[x]

ยินดีต้อนรับท่านผู้เยี่ยมชม

สมัครสมาชิกซีวิลคลับ Civil Engineering Site
สวัสดี ธันวาคม 10, 2016, 06:09:24 AM
ยินดีต้อนรับท่าน, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

เจาะดิน เสื้อยืด เสื้อโปโล ย้ายบ้าน ซื้อของออนไลน์ ชุดนอนเซ็กซี่ ชุดนอนไม่ได้นอน เสาเข็มเจาะ
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา บทความวิศวกรรมโยธา สมัครงานราชการ CivilClub FanPage ติดต่อเรา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก แชทรูม  
ปัญหาอาคารทรุดในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาอาคารทรุดในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล  (อ่าน 3480 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
USS Submarine
จะเห็นแก่ตัวกันไปทำไม?
Administrator
*

จิตพิสัย: +10966/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มีนาคม 03, 2009, 02:43:01 PM
อายุ: 33
ตำแหน่ง: วิศวกรสนาม
เนื้อหาโปรด: วิเคราะห์โครงสร้าง ออกแบบ RC Design
อนาคต: construction manager
โพสต์: 6669
ที่อยู่: Webboard CivilClub.net
สมาชิก ID: 2

Level : 66 :-: Exp : 52%
HP: 0.2%
PD: 6669


ฝึกเป็นคนใจกว้างไว้บ้างก็ดี

Google Talk
เว็บไซต์
| |
« เมื่อ :: พฤษภาคม 20, 2009, 01:57:51 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน

 

 

ปัญหาอาคารทรุดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ผลการเจาะดินแสดงสภาพชั้นดินในกรุงเทพฯในเขตบางนา

 ชั้นดินอ่อนของกรุงเทพฯ เป็นชั้นดินที่เกิดจากการตกตะกอนทับถม ของดินตะกอนจากแม่น้ำลำคลองในที่ลุ่มภาคกลางของประเทศไทย โดยเฉพาะเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ได้มีการสำรวจพบว่า มีชั้นดินอ่อนหนาระหว่าง 12-16 เมตร จากชั้นดินชั้นบนสุด ซึ่งค่ากำลังรับแรงเฉือนของดินก่อน (ALLOWABLE BEARING CAPACITY) ช่วงความลึก

8-10 เมตร จะมีค่าต่ำอยู่ระหว่าง 1.0-2.0 ตัน / ต.ร.ม. ค่าความชื้นเปลี่ยนแปลงระหว่าง 100-70 % ค่าPLASTICITY INDEX (P.I) มีค่าระหว่าง 30-50 % ซึ่ง

หมายความว่า ชั้นดินอ่อนของกรุงเทพฯ มีอัตราการทรุดตัว (CONSOLIDATION SETTLEMENT) ในอัตราที่สูง เช่นในพื้นที่บางกะปิและบางนา-ตราด จากสถิติ พบว่ามี

อัตราการทรุดตัวสูงถึงปีละประมาณ 2- 3ซ.ม.* จากสภาพความสามารถในการรับน้ำหนัก (ALLOWABLE BEARING CAPACITY)

ของชั้นดินอ่อนในกรุงเทพฯ ที่ต่ำ จึงสามารถรับน้ำหนักอาคารได้ในเกณฑ์ที่จำกัด(อาคารพักอาศัยชั้นเดียว) ฐานรากของอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปจำเป็น ต้องใช้ฐานรากบน

เสาเข็มทั้งหมดแต่ทั้งนี้เสาเข็มที่ใช้ต้องเป็นเสาเข็มที่มีความยาวของเสาเข็ม ให้ปลายของเสาเข็มหยั่งลึกถึงชั้นดินแข็ง จึงจะหยุดยั้งการทรุดตัวของอาคารได้ดังนั้นการต่อเติมอาคารทั่วไป

ที่ใช้เสาเข็มสั้น3-5-เมตร-จึงมักพบการทรุดตัวสูงและมีอัตราเร็วใกล้เคียงกันกับ การทรุดตัวของชั้นดินอ่อนโดยทั่วไป

