาศจัดจ้างโดยประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้นๆ จะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกำหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคำนวณที่ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน

              ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภทงานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้นๆ และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้

             4.    การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องเรียกร้องภายในกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้ายหากพ้นกำหนดนี้ไปแล้วผู้ รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้ อีกต่อไป และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่ สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา แล้วแต่กรณี

             5.    การ พิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณและให้ถือการพิจารณา วินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด

 

ข.           ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้

 

             ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คำนวณตามสูตรดังนี้

            

                         P  =        (Po) x (K)

            

             กำหนดให้  P  =      ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง

                        Po =      ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างานเป็นงวด ซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี

                        K  =      ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน

 

             ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงาน ดังนี้

 

หมวดที่ 1  งานอาคาร

             งาน อาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทำการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ำ โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง

1.1          ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจำหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ

1.2          ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจำหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ

1.3          ระบบท่อหรือระบบสายต่างๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ

1.4          ทางระบายน้ำของอาคารจนถึงทางระบายน้ำภายนอก

1.5          ส่วน ประกอบที่จำเป็นสำหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคารโดยต้องสร้างหรือประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคารแต่ ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นำมาประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ำ เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ

 

1.6          ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม ดินตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร

             ใช้สูตร    K = 0.25+0.15 lt/lo+0.10 Ct/Co+0.40 Mt/Mo+0.10 St/So

หมวดที่ 2   งานดิน

2.1          งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดิน การขุด-ถมบดอัดแน่น เขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ำ คันทาง ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน

             สำหรับ การถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้นๆ และมีข้อกำหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่น โดยใช้เครื่องจักรเครื่องมือกลเพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อนชลประทาน

             ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท embankment, excavation, subbase, selected material, untreated base และ shoulder

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.10 lt/lo+0.40 Et/Eo+0.20 Ft/Fo

2.2          งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นำมาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็นระเบียบจนได้ความหนา
ที่ ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อยหรือกรวดขนาดต่างๆ และทรายให้เต็มช่องว่างมีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุ และมีข้อกำหนดวิธีปฏิบัติโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของลาดตลิ่งและท้องลำน้ำ

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.20 lt/lo+0.20 Mt/Mo+0.20 Ft/Fo

2.3          งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่วๆ ไป ระยะทางขนย้ายไป-กลับ ประมาณไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง

             ใช้สูตร    K = 0.45+0.15 lt/lo+0.10 Mt/Mo+0.20 Et/Eo+0.10 Ft/Fo

 

หมวดที่ 3 งานทาง

3.1          งานผิวทาง Prime coat, tack coat, seal coat

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.40 At/Ao+0.20 Et/Eo+0.10 Ft/Fo

 

3.2          งานผิวทาง Surface treatment slurry seal

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.10 Mt/Mo+0.30 At/Ao+0.20 Et/Eo+0.10 Ft/Fo

3.3          งานผิวทาง Asphaltic concrete, penetration Macadam

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.10 Mt/Mo+0.40 At/Ao+0.10 Et/Eo+0.10 Ft/Fo

3.4          งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริมซึ่งประกอบด้วย ตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (Welded steel wire farric) เหล็กเดือย (Dowel Bar) เหล็กยึด (Deformed Tie bar) และรอยต่อต่างๆ (Joint) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.Bridge approach) ด้วย

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.10 lt/lo+0.35 Ct/Co+0.10 Mt/Mo+0.15 St/So

3.5          งานท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับงานระบายน้ำ (Precast reinforced concrete drainage pipe) งาน รางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก งานดาดคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ำและบริเวณลาดคอสะพาน รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตอื่นที่มีรูปแบบและลักษณะ งานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (Manhole) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็นต้น

             ใช้สูตร    K = 0.35+0.20 lt/lo+0.15 Ct/Co+0.15 Mt/Mo+0.15 St/So

3.6          งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.Bearing Unit) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C.Box Culvert) หอ ถังน้ำโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็ก และสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.10 lt/lo+0.15 Ct/Co+0.20 Mt/Mo+0.25 St/So

3.7          งาน โครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสำหรับคนเดินข้ามถนน โครงเหล็กสำหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

             ใช้สูตร    K = 0.25+0.10 lt/lo+0.05 Ct/Co+0.20 Mt/Mo+0.40 St/So

 

