[x]

ยินดีต้อนรับท่านผู้เยี่ยมชม

สมัครสมาชิกซีวิลคลับ Civil Engineering Site
สวัสดี ตุลาคม 16, 2019, 09:54:11 PM
ยินดีต้อนรับท่าน, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

เจาะดิน เสื้อยืด เสื้อโปโล ย้ายบ้าน ซื้อของออนไลน์ บันได เสาเข็มเจาะ
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา บทความวิศวกรรมโยธา สมัครงานราชการ CivilClub FanPage ติดต่อเรา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก แชทรูม  
มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ  (อ่าน 44802 ครั้ง)
คำค้นหา: RAM Structural System
0 สมาชิก และ 1 ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #20 เมื่อ :: กรกฎาคม 03, 2012, 10:08:00 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน

 

 

          ความเดิมตอนที่แล้วนะครับ (เข้าใจว่านานมากแล้วคงจะลืม) ตามที่กล่าวไปในกระทู้แรกนะครับ ว่าทั้งหมดที่จะพูดถึงโปรแกรมวิเคราะห์และออกแบบอาคารแบบครบวงจร ซึ่งในที่นี้คือโปแกรมตระกูล RAMนั่นเอง โดยที่จะกล่าวถึงในกระทู้นี้ มีทั้งหมด 3 ตัวครับ คือ

          1) RAM Structural System (คือตัวที่เพิ่งบรรยายจบไปนั่นเอง)
          2) RAM Connection ตัวนี้เอาไว้ออกแบบจุดต่อเหล็กรูปพรรณ โดยใช้ไฟล์เพื่อเอาข้อมูลหน้าตัด และแรงปฏิกิริยา จากโปรแกรมข้างบน (หรือสร้างข้อมูลขึ้นได้โดยอิสระ)
          3) RAM Concept ตัวนี้ออกแบบพื้น ทั้ง RC PT และ Mat (หรืออะไรก็ตามที่มีพฤติกรรมคล้ายพื้น)

          ตอนนี้ตัวแรกจบไปแล้วแบบหืดขึ้นคอ และก็ตามที่บอกไว้ตอนแรกสุดอีกนั่นแหละว่าจะสอนวิธีใช้โปรแกรม ก็เลยว่าจะถามจะให้สอนการใช้งานตัวแรกก่อนไหม หรือจะมาดูโปรแกรมสองตัวที่เหลือกันก่อนว่ามันน่าตาเป็นไงเนื้อในมันเป็นไงกันก่อน แล้ะถ้าไม่มีความคิดเห็นตอบกลับมาก็เข้าใจกันว่าคนสนใจคงน้อย ผมก็คงจะสอนวิธีการใช้งานตัว RAM Structural System ไปเลย (คนที่ตามอ่านอยู่จะได้ไม่เบื่อ)

          ซึ่งวันนี้จะเริ่มวางไฟล์ Video สอนใช้งานการขึ้นโมเดลเบื้องต้น (ในโมดูล RAM Modeler) ให้ดาวน์โหลดกันไปก่อน เอาไปนอนดูกันก่อน เอาไฟล์ไปเข้าใจว่าคงยังขึ้นโมเดลกันไม่เป็น ตอนเรียนหลักการเบื้องต้นกันก่อน แล้วค่อยมาเริ่มขึ้นโมเดลกันจริงๆซักที

          Link ด้นล่างครับ


          
          
          

Civil Engineering


thxby41488USS Submarine
ป.โท สาขาวิชาเทคโนโลยีโครงสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มก. ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2012, 01:54:25 PM โดย : exocet » บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #21 เมื่อ :: กรกฎาคม 04, 2012, 11:53:20 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          วันนี้เรามาว่ากันเรื่องหัดใช้งานโปรแกรมกันครับ  โดยวัตถุประสงค์ในขั้นแรกที่ตั้งใจไว้ก็คือ .ใช้โมดูล RAM Modeler สร้างโมเดลเป็น (และประยุกต์สร้างโมเดลในรูปแบบอื่นได้ด้วย) ใส่โหลดเป็น และใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในตัวโมดูลเป็น
          เริ่มจากตอนแรกเลยเนี่ย ไปหาโหลดมาก่อนเลยครับ  ใช้ Key ค้นหาด้วยคำว่า “RAM Structural System V8i” เวอร์ชั่นต่ำกว่านี้ไม่หนับหนุนครับ เพราะ Code ที่ใช้มันโบราณ แต่ถ้าหาไม่ได้ก็เอาตัวเก่ามาลองใช้ก่อนได้ครับ ขั้นตอนการทำงานไม่ต่างกันมากมาย  และให้ระวังของแถมด้วยล่ะครับ (ใช้ของเถื่อนระวังหน่อยนะครับ)
          ก่อนจะเข้าไปในโมดูล RAM Modeler ได้นั้นต้องเปิดโปรแกรมขึ้นมาก่อนครับ สิ่งที่เราจะได้เห็นคือหน้าจอ RAM Manager  (ตามรูปที่ 1.a) จะขอแยกออกเป็นบทที่ … นะครับ มองภาพแล้วคงมีหลายบท เขียนไปเยอะๆ จะได้แยกหัวข้อได้ไม่งง