การออกแบบอาคารโดยใช้เสาเข็มสำหรับชั้นดินในกรุงเทพฯ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงจากผลกระทบของชั้นดินอ่อนประการหนึ่ง คือพฤติกรรมของเสาเข็มในระยะยาว (LONG TERM PERIOD)

สำหรับเสาเข็มที่มีความยาวไม่เกินชั้นดินอ่อน (มีความยาวไม่เกิน 16 เมตร) จะมีค่าของส่วนความปลอดภัย (SAFETY FACTOR) ลดลง  ไม่ควรนำค่าหน่วยแรงในชั้นดินอ่อนมาคำนวน (ตีค่าเป็น0 เพื่อความปลอดภัย)

เนื่องจากผล ของการเกิดการทรุดตัวของชั้นดินอ่อนที่ทำให้คุณสมบัติในการรับน้ำหนักของเสาเข็มในระยะสั้น (SHORT TERM PERIOD)และในระยะยาว (LONG TERM PERIOD) มีความแตกต่างกัน โดยในระยะสั้นแรงเสียด

ทานของดินที่กระทำต่อเสาเข็ม จะมีลักษณะ POSITIVE FRICTION ทำให้เสาเข็มสามารถรับน้ำหนักได้สูงตามที่ออกแบบ แต่ในระยะยาวเมื่อสภาพ ชั้นดินอ่อนที่การทรุดเกิดเต็มที่แล้ว

จะมีผลไปทำให้เสาเข็มต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการทรุดตัวของดินรอบเสาเข็ม แรงเสียดทานจะเปลี่ยนเป็น NEGATIVE FRICTION ซึ่งมีผลให้ค่าความปลอดภัยตามแบบลดลง เช่น

ได้มีการออกแบบให้เสาเข็มค่าความปลอกภัย ( FACTOR OFSAFETY หรือ F.S. ) = 2.5 และเสาเข็มต้นนี้ รับ MAXIMUM TEST LOAD ได้ 50 ตัน ดังนั้น เสาเข็มต้นนี้จึง

สามารถรับน้ำหนักของโครงสร้างอาคารทั้งหมด ที่ถ่ายลงมาสู่เสาเข็มต้นนี้ได้(DESIGN LOAD)    MAX. LOAD/ F.S. = 50/2.5 = 20 ตัน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปชั้นดินอ่อนรอบ

เสาเข็ม มีการทรุดตัวเต็มที่ และเกิด NEGATIVE FRICTION ที่ไปกระทำต่อเสาเข็ม สมมุติว่า 10 ตัน ดังนั้นน้ำหนักที่กระทำต่อเสาเข็ม จึงเท่ากับ (น้ำหนักจากโครงสร้าง+ NEGATIVE

FRICTION = 20+10 =30 ตัน FACTOR OF SAFETY จึงจะเหลือเพียง= 50/30 = 1.67 เท่า (ค่า F.S. ลดลงจาก 2.5 เท่า เหลือเพียง 1.67 เท่า) การเปลี่ยนแปลง

พฤติกรรมของเสาเข็มที่ตอกผ่านชั้นดินอ่อนดังกล่าว เป็นสาเหตุสำคัญ ของการทรุดตัวของฐานรากอาคารในหลายๆ แห่ง ที่มักจะใช้ค่าความปลอดภัยต่ำอยู่แล้ว ประมาณ 1.5-2.0 เท่า

เมื่อส่วนปลอด ภัยในระยะลดลงเหลือเพียง 1.1-1.4 เท่า จึงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามการทรุด ตัวของฐานรากอาคารในระยะยาวเช่นนี้ จะแสดงอาการให้ผู้อยู่อาศัยได้เห็น

ก่อน โดยการเริ่มแตกร้าวของโครงสร้างอาคาร แบบค่อยเป็น(PROGRESSIVE FAILURE)โดยเริ่มจากโครงสร้างที่มีความแข็งแรงน้อยที่สุดก่อน เช่นผนัง จะเกิดรอยร้าวเป็นแนวทแยง

