[x]

ยินดีต้อนรับท่านผู้เยี่ยมชม

สมัครสมาชิกซีวิลคลับ Civil Engineering Site
สวัสดี เมษายน 30, 2017, 11:44:11 PM
ยินดีต้อนรับท่าน, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

เจาะดิน เสื้อยืด เสื้อโปโล ย้ายบ้าน ซื้อของออนไลน์ ชุดนอนเซ็กซี่ ชุดนอนไม่ได้นอน เสาเข็มเจาะ
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา บทความวิศวกรรมโยธา สมัครงานราชการ CivilClub FanPage ติดต่อเรา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก แชทรูม  
บทความเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ และ การเตรียมแบบ โครงสร้าง
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ และ การเตรียมแบบ โครงสร้าง  (อ่าน 5074 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
civil2181
Global Moderator
*

จิตพิสัย: +1816/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มีนาคม 14, 2009, 11:42:43 PM
ตำแหน่ง: ผู้ควบคุมงาน ก่อสร้าง
เนื้อหาโปรด: building & construction
อนาคต: รับเหมา ก่อสร้าง ออกแบบ
โพสต์: 963
ที่อยู่:
สมาชิก ID: 4
เกียรติยศ:
     

Level : 25 :-: Exp : 19%
HP: 0.1%
PD: 963



เว็บไซต์
| |
« เมื่อ :: สิงหาคม 15, 2009, 10:57:47 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน

 

 

บทความเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ และ การเตรียมแบบ โครงสร้าง
ข้อมูลจาก เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษ การออกแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยสถาพร โภคา ตุลาคม พ.ศ. 2543 

วันนี้เราขอแนะนำบทความเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ และ การเตรียมแบบ โครงสร้าง

ข้อมูลจาก เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษ การออกแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยสถาพร โภคา ตุลาคม พ.ศ. 2543 

การออกแบบและเตรียมแบบโครงสร้าง ( รายการคำนวณโครงสร้าง )

รายการคำนวณโครงสร้างเตรียมโดยวิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้าง เป็นผลวิเคราะห์คำนวณโครงสร้างและรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งจะต้องยื่นขออนุญาตควบคู่กับแบบชุดขออนุญาตก่อสร้าง (Permitted Drawings) นอกจากนั้นยังใช้อ้างอิงหรือตรวจสอบในกรณีจำเป็น เช่น คำนวณตรวจสอบระหว่างขั้นตอนก่อสร้าง ซ่อมแซม แก้ไข หรือก่อสร้างเพิ่มเติม รายการคำนวณที่ดีจะต้อง ครบถ้วน ถูกต้อง และตรวจสอบได้ แม้ได้ยื่นขออนุญาตไปแล้วหากมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือ เพิ่มเติมโครงสร้างก็จะต้องมีรายการคำนวณเพิ่มเติม ประกอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิ่มเติมนั้น รายการคำนวณประกอบด้วย รายละเอียดโดยลำดับ ดังนี้


1. ปก (Cover)
สิ่งที่จะต้องแสดงบนปกรายการคำนวณควรประกอบด้วย
1.1 ชื่อผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของโครงการ
1.2 ชื่อโครงการหรือ โครงสร้างที่ออกแบบ
1.3 สถานที่ตั้งโครงการ
1.4 หัวเรื่องของรายการคำนวณ เช่น
" รายการคำนวณโครงสร้างอาคารที่จอดรถ ค.ส.ล. 5 ชั้น "
" รายการคำนวณโครงสร้างโรงอาหาร ป้อมยาม รั้ว และอื่นๆ "
" รายการคำนวณอาคารที่พักผู้โดยสาร แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 "
1.5 ชื่อ และที่อยู่ บริษัทผู้ออกแบบ เตรียม และเสนอรายการคำนวณ
1.6 วัน เดือน ปี ที่เตรียม หรือ ส่งรายการคำนวณ


2. บทสรุปย่อ (Summary or executive summary)
บทสรุปย่อไม่ค่อยปรากฏในรายการคำนวณทั่วไปนัก เนื่องจากผู้ออกแบบส่วนใหญ่อาจไม่เห็นความสำคัญ แต่หากมีได้จะเป็นประโยชน์มาก เพราะผู้อื่นที่นอกเหนือจากผู้ออกแบบ จะสามารถทราบ และเข้าใจเนื้อหาของรายการคำนวณเล่มนั้นอย่างรวบรัดในเวลาจำกัด บทสรุปย่อควรประกอบด้วย ชื่อโครงการ สถานที่ตั้ง ลักษณะของโครงสร้าง กลสมบัติของวัสดุ พารามิเตอร์ที่ใช้ออกแบบ สมมุติฐาน และ มาตรฐานออกแบบ และ สิ่งอ้างอิงอื่นๆ เช่น ผลเจาะสำรวจและผลวิเคราะห์ดินในห้องปฏิบัติการ แบบก่อสร้างชุดขออนุญาตที่ต้องอ่านควบคู่กับรายการคำนวณ