หมวดที่ 4   งานชลประทาน

4.1          งาน อาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เหล็กชนิดต่างๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ำหรือคลองระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ำ ได้แก่ ท่อระบายน้ำ น้ำตก รางเท สะพานน้ำ ท่อลอด ไซฟอน และอาคารชลประทานชนิดอื่นๆ ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.20 lt/lo+0.10 Ct/Co+0.10 Mt/Mo+0.20 St/So

4.2          งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดต่างๆ ที่ก่อสร้าง
ใน แนวคลองส่งน้ำหรือคลองระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ำ ได้แก่ ท่อส่งน้ำเข้านา ท่อระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ อาคารอัดน้ำ ท่อลอด และอาคารชลประทานชนิดอื่นๆ ที่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น

             ใช้สูตร    K = 0.35+0.20 lt/lo+0.10 Ct/Co+0.10 Mt/Mo+0.25 St/So

4.3          งานบานระบาย trashrack และ steel liner หมายถึง บานระบายเหล็ก เครื่องกว้านและ
โครงยก รวมทั้ง bulk head gate และงานท่อเหล็ก

             ใช้สูตร    K = 0.35+0.20 lt/lo+0.45 Gt/Go

4.4          งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ anchor bar หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริมในงานคอนกรีตและเหล็ก anchor bar ของงานฝาย ทางระบายน้ำล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญา แยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กเฉพาะดังกล่าวเท่านั้น

             ใช้สูตร    K = 0.25+0.15 lt/lo+0.60 St/So

4.5          งาน คอนกรีตไม่รวมเหล็กและคอนกรีตดาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีตเสริมเหล็กที่หักส่วนของเหล็กออกมาแยกคำนวณต่างหากของงานฝาย ทางระบายน้ำล้นหรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.15 lt/lo+0.25 Ct/Co+0.20 Mt/Mo

4.6          งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุขนาดรูไม่น้อยกว่า 48 มิลลิเมตร ในชั้นดิน หินผุหรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดน้ำปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซมฐานรากอาคารชลประทาน ถนนและอาคารต่างๆ โดยอัดฉีดน้ำปูน

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.20 lt/lo+0.10 Mt/Mo+0.20 Et/Eo+0.10 Ft/Fo

4.7          งาน อัดฉีดน้ำปูน ค่าอัดฉีดน้ำปูน จะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่เปลี่ยนแปลง ตามดัชนีราคาของซีเมนต์ ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวดกับเดือนที่จัดประกวดราคาด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์

 

หมวดที่ 5 งานระบบสาธารณูปโภค

5.1          งานวางท่อ AC และ PVC

5.1.1        ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้

             ใช้สูตร    K = 0.50+0.25 lt/lo +0.25 Mt/Mo

5.1.2        ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.10 lt/lo +0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo

5.1.3        ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVC และหรืออุปกรณ์

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.10 lt/lo +0.10 Mt/Mo +0.40 PVCt/PVCo

5.2          งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ Hydensity polyethylene

5.2.1        ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้

             ใช้สูตร    K   = 0.40+0.10 lt/lo +0.15 Mt/Mo +0.20 Et/Eo +0.15 Ft/Fo

5.2.2        ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และให้รวมถึงงาน Transmission Conduit

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.10 lt/lo +0.10 Mt/Mo +0.10 Et/Eo +0.30 GIPt/GIPo

 

 

5.2.3        ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ Hydensity Polyethylene และหรืออุปกรณ์

             ใช้สูตร    K = 0.50+0.10 lt/lo +0.10 Mt/Mo +0.30 PEt/PEo

5.3          งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ำและงาน Secondary Lining

             ใช้สูตร    K = 0.40+0.10 lt/lo +0.15 Et/Eo +0.35 GIPt/GIPo

5.4          งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.10 lt/lo +0.20 Ct/Co +0.05 Mt/Mo +0.05 St/So +0.30 PVCt/PVCo

5.5          งานวางท่อ PVC กลบทราย

             ใช้สูตร    K = 0.25+0.05 lt/lo +0.05 Mt/Mo +0.65 PVCt/PVCo

5.6          งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี

             ใช้สูตร    K = 0.25+0.25 lt/lo +0.50 GIPt/GIPo

 

ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเท่านั้น

 