วิ่งเข้าสู่คาน และเสาต่อไป ดังนั้นเมื่อพบว่าอาคารเกิดการแตกร้าวที่มีสาเหตุจากการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของฐานรากอาคารที่ใช้เข็มขนาดเดียวกัน และพบการทรุดตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป

ต้องตระหนักไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากผลของ NEGATIVE FRICTION จึงต้องตรวจสอบค่า FACTOR OF SAFETY ของเสาเข็ม ถ้าอยู่ในเกณฑ์ต่ำระหว่าง 1.0-1.4 เท่า ถือว่าส่วน

ปลอดภัยมีค่าต่ำเกินไป และอาคารไม่มีความ ปลอดภัย จำเป็นต้องพิจารณาเสริมฐานรากเพื่อเติมส่วนความปลอดภัย ซึ่งเท่ากับเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงให้แก่ฐานรากอาคาร เมื่อเสริมฐาน

รากอาคารแล้ว หากโครงสร้างอาคาร เช่น เสา,คาน เสียหายก็จำเป็นต้องเสริมความแข็งแรงให้กับส่วนของโครงสร้างที่เกิดอาการแตกร้าว ให้กลับสู่สภาพเดิมต่อไป

การทรุดตัวของชั้นดินอ่อนในกรุงเทพฯ นอกจากก่อให้เกิด NEGATIVE FRICTION ที่มีผลทำให้เสาเข็มลดส่วนความปลอดภัยในระยะยาวแล้ว ยังอาจประสบปัญหาอื่นๆ

จากการทรุดตัวของชั้นดินอ่อน ตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง จนถึงตลอดอายุการใช้งานของอาคารดังนี้

1. ผลจากการก่อสร้างของอาคารข้างเคียง จากงานตอกเสาเข็ม มีผลทำให้เกิดการทรุดตัวของดิน (EARTH MOVEMENT) ไปทางใดทางหนึ่ง เป็นผลให้เสาเข็มอาคาร

ข้างเคียง หรือเสาเข็มที่ตอกเสริมแล้ว เคลื่อนตัวตาม (PILE DEVIATION)ซึ่งหากผู้ควบคุมการก่อสร้างขาดการควบคุมดูแลอย่างใกล้ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่

อาคารเคียง หรือเสาเข็มที่ตอกเสร็จแล้วของอาคาร ที่กำลังก่อสร้างเกิดการหนีศูนย์ซึ่งถ้าก่อสร้างฐานรากต่อไป โดยไม่ได้ตรวจสอบ และปรับแก้ฐานรากให้เหมาะสม

ย่อมส่งผลให้ฐานรากชุดดังกล่าวรับน้ำหนักได้น้อยลง และมีค่าความปลอดภัยลดลงถ้าค่าความปลอดภัยต่ำมาก อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของอาคารในที่สุด

2. การสูบน้ำบาดาล หรือการขุดดิน หรือการถมดินในปริมาณมากๆ ในชั้นดินอ่อนของกรุงเทพฯ ถ้าดำเนินการโดยขาดความรู้ และความรอบรู้อาจก่อให้เกิด

การเคลื่อนตัวของดินได้ง่าย ซึ่งมักปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอที่บ้านพักอาศัยหรือตึกแถวเสียหายทั้งแถวเพราะเกิดการทรุดตัว จากการเคลื่อนตัวของดินใต้อาคาร

ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้เสาเข็มหัก และอาคารพังทลายลงมาในทันทีแม้กระทั่งการขุดดินของฐานรากอาคารที่กำลังก่อสร้างในตอม่อที่มีขนาดใหญ่ และลึกมาก

ก็อาจส่งผลให้มีการเคลื่อนตัวของดิน ส่งผลให้เสาเข็มต้นอื่น เกิดการหนีศูนย์ได้เช่นกัน

3.ปัญหาการทรุดตัวของเสาเข็มอาคาร จากการออกแบบฐานรากอาคาร ไม่ถูกต้องตามพฤติกรรมของดินอ่อน เช่น กำหนดความยาว เสาเข็มไม่เท่ากัน การออกแบบ

ต่อเติมอาคารโดยใช้เสาเข็มความยาวไม่เท่ากับอาคารเดิม เป็นต้น ซึ่งไม่สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพดินอ่อนในกรุงเทพฯ จึงก่อให้เกิดการทรุดตัวของอาคารจำนวนมาก