3. ข้อมูลทั่วไปที่ใช้คำนวณออกแบบ (General data)
ข้อมูลทั่วไปที่ใช้ออกแบบมีดังนี้

3.1 หน่วยน้ำหนักหรือแรงที่กระทำต่อโครงสร้าง ปกติจะใช้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2527 ซึ่งออกตาม ความใน พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยเรื่องอาคารจอดรถ พ.ศ. 2521 หรือการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 หรือ อื่น ๆ แล้วแต่กรณี โดยหน่วยน้ำหนักที่ระบุในกฎหมายที่กล่าวประกอบด้วย น้ำหนักบรรทุกจรต่อหน่วยพื้นที่ (กิโลกรัม ต่อ ตารางเมตร) ของอาคารและสภาวะใช้งานต่าง ๆ แรงลม ตัวคูณแรง (Load factors) น้ำหนักปลอดภัยของดินและเสาเข็ม เป็นต้น

3.2 หน่วยน้ำหนักของวัสดุอื่นซึ่งไม่ปรากฏตามระบุในข้อ (3.1)ได้แก่หน่วยน้ำหนักคงที่ของวัสดุก่อสร้างเช่น กำแพง หรือ วัสดุก่อ ผนัง ฝ้าเพดาน กระเบื้องปูพื้นกระเบื้องมุงหลังคา วัสดุตกแต่งพื้นผิว หรือ หน่วยน้ำหนักจรที่ใช้เฉพาะกรณีเช่น น้ำหนักอุปกรณ์ เครื่องจักร สินค้า ยานพาหนะ ผู้ออกแบบควรระบุหน่วยน้ำหนักดังกล่าวและแหล่งที่มาได้แก่มาตรฐานออกแบบ เอกสารตำรา คู่มือหรือข้อมูลจำเพาะของวัสดุซึ่งแจ้งโดยผู้ผลิต ในกรณีที่ผู้ออกแบบทราบน้ำหนักเช่น "เครื่องจักรหนัก 8 ตัน" ผู้ออกแบบควรต้องแสดงขนาดมิติของเครื่องจักรดังกล่าว และ การถ่ายน้ำหนักรวมดังกล่าวลงสู่โครงสร้าง

3.3 ผู้ออกแบบควรระบุมาตรฐานออกแบบที่ใช้ หรืออ้างอิงให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ หรืออ้างอิงภายหลัง หากไม่มีเหตุผล หรือ ความจำเป็นอื่นใด ควรใช้มาตรฐานเดียวสำหรับการออกแบบนั้น ๆ หรือใช้มาตรฐานที่เหมือนกันสำหรับโครงสร้าง หรือ โครงการเดียวกัน ที่มีหลาย ๆ อาคาร หรือผู้ออกแบบหลายคน ตัวอย่างมาตรฐานออกแบบที่นิยมใช้มีดังนี้

3.3.1 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วิธีหน่วยแรงใช้งาน) พิมพ์แก้ไขปรับปรุง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2534
3.3.2 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วิธีกำลัง) พิมพ์แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2534
3.3.3 American Concrete Institute (ACI 318-99)
3.3.4 American Association of State Highways and Transport Official (AASHTO 1997)
3.3.5 British Standard (BS 5400; BS 8110)

3.4 ผู้ออกแบบต้องระบุกลสมบัติของวัสดุ และพารามิเตอร์ พร้อมๆ กับระบุ ชนิดชั้นคุณภาพ และมาตรฐานอ้างอิงของวัสดุนั้นเสมอ เช่น



พารามิเตอร์ที่ใช้ออกแบบ ที่สอดคล้องกับกลสมบัติของวัสดุที่ใช้นั่นเอง อาจไม่จำเป็นต้องแสดงวิธีคำนวณหาพารามิเตอร์เหล่านั้น เพราะเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่ผู้ออกแบบจะต้องแสดงค่าพารามิเตอร์เหล่านั้นไว้ชัดเจน เช่น

"n = 10, k = 0.366, j = 0.877, R = 13.028 ksc"

3.5 หน่วยแรงที่ยอมให้ หรือหน่วยแรงใช้งาน และอื่น ๆ ซึ่งต้องอ้างอิงถึงเสมอ
ผู้ออกแบบอาจกล่าวไว้ในลำดับ แรงนี้ได้แก่ หน่วยแรงที่ยอมให้ของคอนกรีต (กรณีรับแรงอัด แรงเฉือนแบบคาน แรงเฉือนแบบเจาะทะลุ) แรงยึดหน่วง) โมดูลัสแตกร้าว เช่น