5.7          งานก่อสร้างระบบสายส่งแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย

5.7.1        งานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ รวมทั้งงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย

             สำหรับงานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ลักษณะงานดังนี้คือ Preliminary work (ยกเว้น Boundary post), Towers, Insulator string and Overhead Ground wire assemblies, Conductor and Overhead ground wire stringing, Line accessories, grounding materials

             สำหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีย่อย หมายถึง เฉพาะการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้น

             ใช้สูตร    K = 0.60+0.25 lt/lo +0.15 Ft/Fo

5.7.2        งานก่อสร้างฐานรากเสาไฟฟ้า (Tower Foundation) และงานติดตั้ง Boundary Post

             ใช้สูตร    K = 0.35+0.20 lt/lo +0.20 Ct/Co +0.10 St/So +0.15 Ft/Fo

 

 

5.7.3        งานก่อสร้างฐานรากอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย

             ใช้สูตร    K = 0.50+0.20 lt/lo +0.15 Ct/Co +0.15 St/So

5.8          งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง

5.8.1        งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง

             ใช้สูตร    K = 0.35+0.15 lt/lo +0.20 Ct/Co +0.30 St/So

5.8.2        งานเสาเข็มแบบ Cast in place

             ใช้สูตร    K = 0.30+0.10 lt/lo +0.25 Ct/Co +0.35 St/So

 

ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น

5.9          งานก่อสร้างสายส่งแรงสูงระบบแรงดัน 69-115 KV

5.9.1        ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์ให้

             ใช้สูตร    K = 0.80+0.05 lt/lo +0.10 Mt/Mo + 0.05 Ft/Fo

5.9.2        ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์

             ใช้สูตร    K = 0.45+0.05 lt/lo +0.20 Mt/ Mo+0.05 Ft/Fo + 0.25 Wt/Wo

 

ดัชนีราคาที่คำนวณตามสูตรที่ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทำขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์

K            =    Escalation factor

lt            =    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

lo           =    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่จัดประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

Ct           =    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

Co          =    ดัชนีราคาซีเมนต์ในเดือนที่จัดประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

Mt          =    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

Mo          =    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่จัดประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

St           =    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

So           =    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

Gt           =    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

Go          =    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

At           =    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

Ao          =    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

Et           =    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

Eo          =    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

Ft           =    ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

Fo           =    ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว   ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

ACt         =    ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

ACo        =    ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

PVCt        =    ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

PVCo       =    ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่จัดการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

GIPt        =    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

GIPo        =    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี   ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

PEt          =    ดัชนีราคาท่อ Hydensity polyethylene ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

PEo         =    ดัชนีราคาท่อ Hydensity polyethylene ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

Wt          =    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า  ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด

Wo          =    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า  ในเดือนที่จัดการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

 

ค.           วิธีการคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้

             (1)   การคำนวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้นๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

             (2)   การคำนวณค่า K สำหรับ กรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญาเดียวกันจะต้องแยกค่างานก่อ สร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่ได้กำหนดไว้

             (3)   การคำนวณหาค่า K กำหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษและกำหนดให้เลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสำเร็จก่อน แล้วจึงนำผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น

             (4)   ให้พิจารณาเงินเพิ่ม หรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสำหรับงานก่อสร้างนั้นๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้)

             (5)   ในกรณีผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญาหรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า

             (6)   การ จ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลง ซึ่งจะคำนวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนำมาคำนวณหาค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้นๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคำนวณเงินเพิ่มได้ให้ขอทำความตกลงเรื่องการเงินกับสำนักมาตรฐานงบประมาณ

 

6          แหล่งข้อมูล

 

6.1        ความรู้ทั่วไป

1            ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕

2            The International Cost Engineering Council

3            The Society of Cost Estimating and Analysis (SCEA)

4            The Association for the Advancement of Cost Engineering

5.           International Construction Information Society. A Description and Comparison of National Specification Systems.  http://www.icis.org/siteadmin/rtdocs/images/10.pdf

6.           Construction Specifications Institute (CSI).

 

6.2       ข้อมูลราคา

1            ราคาวัสดุก่อสร้าง โดย สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์

2            มาตรฐานงบประมาณ บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 (พฤษภาคม 2551)