ในปัจจุบันปัญหาการทรุดตัวของอาคารบ้านเรือนในกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้องให้ความสนใจและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ถึงพฤติกรรมของชั้นดินอ่อนที่มีผลต่ออาคารและการ

ก่อสร้าง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ต้องอาศัยวิศวกรที่ความรู้ความชำนาญ ในการสำรวจออกแบบและควบคุมดูแลอย่างชิด ในระหว่างการก่อสร้าง เพื่อจะได้ ไม่ก่อผล

เสียหายในระยะยาวภายหลังจากอาคารที่สร้างเสร็จแล้ว ซึ่งจะทำให้สูญเสียทั้งเงินทองและความทุกข์ใจของเจ้าของผู้อยู่อาศัย ที่ต้องผจญกับอาคารที่มีปัญหา และต้องเสี่ยง

ต่อชีวิตและทรัพย์สิน ถ้าเกิดปัญหาถึงขั้นอาคารพังทลายอย่างที่เป็นข่าวเป็นคราวอยู่เนื่องๆ

อ้างอิงจาก:

Civil Engineering


 
บันทึกการเข้า


!!! ประกาศขอความร่วมมือในการงดแจกโปรแกรมลิขสิทธิ์ในบอร์ด หากต้องการให้ข้อมูลก็ให้แจ้งทาง PM ครับ !!!
*** ท่านที่ฝ่าฝืนมีโอกาสรับสิทธิ์แบน User ได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ***


ใช่ซี้...โยธาอย่างกุมันจนนี่
bakxiao
VIP Member Level 1
*

จิตพิสัย: +304/-3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:เมษายน 29, 2009, 03:48:13 PM
อายุ: 45
โพสต์: 1305
ที่อยู่: Nsh SubDistrict Municipality Office. Nongkhai , Thailand.
สมาชิก ID: 172
เกียรติยศ:
   

Level : 29 :-: Exp : 35%
HP: 0.1%
PD: 1305



| |
« ตอบ #1 เมื่อ :: มิถุนายน 04, 2009, 01:27:09 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
 :good: ขอบคุณครับ  :good:

 
บันทึกการเข้า
nonnonnon
Office Engineer
*

จิตพิสัย: +32/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 05, 2009, 10:42:34 AM
อายุ: 39
ตำแหน่ง: Project Engineer
โพสต์: 32
ที่อยู่: บ้านสวนบางเขน
สมาชิก ID: 207

Level : 4 :-: Exp : 57%
HP: 0%
PD: 32



| |
« ตอบ #2 เมื่อ :: มิถุนายน 05, 2009, 01:18:18 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
Thank kub  :declare:

สมัคร vwin88 สมัคร fun88
บันทึกการเข้า
คำค้น: ปัญหา อาคารทรุด กรุงเทพ ปริมณฑล 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Forum "CivilClub" Forum of civil engineering. A collection of knowledge in civil engineering, construction and structural design Reinforced concrete design Structural analysis. Thought processes and methods and analysis of civil engineering. Community for civil engineers and those interested in civil engineering. For civil engineering problems and general construction. Consulting engineer on the construction. Guidelines for structural design. Construction process and interesting information engineering construction.


ประกาศจากทีมงาน แนะนำจากสมาชิก ห้องทดลอง คุยกับวิศวกรโยธา ทำเนียบผู้รับเหมา ห้องเรียนวิศวกรรมโยธา เรื่องจริงผ่านงาน โปรแกรมวิศวกรรม VDO คลิป Post Club ตำแหน่งงานวิศวกรรมโยธา Coffee Break ห้องค้าขาย Tip Comp. Club Jobs FreeLance หมวดงานโครงสร้าง หมวดงานสถาปัตยกรรม หมวดงานระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง หมวดงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล หมวดงานอื่นๆ ร้านวัสดุ Trainer

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF | SMF © 2013, Simple Machines | Sitemap | ซื้อสินค้าออนไลน์ Valid XHTML 1.0! Valid CSS!