 


3.6 ชนิด ขนาด และ กำลังรับน้ำหนักปลอดภัยของของเสาเข็มหรือดิน
 


และควรผนวก ผลเจาะสำรวจดิน และผลวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการไว้ ในภาคผนวกของรายการคำนวณ

4. รายการวิเคราะห์โครงสร้าง (Structural Analysis)
รายการวิเคราะห์โครงสร้าง ตรวจสอบผลของแรงหรือน้ำหนักที่กระทำต่อโครงสร้าง เพื่อออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างเหล่านั้น รายการวิเคราะห์โครงสร้างประกอบด้วย

4.1 แบบจำลองโครงสร้าง ( Structural model )
แบบจำลองโครงสร้างมีรูปร่าง ขนาดมิติ ตามลักษณะของโครงสร้างจริงเช่น อาจเป็นโครงข้อหมุนหรือโครงถัก โครงข้อแข็ง ระบบพื้น-คาน ซึ่งถูกแทนที่ด้วยจุดต่อ และแกนศูนย์ (Center line) ของโครงสร้าง ผู้ออกแบบควรระบุให้ชัดเจนว่า ได้จำลองโครงสร้างมาจากส่วนใดของโครงสร้างจริง โดยคำนึงถึงความเหมือนหรือ ความคล้ายคลึง ขนาดมิติ และ แรงกระทำ เช่น

"โรงงานชั้นเดียวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โครงสร้างเป็นโครงข้อแข็งชนิด Gable frame หากจะวิเคราะห์ โดยระบบ 2 มิติ ผู้ออกแบบอาจจัดกลุ่มโครงข้อแข็งที่จะต้องวิเคราะห์ และออกแบบเป็น 2 ชนิด หรือ 2 กลุ่ม ได้แก่ โครงข้อแข็งที่อยู่ภายในอาคาร (Interior frame) และริมหัวท้ายอาคาร (Exterior frame) ทั้งนี้เนื่องจากโครงข้อแข็งทั้ง 2 กลุ่มที่กล่าว รับแรง หรือ น้ำหนักแตกต่างกันโดยประมาณ"
 
4.2 คุณสมบัติขององค์อาคารและส่วนประกอบ
คุณสมบัติเหล่านี้ได้แก่ จุดต่อ (Joints) ที่รองรับ (Supports) ขนาดมิติของชิ้นส่วนที่โครงสร้างเช่น พื้นที่ภาคตัดขวาง โมเมนต์เฉื่อย โมเมนต์เฉื่อยต้านการบิด และ ความยาว ชนิดของวัสดุ และกลสมบัติเช่น โมดูลัสความยืดหยุ่น โมดูลัสแรงเฉือน จะเป็นตัวกำหนดการกระจายผลของน้ำหนัก หรือ แรงที่กระทำ ผู้ออกแบบควรแสดงกลสมบัติดังกล่าวให้ครบถ้วนเช่น
 

4.3 น้ำหนักหรือแรงที่กระทำต่อโครงสร้าง
ควรถือหลักปฏิบัติ ดังนี้
4.3.1 ให้แยกแรง ชนิดหรือประเภทต่างๆออกเป็นแต่ละกรณี เพื่อ ประโยชน์ในการตรวจสอบ แก้ไข หรือรวมแรง (Combination of loading) เช่น
"น้ำหนักโครงสร้าง (Dead load: Self weight) น้ำหนักบรรทุกคงที่อื่น (Superimposed dead loads) น้ำหนักบรรทุกจร (Live loads) แรงลม (Wind pressure) แรงดันของไหลหรือดิน (Fluid or earth pressure)"
4.3.2) ให้แสดงวิธีคิดคำนวณแรง หรือน้ำหนักที่กระทำต่อโครงสร้าง อย่างละเอียดเช่น น้ำหนักที่ถ่ายลงโครงหลังคาเช่น
"น้ำหนักบรรทุกคงที่
น้ำหนักหลังคา 15 กิโลกรัม/ตารางเมตร
น้ำหนักโครงหลังคา 15 กิโลกรัม/ตารางเมตร
น้ำหนักฝ้า 10 กิโลกรัม/ตารางเมตร
รวม 35 กิโลกรัม/ตารางเมตร
หากระยะระหว่างช่วงโครงหลังคา (Bay) = 5.00 เมตร ดังนั้นน้ำหนักคงที่ที่กระทำต่อโครงหลังคา
= 35 2 ( 5.0/2 )
= 175 กิโลกรัม/เมตร"

ผู้ออกแบบอาจใช้หน่วยน้ำหนักนี้ถ่ายลงโครงสร้างโดยตรงเป็นหน่วยน้ำหนักแบบกระจายสม่ำเสมอ (Distributed load) หรืออาจแปลงน้ำหนัก ดังกล่าว ให้เป็นน้ำหนักที่กระทำเป็นจุด (Concentrated or point load) ณ จุดต่อของโครงข้อแข็ง
 