             ราคาวัสดุก่อสร้างมวลรวมต่อหน่วยตามมาตรฐานงานช่าง ราคาวัสดุก่อสร้าง ฯ (แนวทาง วิธีปฏิบัติ และรายละเอียดประกอบ) กุมภาพันธ์ 2550 (กรมบัญชีกลาง)

3            Factor F สำนักพัฒนามาตรฐานระบบพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

             หลักเกณฑ์การใช้ตาราง Factor F

4.           ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

 

6.3        หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ Project Management for Construction Fundamental Concepts for Owners, Engineers, Architects and Builders

 

6.4        หนังสือแนะนำ

 

1.   แนวทางการจัดการข้อมูลงานก่อสร้างสำหรับการประเมินและควบคุมราคางานก่อสร้าง โดย คณะอนุกรรมการ สาขาบริหารงานก่อสร้าง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

2.       แนวทางการวัดปริมาณงานก่อสร้างในส่วนของงานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม โดย คณะอนุกรรมการ สาขาบริหารงานก่อสร้าง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

3.       การประมาณต้นทุน ศ. พล.ท. มณเฑียร ประจวบดี

4.       กลยุทธ์การวิเคราะห์ราคางานก่อสร้าง      โดย อ. ปริญญา ศุภศรี

5.       การประมูลและควบคุมต้นทุน โดย อ. ปริญญา ศุภศรี

6.      

Civil Engineering


thxby14670jom, anuwatcm, tawatchai2507, phaseza, คนบ้าลุ่มน้ำลำตะคอง, sagurato, basbundit, Supawat
 
บันทึกการเข้า


!!! ประกาศขอความร่วมมือในการงดแจกโปรแกรมลิขสิทธิ์ในบอร์ด หากต้องการให้ข้อมูลก็ให้แจ้งทาง PM ครับ !!!
*** ท่านที่ฝ่าฝืนมีโอกาสรับสิทธิ์แบน User ได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ***


ใช่ซี้...โยธาอย่างกุมันจนนี่
BC049
Foreman
*

จิตพิสัย: +23/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:ตุลาคม 26, 2009, 03:46:42 PM
อายุ: 39
ตำแหน่ง: ช่าง
เนื้อหาโปรด: ออกแบบ
อนาคต: วิศวกร
โพสต์: 21
ที่อยู่: 283 ซ.องครักษ์11 สามเสน ดุสิต กทม.
สมาชิก ID: 1896

Level : 3 :-: Exp : 73%
HP: 0%
PD: 21



| |
« ตอบ #1 เมื่อ :: มกราคม 22, 2010, 08:12:53 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณมาก ๆๆๆๆเลยครับ

 
บันทึกการเข้า
aznable
Headman
*

จิตพิสัย: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มกราคม 20, 2010, 09:27:39 PM
อายุ: -510
ตำแหน่ง: กกหฟ
เนื้อหาโปรด: กหฟกหฟ
อนาคต: กหฟกหฟ
โพสต์: 10
ที่อยู่: dsadsa
สมาชิก ID: 2911

Level : 2 :-: Exp : 63%
HP: 0%
PD: 10



| |
« ตอบ #2 เมื่อ :: มกราคม 23, 2010, 04:10:23 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณครับ

 
บันทึกการเข้า
Hummingbird
Headman
*

จิตพิสัย: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มกราคม 25, 2010, 09:05:36 PM
อายุ: 31
ตำแหน่ง: เด็กน้อย
เนื้อหาโปรด: การเงิน
อนาคต: เราจะโต
โพสต์: 10
ที่อยู่: กทม
สมาชิก ID: 2940

Level : 2 :-: Exp : 63%
HP: 0%
PD: 10



| |
« ตอบ #3 เมื่อ :: มกราคม 25, 2010, 09:36:22 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณคับ

 
บันทึกการเข้า
Chaiyot_eng
Foreman
*

จิตพิสัย: +25/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:กรกฎาคม 29, 2009, 12:46:30 PM
อายุ: 32
ตำแหน่ง: วิศวกรโครงการ
โพสต์: 25
ที่อยู่: 1/4
สมาชิก ID: 589

Level : 4 :-: Exp : 7%
HP: 0.1%
PD: 25



| |
« ตอบ #4 เมื่อ :: มกราคม 27, 2010, 04:40:04 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
  สุดยอด