รูปที่ 1.a หน้าจอ RAM Manager

          จากรูปด้านบนครับ ตอนเปิดเข้าโปแกรมใหม่ๆ มันก็จะเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับสังเกตุ ปุ่มส่วนใหญ่จะเป็นสีเทา (ไม่สามารถกดได้ครับ) จนกว่าเราจะใส่ข้อมูลเพียงพอมันถึงจะใช้ได้ครับ เนื่องจากโปรแกรมอาจใหม่สำหรับเพื่อนๆ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี นั่นก็กดไม่ได้นี่ก็กดไม่ได้ Run ก็ไม่ผ่าน มี Message แจ้งนั่นนู่นี่ เต็มไปหมด!! ทำยังไงดี !?  ฟังทางนี้ครับ ทั้งหมดของตัวโปรแกรมสามารถใช้แนวทางนี้แก้ปัญหาไดครับ (แก้ได้รึป่าวหว่า 555)
          1.   นึกอะไรไม่ออกว่าจะเริ่มตรงไหน ก็ให้เริ่มกดปุ่มเพื่ออินพุทข้อมูล จาก ซ้ายไปขวา หรือบนลงล่าง เดี๋ยวปุ่มมันก็สว่าง ขึ้นมาเองแหละ (อาจจะดูว่ามักง่ายแต่สำหรับผู้เริ่มต้น มีประโยชน์นะครับ)  ผมเองก็ยังใช้อยู่เลยครับบ่อยๆด้วย เพราะบางที่ด้วยความที่มันปรับแต่งได้เยอะ นั่นก็อาจทำให้เราข้ามในการอินพุทข้อมูลหรือ วิธีการพิจารณาที่สำคัญไปครับ (อย่างน้อยก็กดเรียงตามนี้เพื่อตรวจสอบการอินพุทข้อมูล) ถ้าใครเคยใช้ Sap 2000 , Microfeaf มาก่อนจะรู้ดี มาแนวเดียวกันเลย
          2.   ในกรณีที่ไอคอนแจ้งเตือนสถานะ (Status )ยังเป็นสีเหลือง หรือแจ้งว่าข้อมูลไม่เพียงพอต่อการ Run (ปกติกดปุ่ม Process มันก็แจ้งแหละครับว่าต้องการอะไร) ให้เข้าไปทำตามขั้นตอนตามข้อที่ 1 คือไล่เรียงกดจากซ้ายไปขวา (ขั้นตอนสิ้นคิด) เพื่อตรวจดูว่ายังขาดการป้อนข้อมูลในส่วนไหน
          3.   ขั้นตอนการใช้งานเกือบทุกโมดูลการอินพุทข้อมูลจะมาในแนวนี้ครับ กำหนด Criteria ก่อนเช่นเดียวกับหลายโปรแกรม , และกำหนด Properties ของอะไรก็ตามที่เราจะใช้หรือให้มี แล้วก็นำไปใช้กับชิ้นส่วนใดๆ (ข้อนี้อ่านแล้ว งง ดูตัวอย่างก็จะเข้าใจเองครับ) , Process , และตรวจสอบผลลัพทธ์
          4.   ส่วนถ้ายังมีปัญหาอื่นที่แก้ไม่ได้อีก จะทำยังไงดี? ก่อนอื่นก็ต้องทำใจก่อนครับ ใจเย็นๆ ( ผมเองก็ยังไม่เคยเจอแบบแปลกกว่านี้ 5555 ) แล้วค่อยมาโพสคำถามไว้ครับเดี๋ยวช่วยแก้ หรือแนะนำให้ตามฟามสามรถอันน้อยนิดของผมเอง อันไหนแก้ได้แก้ให้ครับ   