4.3.3 เพื่อป้องกันข้อสับสนในการนำผลวิเคราะห์ไปใช้รวมแรง หรือออกแบบ ควรใช้ตัวคูณแรงที่มีค่า 1 หน่วย (Unit factored loads) โดยกำหนดตัวคูณแรงในขั้นตอนรวมแรง หรือออกแบบ เพราะผู้ออกแบบจะเข้าใจและทราบพฤติกรรมของโครงสร้างภายใต้น้ำหนัก หรือแรงกระทำแต่ละกรณี ดังเช่นให้แรงปฏิกิริยาในองค์อาคารหนึ่งภายใต้แรงกระทำ 4 กรณีดังนี้

 
เมื่อต้องรวมโมเมนต์ดัด (M) โดยวิธีกำลังประลัย อาจรวมแรงตามกรณีต่อไปนี้
 

4.4 ให้ใช้แรงที่เกิดในกรณีเดียวกัน (Corresponding Stresses) ไปออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้าง และ ไม่ให้ใช้แรงสูงสุดของแต่ละกรณีมารวมกัน (Enveloped) ออกแบบโครงสร้าง ตัวอย่างเช่น
 

 

4.5 หน่วย (Unit of measure)
4.5.1 หน่วย SI (หรือ Metric ที่นิยมใช้ในประเทศไทย) ระบุมิติ น้ำหนัก และหน่วยแรง แสดงในตารางที่ 3
 

5.2) หน่วยน้ำหนัก (Unit weight)
4.5.2.1 ปกติใช้หน่วยน้ำหนักคงที่และหน่วยน้ำหนักจร ตามระบุในกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2527 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ก่อสร้างในต่างจังหวัด) หรือข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2522 (ก่อสร้างในกรุงเทพ) หรือ กฎหมายอื่น ๆ ผู้ออกแบบ อาจประมาณตามสภาพจริง ที่มิได้ ขัดต่อกฎหมายดังกล่าว
4.5.2.2 หากจะใช้หน่วยน้ำหนักคงที่ หรือ น้ำหนักบรรทุกจรที่นอกเหนือ กฎหมายระบุ ผู้ออกแบบอาจประมาณตามสภาพ จริง สอบถามผู้เกี่ยวข้อง และแสดงที่มาเช่น คู่มือผู้ผลิต หรือติดตั้ง เอกสารประกอบสินค้า

4.6 ผลวิเคราะห์โครงสร้างที่ใช้ออกแบบ
ให้ผู้ออกแบบระบุหรือ แสดงอย่างชัดเจนว่า ผลวิเคราะห์โครงสร้างนำไปใช้อย่างไร เช่น
"ผลวิเคราะห์พื้น คานโดยวิธีโครงข้อแข็งเทียบเท่า (Equivalent frame method) นำไป ใช้ออกแบบพื้นและคาน"
"ผลวิเคราะห์โครงอาคารตามแบบจำลอง 3 มิติ ภายใต้น้ำหนักบรรทุกคงที่ น้ำหนักบรรทุกจร และ แรงลม ใช้ตรวจสอบการเคลื่อนตัว (Displacement) ของอาคารเปรียบเทียบกับผลวิเคราะห์ตามแบบจำลอง 2 มิติ"

หากผู้ออกแบบจะนำผลวิเคราะห์โครงสร้างไปออกแบบเสาและฐานราก ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะแรงตามแกน (Axial force) เหตุผลเพราะการถ่ายน้ำหนักจากพื้นลงสู่คาน หรือจากคานย่อย (Secondary beams) ลงสู่คานหลักอาจมีค่าเกินเลยความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น การถ่ายน้ำหนักจากแผ่นพื้นสองทางลงคานตามวิธีออกแบบพื้นสองทางของ ว.ส.ท. ผู้ออกแบบควรตรวจสอบแรงตามแกนโดยวิธีง่าย ๆ เช่น พื้นที่รอบเสา (Projected area) เปรียบเทียบกับผลวิเคราะห์โครงสร้าง ก่อนออกแบบเสาและฐานราก

4.7 ค่าเคลื่อนตัวของโครงสร้าง (Displacement)
ควรแสดงค่าระยะหรือมุมที่โครงสร้างเคลื่อนไปจากตำแหน่งอ้างอิง และสรุปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ยอมรับเช่น
ระยะเคลื่อนตัวตามแนวราบที่จุดยอดบน = 2.5 เซนติเมตร
ความสูงโครงอาคาร ( h ) = 50 เมตร
เกณฑ์กำหนด ( h/400 ) = 12.5 เซนติเมตร
ดังนั้นระยะเคลื่อนตัวตามแนวระนาบมีค่าน้อยกว่าเกณฑ์กำหนด ( < h/400)