 
บันทึกการเข้า
pinkGy
น้องใหม่ในสายงาน
*

จิตพิสัย: +6/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มกราคม 30, 2010, 10:31:25 PM
อายุ: 930
ตำแหน่ง: นักศึกษา
เนื้อหาโปรด: โครงสร้าง
อนาคต: วิศวกร
โพสต์: 6
ที่อยู่: xx
สมาชิก ID: 2983

Level : 2 :-: Exp : 13%
HP: 0%
PD: 6



| |
« ตอบ #5 เมื่อ :: มกราคม 30, 2010, 11:18:44 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
สุดยอดไปเลยครับพี่

 
บันทึกการเข้า
camtang
Foreman
*

จิตพิสัย: +33/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:สิงหาคม 07, 2009, 12:41:15 PM
อายุ: 30
ตำแหน่ง: นักศึกษา
โพสต์: 28
ที่อยู่: 64/1 จ.ขอนแก่น
สมาชิก ID: 672

Level : 4 :-: Exp : 29%
HP: 0%
PD: 28



| |
« ตอบ #6 เมื่อ :: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 12:03:44 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณครับ

 
บันทึกการเข้า
oangoad22m1
Foreman
*

จิตพิสัย: +21/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:กุมภาพันธ์ 22, 2010, 02:24:41 PM
อายุ: 35
ตำแหน่ง: นายช่างโยธา
เนื้อหาโปรด: ออกแบบเขียนแบบ
อนาคต: วิศวกรโยธา
โพสต์: 21
ที่อยู่: 89 ม.6 ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ 31120
สมาชิก ID: 3155

Level : 3 :-: Exp : 73%
HP: 0%
PD: 21



| |
« ตอบ #7 เมื่อ :: กุมภาพันธ์ 28, 2010, 02:32:01 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณมากครับ ความรู้ดีๆทั้งนั้น

 
บันทึกการเข้า
pakasit
น้องใหม่ในสายงาน
*

จิตพิสัย: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:กุมภาพันธ์ 18, 2010, 06:21:43 PM
อายุ: -508
ตำแหน่ง: วิศวกร
เนื้อหาโปรด: ออกแบบ
อนาคต: เหมาอาคารสูง
โพสต์: 5
ที่อยู่: 434/228 พระโขนง กทม
สมาชิก ID: 3114

Level : 2 :-: Exp : 0%
HP: 0%
PD: 5



| |
« ตอบ #8 เมื่อ :: มีนาคม 02, 2010, 09:42:09 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอขอบคุณมากกกกกกกกก

 
บันทึกการเข้า
aecivil
Office Engineer
*

จิตพิสัย: +34/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:กุมภาพันธ์ 23, 2010, 02:44:02 PM
อายุ: 39
ตำแหน่ง: นายช่างโยธา
เนื้อหาโปรด: การออกแบบ,เขียนแบบ
อนาคต: ผู้บริหาร
โพสต์: 34
ที่อยู่: saraburi
สมาชิก ID: 3172

Level : 4 :-: Exp : 71%
HP: 0%
PD: 34



| |
« ตอบ #9 เมื่อ :: มีนาคม 03, 2010, 01:41:02 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
เป็นข้อมูลที่มีความรู้มากคับ...

 
บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Forum "CivilClub" Forum of civil engineering. A collection of knowledge in civil engineering, construction and structural design Reinforced concrete design Structural analysis. Thought processes and methods and analysis of civil engineering. Community for civil engineers and those interested in civil engineering. For civil engineering problems and general construction. Consulting engineer on the construction. Guidelines for structural design. Construction process and interesting information engineering construction.


ประกาศจากทีมงาน แนะนำจากสมาชิก ห้องทดลอง คุยกับวิศวกรโยธา ทำเนียบผู้รับเหมา ห้องเรียนวิศวกรรมโยธา เรื่องจริงผ่านงาน โปรแกรมวิศวกรรม VDO คลิป Post Club ตำแหน่งงานวิศวกรรมโยธา Coffee Break ห้องค้าขาย Tip Comp. Club Jobs FreeLance หมวดงานโครงสร้าง หมวดงานสถาปัตยกรรม หมวดงานระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง หมวดงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล หมวดงานอื่นๆ ร้านวัสดุ Trainer

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF | SMF © 2013, Simple Machines | Sitemap | ซื้อสินค้าออนไลน์ Valid XHTML 1.0! Valid CSS!