บทที่ 1 การตั้งค่าเริ่มต้นของ RAM Manager

          เบิดไฟล์ใหม่ก่อนครับ ตั้งหน่วยเป็น metric (ปุ่มตรงมุมขวาล่าง) ตั้งชื่อตามสุดแล้วแต่ใจท่าน ตามรูปด้านล่าง


          เซฟไฟล์ยังไงคงไม่ต้องบอกกันแล้วนะครับ เรามาว่ากันเรื่องการปรับแต่งโปรแกรมขั้นต้นกันดีกว่า ว่าควรปรับตรงไหนก่อนหลัง เรียงตามข้อ โดยดูจากรูปครับ(ตอนนี้เราควรจะอยู่ที่หน้าจอตามรูป 1.a) จะกดปุ่มตาม Tool Bar นะครับ
          1.1   กดเลือก Tool - RAM Defaults Utility
ในนี้จะเป็นการกำหนดการตั้งค่าเริ่มต้นของโปรแกรมครับ ตัว Utility มันจะนำเราเข้าไปปรับทุกอย่างที่มีผลต่อการทำงานของตัวโปรแกรมครับ เช่น Unit , Self-weight  , และอื่นๆอีกมากมาย ในทุกๆโมดูลที่มีอยู่ในตัวโปรแกรมเลยครับ (เอาความจริงคือผมตั้งแค่ Unit ครับที่เหลือค่อยเข้าไปตั้งใตแต่ละโมดูลเอา) ตามรูปที่ 1.1

รูปที่ 1.1

          1.2   กดเลือก Criteria
                โดยมีรายละเอียดที่ควรตั้งดังนี้
                 Member Load (ตามรูป)


                 Self-Weight  (ตามรูป)


                 Unit  (ตามรูป)


          และนี่ก็คือการตั้งค่าเบื้องต้นที่ควรรู้ เสร็จแล้วเราก็พร้อมที่จะเข้าไปสร้างโมเดลแล้วครับใน โมดูลแรก RAM Modeler
ให้กดที่ปุ่ม 

                                            และแล้วเราก็ได้เข้ามาสู้หน้าต่าง RAM Modeler แล้วครับ
                                         /////////////////////////////////////////////////

                                          (ค่อยว่ากันในบทบทต่อไป ครั้งหน้าครับ)

thxby41509USS Submarine
ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา จำหน่ายซอฟต์แวร์โปรแกรม AutoCAD Adobe Microsoft ราคาพิเศษ 8baht.com
บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #22 เมื่อ :: กรกฎาคม 09, 2012, 11:35:35 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
บทที่ 2  RAM Modeler

         แรกเริ่มหลังจาการกดปุ่ม ไอคอน Model ตัวโปรแกรมเองก็จะนำท่านเข้ามาสู่หน้าต่างของ RAM Modeler ซึ่งจะเป็นโมดูลที่จะมีไว้สำหรับการวาดโมเดล ใส่คุณสมบัติ และขนาดของชิ้นส่วน รวมทั้งใส่แรงที่เป็น Gravity ทั้งหมดที่จำเป็นในการวิเคราะห์และออกแบบเลยครับ ตอนเข้ามาใหม่ๆมันก็จะได้หน้าจอโล่งๆ (สีดำแบบว่างๆไม่มีเส้นสีแดง) ตามรูปด้านล่างเลยครับ

