[x]

ยินดีต้อนรับท่านผู้เยี่ยมชม

สมัครสมาชิกซีวิลคลับ Civil Engineering Site
สวัสดี เมษายน 28, 2017, 07:36:43 AM
ยินดีต้อนรับท่าน, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

เจาะดิน เสื้อยืด เสื้อโปโล ย้ายบ้าน ซื้อของออนไลน์ ชุดนอนเซ็กซี่ ชุดนอนไม่ได้นอน เสาเข็มเจาะ
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา บทความวิศวกรรมโยธา สมัครงานราชการ CivilClub FanPage ติดต่อเรา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก แชทรูม  
สะพาน และโครงสร้างของสะพานรูปแบบต่างๆ
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สะพาน และโครงสร้างของสะพานรูปแบบต่างๆ  (อ่าน 4152 ครั้ง)
คำค้นหา: สะพานแบบที่ง่ายที่สุดหรือครับ ก็คือการตัดต้นไม้ลงคร่อมคลองนั่นเอง
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
USS Submarine
จะเห็นแก่ตัวกันไปทำไม?
Administrator
*

จิตพิสัย: +10966/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มีนาคม 03, 2009, 02:43:01 PM
อายุ: 33
ตำแหน่ง: วิศวกรสนาม
เนื้อหาโปรด: วิเคราะห์โครงสร้าง ออกแบบ RC Design
อนาคต: construction manager
โพสต์: 6669
ที่อยู่: Webboard CivilClub.net
สมาชิก ID: 2

Level : 66 :-: Exp : 52%
HP: 0.2%
PD: 6669


ฝึกเป็นคนใจกว้างไว้บ้างก็ดี

Google Talk
เว็บไซต์
| |
« เมื่อ :: ตุลาคม 27, 2009, 08:49:12 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน

 

 

สะพาน และโครงสร้างของสะพานรูปแบบต่างๆ

สิ่งก่อสร้างที่นับว่าท้าทายวิศวกรมากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือสะพานครับ สะพานเชื่อมต่อแผ่นดินที่ถูกขวางกั้นด้วยแม่นํ้าหรือหุบเหว ทำให้การเดินทางของมนุษย์สามารถไปต่อกันได้ แต่ใช่ว่าจะไร้พรมแดนนะครับ เพราะว่าความยาวและความแข็งแรงของสะพานนั้นยังมีขีดจำกัดและการขยายช่วงข้ามให้กว้างออกไปยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายกันต่อไป แรกเริ่มเดิมทีนั้น การสร้างสะพานก็จะสร้างกันแบบง่ายๆพอให้คนข้ามไปได้ อย่างเช่นการใช้สะพานที่ทำด้วยไม้หรือเชือกสำหรับข้ามแม่นํ้า แต่ต่อมาเมื่อโลกเราแคบลง มีการติดต่อค้าขายไปมาหาสู่กันมากขึ้น การใช้งานของสะพานจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การข้ามของตัวคนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งของ สัมภาระ พาหนะ สินค้าอุปกรณ์ อาวุธ และอื่นๆอีกมาก ดังนั้นการสะพานในรุ่นต่อมา จึงต้องมีผ่านการออกแบบ ที่ซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น เพราะความต้องการของสะพานคือ จะต้องสามารถรองรับนํ้าหนักได้มาก ในขณะเดียวกันก็จะต้องมีช่วงข้าม (span) หรือช่องห่างระหว่างตอม่อที่ยาวยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

ในเปิดโลกวิศวะตอนนี้ พี่โจก็อยากจะมาแนะนำให้น้องๆได้รู้จักกับสะพานแบบต่างๆกันนะครับ รวมถึงหลักการในการออกแบบว่าทำไมถึงได้มีสะพานรูปร่างแตกต่างกันมากมาย และสุดท้ายก็จะยกตัวอย่างการคำนวณขั้นพื้นฐาน ที่จะนำไปสู่การออกแบบสะพานได้นะครับ

สะพานแบบที่ง่ายที่สุดหรือครับ ก็คือการตัดต้นไม้ลงคร่อมคลองนั่นเอง(ฮา) แต่สะพานแบบพื้นฐานเกิดมาแต่นมนานจริงๆแล้วก็คือ สะพานแบบคาน (beam bridge หรือ grider bridge) ซึ่ง ลักษณะก็เพียงแค่เรานำคานมาวางพาดลงระหว่างเสา การออกแบบและก่อสร้างของสะพานแบบคานนั้นค่อนข้างจะง่าย แต่ว่ามีข้อจำกัดที่ความแข็งแรงของตัวคานครับ สมมุติว่าถ้ามีของหนักๆข้าม เช่นช้างน้อยในรูป


คานจะแอ่นลงตามนํ้าหนัก ส่วนบนของคานจะรับแรงกด (ลูกศรสีแดง) และส่วนล่างจะรับแรงดึง (ลูกศรสีนํ้าเงิน) ซึ่งถ้าแรงที่กระทำต่อคานนั้นมากเกินกว่าความทนทานของวัสดุ ก็จะทำให้คานร้าวและสะพานหักลงในที่สุดได้ ความยาวของยาวของสะพานถูกจำกัด ดังนั้นจึงหาสะพานมีการก่อสร้างแบบคาน และมีช่วงข้ามเกิน 250 ฟิตได้ยาก
 