4.8 สรุปผลวิเคราะห์โครงสร้าง
ควรสรุปผลวิเคราะห์โครงสร้างเฉพาะส่วนสำคัญ ที่นำไปใช้ในงานออกแบบเช่นคาน เสา ฐานรากและควรอ้างอิงกำกับด้วยเสมอว่า องค์อาคารเหล่านั้นอยู่ในพิกัดใดของโครงสร้างอาจสรุปหรือแสดงเป็นตารางหรือรูปภาพ อาจเขียน Shear Force Diagram หรือ Bending Moment Diagram หรือ Free Body Diagram แสดงสมดุลของแรง ณ จุดต่อก็ได้ ไม่ควรพิมพ์ผลวิเคราะห์โครงสร้างทั้งหมด ซึ่งอาจมีมากมาย โดยเปล่าประโยชน์ หากมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ให้แสดงในภาคผนวก หรือ แยกเล่มต่างหาก

5. รายการคำนวณโครงสร้าง (Calculation sheet)
ชิ้นส่วนโครงสร้างปกติมักประกอบด้วยพื้น บันได (หรือทางลาด) คาน เสา กำแพง และฐานราก ในบางงานอาจมีองค์อาคารพิเศษเช่น แป้นหูช้าง (Bracket) เชิงยื่น (Corbel) แกงแนง (Bracer) จุดยึดหมุน (Hinges) ผู้ออกแบบควรเรียงลำดับรายการคำนวณให้สอดคล้องกับขั้นตอนออกแบบ ดังนี้
5.1 หลังคา (Roof)
5.1.1 หลังคาโครงถัก หรือ โครงข้อหมุน (Truss)
สิ่งที่ต้องแสดงในรายการคำนวณออกแบบมีดังนี้
5.1.1.1 Upper และ Lower chord, Vertical และ Diagonal
5.1.1.2 รอยหรือจุดต่อ (Joints) เช่น รอยเชื่อม หรือ สลักเกลียว
5.1.1.3 ที่รองรับเช่น ขนาดของฐานที่รองรับ สภาพยึดรั้ง
5.1.1.4 ตรวจสอบการโก่งตัว (Deflection) และ/หรือ การเซ (Sway)
5.1.1.5 แรงปฏิกิริยาที่ถ่ายลงสู่โครงสร้างอื่น
5.1.2 หลังคา ค.ส.ล. (RC roof)
"ออกแบบเช่นเดียวกับพื้นและคานในชั้นอื่นๆ แต่น้ำหนักบรรทุกจรต่างกัน"

5.2 พื้น บันได และทางลาด

พื้น บันได และทางลาด จัดอยู่รวมกันเนื่องจากแรงปฏิกิริยาของพื้น บันไดและทางลาด จะต้องถ่ายลงยังคานหรือที่รองรับอื่น พื้นทางเดียว (One-way slab) และ พื้นสองทาง (Two-way slab) ปกติออกแบบโดยพิจารณาเป็น Plate ใช้ Moment coefficients ผู้ออกแบบ อาจใช้ตารางคำนวณ (Spreadsheet) ช่วยได้ แต่มีข้อแนะนำดังนี้
5.2.1 ควรจัดกลุ่มพื้นก่อนออกแบบเช่น

"พื้นทางเดียวที่มีน้ำหนักหรือแรงกระทำพอๆกัน แต่มีความยาวช่วงต่างกันเพียงเล็กน้อยเช่น ไม่เกิน 0.50 เมตรควรเป็นพื้นประเภทเดียวกัน"
"พื้นสองทางที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และลักษณะความต่อเนื่อง ณ ที่รองรับคล้ายคลึงกันควรจัดให้เป็นพื้นชนิดเดียวกัน"
5.2.2 ถึงแม้ว่าพื้นที่มีขนาดใกล้เคียงกันจะออกแบบเพียงครั้งเดียว และใช้ร่วมกันตามข้อ (1) แต่การถ่ายน้ำหนักลงคานที่รองรับให้คิดตามความจริง

5.2.3 ความยาวช่วงของแผ่นพื้นทางเดียว จะใช้ระยะระหว่างศูนย์ที่รองรับ (Center-to-center) หรือ ระยะระหว่างขอบที่รองรับ หรือ ช่องว่าง (Clear span) ก็ได้แต่ควรเลือกใช้เพียงอย่างเดียวให้เหมือน ๆ กันตลอดรายการคำนวณ ส่วนความยาวช่วงของแผ่นพื้นสองทาง ต้องเปรียบเทียบระหว่างระยะระหว่างศูนย์กลางของที่รองรับกับระยะช่องว่างบวกกับ 2 เท่าของความหนาแผ่นพื้น หรือใช้ระยะช่องว่าง ขึ้นอยู่กับวิธีออกแบบ (ดู มาตรฐาน ว.ส.ท.)