รูปแสดง หน้าจอโมดูล RAM Modeler

          2.1 แนะนำโมดูล
          มาว่ากันเรื่องการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือพื้นฐานที่มี และอื่นๆที่จำเป็นก่อนการใช้งานโปรแกรมก่อนครับ (สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำงาน) จะว่ากันตามตัวเลขสีแดงที่ผมเขียนขึ้นนะครับ (หรือเมื่อเอาเมาส์ไปวางไว้เหนือไอคอน มันก็จะแสดง Tool Tip แสดงข้อมูลให้ด้วยเช่นกัน)
                    เลขที่ 1 เป็นปุ่ม Drop Down List ที่เอาไว้ปรับประเภทของวัสดุก่อนที่จะวาดโมเดลครับ เช่น ถ้าจะวาดคานคอนกรีต ก็ต้องเปลี่ยนตรงนี้เป็นคอนกรีตก่อนเขียน เป็นต้น
                    เลขที่ 2 เป็นปุ่ม Drop Down List เช่นกัน แต่จะแสดง ฐานข้อมูลชั้นที่เราจะสร้างขึ้น เช่น แบบแปลนแบบที่ 1 , 2 , 3 สุดแล้วแต่จำนวนฐานข้อมูลชั้นที่เราจะสร้างขึ้นว่ามีมากน้อย (มันเอาไว้ใช้เลือกชั้นที่เราต้องการจะวาดครับ)
                    เลขที่ 3 แถบแสดง status ของการทำงานในแต่ละคำสั่งครับ เช่น ตอนที่จะวาดคาน มันก็จะบอกว่าให้ไปคลิ๊กที่ไหน นั่นนู่นนนี่ ไปตามแต่ละชุดคำสั่งที่เราใช้งานในขณะนั้นครับ มีประโยชน์มากในตอนเริ่มเรียนรู้
                    เลขที่ 4 แถบเครื่องมือที่เอาไว้ใช้เกี่ยวกับการแสดงผลในตัวโปรแกรม โดยอธิบายจากซ้ายไปขวา ซูมทั้งหมด (Full Zoom) เลือกกรอบเพื่อทำการซูม (Fence) และก็ซูมอิน-เอาท์ และ previous Zoom
                    เลขที่ 5 ปุ่มควบคุมการ เปิด - ปิด การแสดงผลของชนิด ชิ้นส่วนที่มีในโครงสร้าง เช่น เสา คาน ผนัง ฐานราก ประมาณนั้น

          และอีกอย่างหนึ่งที่ต้องเข้าใจก็คือ การวาดโมเดลของโปรแกรมนี้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามที่โปรแกรมมี เราจะวางการวาดอยู่บนฐานของ Grids Line (เสาวางอยู่บน Grids ) และเมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระยะของ Grids เสาและคานที่ติดอยู่กับ Grids จะย้ายตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในกรณีที่ยะยะช่วงของโครงสร้างเกิดถูกเปลี่ยนแปลงโดยลูกค้าที่เคารพรักของเรา แบบเปลี่ยนได้  3 ครั้งหลังอาหารก็ไม่ปาน เราก็แค่เปลี่ยนระยะ Grids ที่เหลือมันก็จะขยับให้เองครับ โหลดก็ไม่ต้องใส่ใหม่ ง่ายดีไหมล่ะ

          2.2   สร้าง Grid
ทำโดย (ในทูลบาร์ด้านบน) คลิ๊กไปที่เมนู Layout > Grids > Create/Edit  ก็จะได้หน้าจอดังรูปที่ 2.1 และเราก็มาเริ่มสร้าง Grids กันเลย ตามนี้ครับ
          -   ในช่อง Grids System Label = main
          -   Grids System Type = Orthogonal ที่เหลือใช้ค่า = 0.00 ทั้งหมด และกด Add (ควรจะเห็นว่ามีข้อมูลเพิ่มเข้ามาในตารางด้านล่างแล้ว)

          -   ทำการเพิ่ม Grids อีกตัวนึง ในช่อง Grids System Label = Radial  
          -   Grids System Type = Radial
          -   X offset  = 10.00 Y offset = 0.00  Rotation = 0.00 และกด Add (ตอนนี้ควรจะได้รูปตามรูปที่ 2.2 )

รูปที่ 2.1

รูปที่ 2.2

          -   ทำการเข้าไปใส่คุณสมบัตให้กับ Grids โดยคลิ๊กที่ Label main > Edit Grids (จะได้หน้าต่างตามรูปที่ 2.3) โดยใส่ค่าตามนี้ (ในแถบ X Grids)
          -   Grids Label = A (คอยดูว่ามันจะสร้าง B C D …. ให้เอง ) , Grids Coordinate = 0 , Grids Spacing = 5 (ระยะห่างระหว่าง Grids), # of Additional = 4 (จำนวนที่ทำซ้ำ) และกดปุ่ม Add

รูปที่ 2.3 แสดงข้อมูลที่ป้อนให้กับ Grids ที่ตั้งฉากกับแกน X (X Grids)

          -   เพิ่มข้อมูล Grids Label = C.1 , Grids Coordinate = 13 , Grids Spacing = 0 , # of Additional = 0 , Limit to Minimum Y=4 , Limit to Maximum = 12 และคลิ๊ก Add ควรได้ตามรูปที่ 2.3