สะพานแบบโค้ง (arch bridge) เป็น แบบที่นับว่ามีความแข็งแรงมาก โดยธรรมชาติครับ สะพานแบบนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยโรมัน โดยสำหรับใช้ในการเดินทัพ คน-ม้า-อาวุธ-เสบียง ออกจากเมืองไปรบกับเมืองอื่น การก่อสร้างของชาวโรมันก็คือ แกะสลักก้อนหินออกเป็นแท่งๆ ให้ได้รูปร่างพอดีที่จะมาต่อกับเป็นส่วนโค้ง เสร็จแล้วจึงนำมาเรียงต่อกัน เป็นส่วนโค้งด้านใต้สะพาน ส่วนด้านข้างของส่วนโค้ง ก็จะวางก้อนหินมาวางเพิ่ม เพื่ออุดช่องว่างไม่ให้ส่วนโค้งนั้นเสียรูป ดังนั้นเมื่อมีนํ้าหนักกดจากทางด้านบน แรงก็จะถ่ายต่อให้ส่วนโค้งนั้นรับแรงกด ไปตามลูกศรสีแดงในรูปครับ ข้อดีของสะพานแบบนี้คือ เมื่อสะพานได้รับแรงกดไปนานเข้า ก็จะดันให้ก้อนหินบีบเข้าใกล้กันแน่นขึ้นๆ ทำให้เพิ่มความแข็งแรงของสะพานยิ่งๆ ขึ้น ดังตัวอย่างเช่น สะพานที่สร้างในสมัยโรมันนั้น บางสะพานยังสามารถใช้งานได้ในปัจจุบัน มีรถยนต์วิ่งข้ามกันฉลุยเลยครับ


ข้อเสียของสะพานแบบนี้คือ ข้อจำกัดในการหาวัสดุ และความยากลำบากในการก่อสร้าง สะพานหนึ่งๆ ต้องใช้เวลาก่อสร้างนานมาก ต่อมาเมื่อมีอุตสาหกรรมเหล็กเกิดขึ้น ความนิยมในการสร้างสะพานโค้งด้วยหินจึงลดลง และได้มีการพัฒนามาใช้โครงเหล็ก มาแทนก้อนหินดังตัวอย่างในรูปครับ


สะพานแบบโครง (truss bridge) อาศัยการรวมกันของโครง (truss) ครับ ซึ่งเจ้าโครงนี้ก็คือคานตรง (beam) สาม แท่ง ต่อกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งจะรับ-ถ่ายแรงกันอย่างสมดุลอยู่ภายในแต่ละโครง และเมื่อนำโครงหลายๆชุดมารวมกันเป็นโครงร่างสะพาน ก็จะทำให้สะพานแข็งแรงไม่บิดหรือแอ่นครับ

ตัวอย่างเช่นเมื่อมีนํ้าหนักกดอยู่บนสะพาน แทนที่พื้นสะพานจะรับนํ้าหนักนี้โดยตรง แรงจากนํ้าหนักนั้น ก็จะถูกถ่ายลงไปเป็นแรงอัด และแรงดึงภายในคานต่างๆ ของโครงสร้าง ความสมดุลในการถ่ายแรง ระหว่างคานนี้เองจะป้องกันไม่ให้คานบิดหรือแอ่น ทำให้สามารถสร้างสะพาน ที่มีช่วงข้ามยาวขึ้นได้กว่า สะพานแบบคานธรรมดาครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก bpi-concretepile.co.th 

Civil Engineering


 
บันทึกการเข้า


!!! ประกาศขอความร่วมมือในการงดแจกโปรแกรมลิขสิทธิ์ในบอร์ด หากต้องการให้ข้อมูลก็ให้แจ้งทาง PM ครับ !!!
*** ท่านที่ฝ่าฝืนมีโอกาสรับสิทธิ์แบน User ได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ***


ใช่ซี้...โยธาอย่างกุมันจนนี่
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Forum "CivilClub" Forum of civil engineering. A collection of knowledge in civil engineering, construction and structural design Reinforced concrete design Structural analysis. Thought processes and methods and analysis of civil engineering. Community for civil engineers and those interested in civil engineering. For civil engineering problems and general construction. Consulting engineer on the construction. Guidelines for structural design. Construction process and interesting information engineering construction.


ประกาศจากทีมงาน แนะนำจากสมาชิก ห้องทดลอง คุยกับวิศวกรโยธา ทำเนียบผู้รับเหมา ห้องเรียนวิศวกรรมโยธา เรื่องจริงผ่านงาน โปรแกรมวิศวกรรม VDO คลิป Post Club ตำแหน่งงานวิศวกรรมโยธา Coffee Break ห้องค้าขาย Tip Comp. Club Jobs FreeLance หมวดงานโครงสร้าง หมวดงานสถาปัตยกรรม หมวดงานระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง หมวดงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล หมวดงานอื่นๆ ร้านวัสดุ Trainer

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF | SMF © 2013, Simple Machines | Sitemap | ซื้อสินค้าออนไลน์ Valid XHTML 1.0! Valid CSS!