5.2.4 การเสริมเหล็กในแผ่นพื้น (ทั้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและระยะเรียง) จะต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องระหว่างแผ่นพื้นดังกล่าวกับแผ่นพื้นอื่น ๆ และการทำงานด้วย

5.2.5 เหล็กเสริมในแผ่นพื้นควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เล็กกว่า 9 มิลลิเมตร

5.2.6 ควรกำหนดความยาวของเหล็กเสริมพิเศษ โดยคำนึงถึงการตัดเหล็กที่ไม่เหลือเศษเช่น

ใช้ RB 9x2.00 m @ 0.20 แทนที่จะใช้ RB 9x1.90 m @ 0.20"

ความยาวของเหล็กเสริมพิเศษที่จะแสดงในแบบ อาจวัดจากขอบของที่รองรับ หรือ ศูนย์กลางก็ได้แล้วแต่สะดวก แต่จะต้องเข้าใจว่าระยะความยาวของเหล็กเสริมพิเศษที่ระบุ หรือ แนะนำโดยมาตรฐานต่าง ๆ มักอ้างอิงจาก ขอบที่รองรับเสมอ
รายการคำนวณทางลาดและบันได หลักการส่วนใหญ่ใช้เหมือนกับแผ่นพื้นทางเดียว แผ่นพื้นยื่น หรือ แผ่นพื้นสองทาง มีข้อควรระวังและพึงปฏิบัติคือควรแสดงวิธีคิดน้ำหนักลูกขั้นให้ชัดเจน การวิเคราะห์ออกแบบบันไดท้องเรียบหรือพับผ้า อาจใช้วิธีเดียวกับการออกแบบพื้นทางเดียวแต่ตามความเป็นจริงทั่วไปบันไดมักต่อเนื่องกับแผ่นพื้นอื่นๆเสมอ ดังนั้นควรคิดคำนวณโมเมนต์บวกที่ใกล้เคียงความจริงเช่นใช้  แทน  ขณะเดียวกันจะต้องคิดคำนวณหรือเพิ่มเหล็กรับโมเมนต์ลบ ณ ที่รองรับด้านที่ต่อเนื่องด้วย จะวิเคราะห์บันไดโดยใช้หลักการของโครงข้อแข็ง (Rigid frame) ก็ได้ แม้กระทั่งใช้วิธีประมาณอย่างง่าย (Approximate method) ไม่ควรวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพราะเสียเวลาโดยใช่ เหตุ และ คุณสมบัติของรูปตัดชิ้นส่วนโครงสร้างที่ต้องป้อนใส่ในโปรแกรม อาจไม่ตรงกับความจริง
 


5.3 คาน (Beams)
คานเป็นองค์อาคารที่สำคัญ และมีจำนวนมาก งานคำนวณออกแบบคานไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ ทำอย่างไรคานจึงจะแข็งแรง ประหยัด ก่อสร้างง่าย และไม่เป็นอุปสรรคต่องานอื่น ๆ เช่น งานระบบ หรืองานตกแต่งภายในการคำนวณออกแบบคานควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
5.3.1 ก่อนวิเคราะห์และออกแบบ ให้จัดกลุ่มชนิดของคานโดยพิจารณาจากขนาดความยาวช่วง สภาพยึดรั้ง หรือความต่อเนื่องและ น้ำหนักหรือแรงที่กระทำ ดังตัวอย่างแสดงในรูปที่ 5

การจัดกลุ่มคานจะช่วยให้เห็นภาพรวมของคานที่จะออกแบบ อาจใช้ดินสอสีต่างๆ กัน ขีดลากลงบนแปลนประณีตสถาปัตยกรรม หรือแปลนร่างของโครงสร้างถึงแม้ภายหลังการคำนวณออกแบบ หากพบว่า คานบางตัวรับน้ำหนักหรือแรงที่ผิดกันมาก ทำให้รูปตัดหรือเหล็กเสริมมีความแตกต่างมาก ก็อาจเปลี่ยนชื่อคาน หรือแยกกลุ่มได้ภายหลัง เช่น