          -   หลังจากนั้น คลิ๊กที่ Y Grids (ตรงหัวช่องแสดงข้อมูลด้านบน) และใส่ข้อมูลตามนี้
          -   Grids Label = 1 , Grids Coordinate = 0 , Grids Spacing = 5 , # of Additional = 4 , ที่เหลือใส่ค่า = 0.00 คลิ๊ก Add ควรได้ตามรูปที่ 2.4

รูปที่ 2.4 แสดงข้อมูลที่ป้อนให้กับ Grids ที่ตั้งฉากกับแกน Y (Y Grids)

          จากนั้น Click OKทั้งหมดที่มีให้คลิ๊กครับเพื่อกลับมาที่หน้าจอที่ดำมืดของเรา (ผมจะทำให้มันโชว์ Grids ที่เราสร้างก่อน) และกำหนดให้หน้าจอแสดง Grids ดังนี้
          -   ไปที่ Layout > Type > Select อธิบายกันก่อนว่าตรงนี้จะเป็นที่สำหรับตั้งชื่อฐานข้อมูลของเราครับ เช่นว่าเรามีฐานข้อมูลชั้นกี่แบบก็เอาเลยตั้งตามใจชอบ ในที่นี้ผมตั้งไปก่อน 1 ชั้น โดยพิมพ์ 2nd  แล้วกด Add จะได้ตามรูปที่ 2.5 ครับ แล้วก็กด Close ไป

รูปที่ 2.5

          -   ไปที่ Layout > Grids > Select และตั้งค่าตามรูปครับ และกด Ok
          ตอนนี้เราก็จะได้เห็นว่ามี Grids ปรากฏตัวออกมาให้ได้เห็นกันแล้วตามรูปด้านล่างเลยครับ

รูปแสดง Grids ที่เราสร้างขึ้น

          วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ เพื่อนๆลองไปปรับแก้ Grids ตัวนี้ลองดูก่อนนะครับ ว่าปุ่มไหนมันปรับแล้วได้อะไรลองแก้ลองปรับกันดู ส่วนคราวหน้า จะมาใส่ข้อมูลให้ Grids อีกตัวกัน ว่ามันจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน
          และขอโทษด้วยที่อาจมีข้อความข้างบนที่พิมพ์ผิด (เยอะมาก) จะพยายามไล่ตามแก้ให้ครับ เพราะเวลามันมีน้อยจริงๆ
///////////////////////////////////////////////////////////////////////









thxby41598USS Submarine
ป.โท สาขาวิชาเทคโนโลยีโครงสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มก. ป.โท สาขาวิชาเทคโนโลยีโครงสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มก.
บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #23 เมื่อ :: กรกฎาคม 12, 2012, 12:34:20 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          ช่วงนี้งานงอกครับเลยไม่ได้เข้ามาอัพข้อมูลให้ ตอนแรกกะเอาไว้ว่าอาทิตย์ละสองครั้ง ตอนนี้คงเป็นอาทิตย์ละครั้งแล้วล่ะครับ ประมาณว่าทุกวันจันทร์ เอาไว้มีเวลาก็จะอัพให้บ่อยขึ้นตามสมควร
          จะสอนวิธีใช่ให้จบโปรแกรมนี้ก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องโปรแกรมอื่นกันต่อไป

thxby41639USS Submarine
จำหน่ายซอฟต์แวร์โปรแกรม AutoCAD Adobe Microsoft ราคาพิเศษ 8baht.com จำหน่ายซอฟต์แวร์โปรแกรม AutoCAD Adobe Microsoft ราคาพิเศษ 8baht.com
บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #24 เมื่อ :: กรกฎาคม 19, 2012, 01:33:49 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          สวัสดีครับ วันนี้มาต่อกันเรื่องการใช้งาน grids อีกตัวที่ค้างเอาไว้ในครั้งก่อน ให้เพื่อนๆ กลับเข้าไปที่หน้าจอด้านล่างก่อนนะครับเพื่อที่เราจะเข้าไปแก้ไขตัว Radial grids กัน


          คลิ๊กเมาส์ให้ขึ้นแถบสีฟ้าดังรูปแล้วกดปุ่ม Edit Grids เพื่อเข้าไปแก้ไขข้อมูล
          ใน Grid Label : Radial ตั้งค่าดังนี้
          •   Radial grid TAB
                    -   Grid Label = R1 , Grid Angle = 210 , Grid Increment = 30 , # of additional Grids = 4 และ Click [ Add ] ตามรูปที่ 2.6