คาน B-3 มี 2 กรณี
1) คาน B-3 ริมนอก (Exterior) รับน้ำหนักกำแพงและน้ำหนักที่ถ่ายจากพื้น S-1 ด้านเดียว
2) คาน B-3 ภายใน (Interior)รับน้ำหนักที่ถ่ายจากพื้น S-1 สองด้าน ภายหลังการคำนวณออกแบบ หากพบว่ารูปตัดหรือเหล็กเสริมต่างกัน ก็อาจเปลี่ยนชื่อตัวใดตัวหนึ่ง เช่น เปลี่ยนเป็น B-3' หรือ B-5
5.3.2 ควรกำหนดความกว้างคานให้เป็นมาตรฐาน และหากไม่มีความจำเป็นควรใช้ควรใช้ความกว้างของคานให้น้อยขนาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น
"กำหนดให้คานหลักทั่วๆไปกว้าง 0.20 เมตร และคานซอย หรือคานย่อย กว้าง 0.15 เมตร "
5.3.3 ควรกำหนดหรือเลือกใช้ความลึกของคานให้เป็นมาตรฐาน และเลือกใช้ให้น้อยขนาดที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่น
"ใช้ความลึกที่แตกต่างกันคราวละ 0.10 เมตร (เช่น 0.30, 0.40, 0.50 ฯลฯ) และควรระมัดระวังกรณีที่คานมีความลึกมาก ๆ เมื่อเทียบกับความกว้าง หรือความยาวช่วง เพราะคานลึก มีพฤติกรรมแตกต่างจากคานปกติทั่วไป การคำนวณออกแบบ มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน"
5.3.4 ควรแยกพิจารณาแรงแต่ละกรณี ถึงแม้จะไม่มีค่าตัวคูณแรง (Load factor = 1.0) ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้ทราบพฤติกรรมที่แท้จริงของคาน ตัวอย่างเช่น
"คานปลายยื่นทั้งสองด้าน (Over-hanged beam) ที่มีระยะยื่นมากและความยาวช่วงในน้อย มีพฤติกรรมที่จะโก่งขึ้น หรือมีแรงดึงให้คานหลุด หรือถอนตัวขึ้นจากที่รองรับ"
5.3.5 นอกจากจะแยกกรณีของแรงแล้ว ผู้ออกแบบควรพิจารณาตำแหน่งที่น้ำหนักบรรทุกจรกระทำหลายกรณี (Patterned live load) เพื่อมั่นใจว่าได้วิเคราะห์ หรือ เลือกเอาผลวิเคราะห์ที่ครอบคลุมทุกกรณีแล้ว เช่น
"คานต่อเนื่องสามช่วงรับน้ำหนักบรรทุกจรชนิดน้ำหนักแผ่กระจายสม่ำเสมอ (Uniformed Distributed Load: UDL) กรณีที่มีน้ำหนักบรรทุกจรเพียงสองช่วงที่ติดกันจะวิกฤติกว่า กรณีที่มีน้ำหนักบรรทุกจรเต็มทั้งสามช่วง"
 

5.3.6 ควรพิถีพิถันการหยุดเหล็ก (Curtailment) หรือความยาวของเหล็กเสริมพิเศษ เช่นเดียวกับการออกแบบพื้นเพื่อมิให้เหล็กเหลือเศษ
5.3.7 ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า รายละเอียดเหล็กเสริมในคาน จะทำให้คานมีสภาพหรือเกิดพฤติกรรมตามแบบจำลองและวิเคราะห์หรือออกแบบ
5.3.8 ควรเลือกใช้เหล็กให้น้อยขนาดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น
"ใช้เหล็ก DB 16 mm เป็นเหล็กล่าง หรือเหล็กบนที่เดินยาวตลอดและใช้เหล็ก DB 12 mm หรือ DB 16 mm เป็นเหล็กเสริมพิเศษ"

Civil Engineering


thxby3442tarun101
 
บันทึกการเข้า
USS Submarine
จะเห็นแก่ตัวกันไปทำไม?
Administrator
*

จิตพิสัย: +10966/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มีนาคม 03, 2009, 02:43:01 PM
อายุ: 33
ตำแหน่ง: วิศวกรสนาม
เนื้อหาโปรด: วิเคราะห์โครงสร้าง ออกแบบ RC Design
อนาคต: construction manager
โพสต์: 6669
ที่อยู่: Webboard CivilClub.net
สมาชิก ID: 2

Level : 66 :-: Exp : 52%
HP: 0.2%
PD: 6669


ฝึกเป็นคนใจกว้างไว้บ้างก็ดี

Google Talk
เว็บไซต์
| |
« ตอบ #1 เมื่อ :: สิงหาคม 15, 2009, 11:09:15 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณครับ บทความดีๆต้องตามมาเก็บ 

 
บันทึกการเข้า


!!! ประกาศขอความร่วมมือในการงดแจกโปรแกรมลิขสิทธิ์ในบอร์ด หากต้องการให้ข้อมูลก็ให้แจ้งทาง PM ครับ !!!
*** ท่านที่ฝ่าฝืนมีโอกาสรับสิทธิ์แบน User ได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ***


ใช่ซี้...โยธาอย่างกุมันจนนี่
wit
Headman
*

จิตพิสัย: +14/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:กันยายน 22, 2009, 04:19:23 PM
อายุ: 40
ตำแหน่ง: วิศวกร
เนื้อหาโปรด: ดิน
โพสต์: 14
ที่อยู่: bangkok
สมาชิก ID: 1324

Level : 3 :-: Exp : 9%
HP: 0%
PD: 14



| |
« ตอบ #2 เมื่อ :: ตุลาคม 05, 2009, 03:07:18 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณครับ

 
บันทึกการเข้า
bluezone64
Foreman
*

จิตพิสัย: +22/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:กรกฎาคม 02, 2009, 04:43:29 PM
อายุ: 40
ตำแหน่ง: freelance
โพสต์: 22
ที่อยู่: ffb
สมาชิก ID: 275

Level : 3 :-: Exp : 82%
HP: 0%
PD: 22



| |
« ตอบ #3 เมื่อ :: ตุลาคม 10, 2009, 01:22:00 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณคับ

 
บันทึกการเข้า
biomz
Headman
*

จิตพิสัย: +11/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:ตุลาคม 10, 2009, 11:34:02 PM
อายุ: 26
ตำแหน่ง: นักศึกษา
เนื้อหาโปรด: ยังไม่ทราบ
อนาคต: ยังไม่ทราบ
โพสต์: 11
ที่อยู่: 73 ซ.อ่อนนุช70/1แยก2-5 เขตประเวศ กทม 10250
สมาชิก ID: 1665

Level : 2 :-: Exp : 75%
HP: 0%
PD: 11



| |
« ตอบ #4 เมื่อ :: ตุลาคม 11, 2009, 09:18:17 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณครับ

 
บันทึกการเข้า
simmba
Foreman
*

จิตพิสัย: +22/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:กรกฎาคม 02, 2009, 12:15:23 PM
อายุ: -510
ตำแหน่ง: วิศวกรสนาม
โพสต์: 22
ที่อยู่: 7 ถ.มหาโชค ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
สมาชิก ID: 273

Level : 3 :-: Exp : 82%
HP: 0%
PD: 22



| |
« ตอบ #5 เมื่อ :: ตุลาคม 19, 2009, 06:58:54 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
  สุดยอดครับ

 
บันทึกการเข้า
theeravat
น้องใหม่ในสายงาน
*

จิตพิสัย: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:พฤศจิกายน 17, 2009, 03:10:40 PM
อายุ: 27
ตำแหน่ง: นักศึกษา
เนื้อหาโปรด: statics
อนาคต: หัวหน้า
โพสต์: 9
ที่อยู่: banbung
สมาชิก ID: 2314

Level : 2 :-: Exp : 50%
HP: 0%
PD: 9



| |
« ตอบ #6 เมื่อ :: พฤศจิกายน 17, 2009, 04:04:17 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณคับที่แบ่งปัน

 
บันทึกการเข้า
paikanpun
Project Engineer
*

จิตพิสัย: +151/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:ธันวาคม 07, 2009, 04:16:02 PM
อายุ: 39
ตำแหน่ง: วิศวกรโยธา
เนื้อหาโปรด: ออกแบบ
อนาคต: วิศวกรโยธา
โพสต์: 151
ที่อยู่: Thailand นี่แหละครับ
สมาชิก ID: 2682
เกียรติยศ:


Level : 9 :-: Exp : 93%
HP: 0.1%
PD: 151



| |
« ตอบ #7 เมื่อ :: ธันวาคม 08, 2009, 01:14:40 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
ขอบคุณครับ

 
บันทึกการเข้า
คำค้น: บทความเกี่ยวกับเรื่องการออกแบบ และ การเตรียมแบบ โครงสร้าง 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Forum "CivilClub" Forum of civil engineering. A collection of knowledge in civil engineering, construction and structural design Reinforced concrete design Structural analysis. Thought processes and methods and analysis of civil engineering. Community for civil engineers and those interested in civil engineering. For civil engineering problems and general construction. Consulting engineer on the construction. Guidelines for structural design. Construction process and interesting information engineering construction.


ประกาศจากทีมงาน แนะนำจากสมาชิก ห้องทดลอง คุยกับวิศวกรโยธา ทำเนียบผู้รับเหมา ห้องเรียนวิศวกรรมโยธา เรื่องจริงผ่านงาน โปรแกรมวิศวกรรม VDO คลิป Post Club ตำแหน่งงานวิศวกรรมโยธา Coffee Break ห้องค้าขาย Tip Comp. Club Jobs FreeLance หมวดงานโครงสร้าง หมวดงานสถาปัตยกรรม หมวดงานระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง หมวดงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล หมวดงานอื่นๆ ร้านวัสดุ Trainer

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF | SMF © 2013, Simple Machines | Sitemap | ซื้อสินค้าออนไลน์ Valid XHTML 1.0! Valid CSS!