รูปที่ 2.6 แสดงการตั้งค่า Radial Grids TAB

          หลังจากนั้นให้ไปกดแถบ Circular grids และกรอกข้อมูลดังนี้
          •   Circular grid TAB
          -   Grid Label = S1 , Radial Distance = 7 , Radial Increment = 0 , # of additional Grids = 0 และ Click [ Add ] ตามรูปที่ 2.7


รูปที่ 2.7 แสดงการตั้งค่า Circular Grids TAB

          และเมื่อตั้งค่าตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว คลิ๊ก Ok ยอมรับทุกหน้าต่างเพื่อกลับมาที่หน้าจอเดิมดังรูปด้านบนของหัวกระทู้ครับ และจะเห็นได้ว่ามี Grids รูปโค้งๆ ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ตามรูปด้านล่างเลย


          เอาล่ะ ตอนนี้เรามี Grids ที่พร้อมจะวาดรูปแล้วนะครับ ที่เหลือเราก็ลงมือวาดรูป (วาด Member) ที่เราต้องการลงไป ซึ่งปกติก็เริ่มจากวาดเสาก่อน ตามด้วยคาน และอื่นๆ ตามแต่จะนึกออก
          สำหรับการเริ่มสอนให้เพื่อนๆ เริ่มสร้างโมเดล (วาด Member ) ผมก็จะสอนให้วาดทุกอย่างที่โปรแกรมมันจะวาดได้นั่นแหละครับ จะได้นำไปประยุกต์ใช้กับโครงสร้างที่มีแบบแตกต่างกันได้

          ขั้นแรกหลังจากหลายขั้นตอนด้านบน

          2.3   กำหนด Properties ของเสา และคาน (Concrete) ทำได้โดย
          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Material > Concrete
          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Prop Table > Column Section เพื่อตั้งค่า Properties ของเสา โดยใช้การเข้าไปกำหนดตามเมนู ตามรูปที่ 2.8

รูปที่ 2.8 แสดงการเข้าเมนูเพื่อเข้าไปกำหนดคุณสมบัติ เสา คาน พื้น และ Loads ตามลำดับ

          และเมื่อเข้ามาแล้วก็มาเริ่มกำหนดคุณสมบัติของเสากันเลย ซึ่งสามารถทำได้โดยกำหนดค่าตามรูปด้านล่าง และกด Add และให้ทำแบบเดียวกันกับหน้าตัดขนาดอื่นๆ จนได้จำนวน Properties ตามที่ต้องการ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จควรจะได้ ตามรูปด้านล่าง (ขนาดเสา 2 ขนาด)


ตารางแสดงคุณสมบัติของเสาที่ใช้

เมื่อเสร็จแล้วกด Ok เพื่อกลับออกมาที่หน้าต่างหลัก
          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Prop Table > Beam Section เพื่อตั้งค่าคุณสมบัติคาน ทำแบบเดียวกันกับเสาด้านบนครับ ดูรูปข้างล่างเพื่อเป็นแนวทางในการป้อนค่า (คานกำหนดแค่ขนาดเดียว กำหนดเยอะเดี๋ยว งงง)


          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Prop Table > Decking… เพื่อตั้งค่าคุณสมบัติพื้น เมื่อคลิ๊กเมนูแล้วเราจะได้หน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมา ซึ่งเราสามารถกำหนดคุณสมบัติของพื้นได้ 3 แบบ คือ Composite Floor System , NonComposite Floor System และ Concrete slab System ซึ่งในที่นี้เราจะสร้างเป็น Concrete ครับ ทำได้ดังนั้
          1)    กำหนดพื้นสองทางความหนา 200 mm
          2)   กำหนดพื้นสำหรับ Mat Foundation ความหน 500 mm
          โดยการตั้งค่าตามรูปด้านล่างเลยครับ (ใช้รูปเป็นไกด์ ที่เหลือลองคลำๆกันดูเพื่อจะได้ฝึกไปในตัว)


          การเพิ่มข้อมูลแต่ละตัวทำได้โดยกด Add นะครับพี่น้อง (ถ้าจะเปลี่ยนแปลงกด Change) ตั้งค่าเอาให้เหมือนรูปเลยครับ ส่วนท่านใดคุ้นเคยกับคุณสมบัติพวกนี้ดีอยู่แล้ว ก็ลองใช้ค่าที่แตกต่างดูก็ได้ตามสบาย

          สรุปสำหรับการตั้งค่าคุณสมบัติของวัสดุในตัวโปรแกรม Ram Structural System กับการอธิบายที่อยู่ด้านบนนั้น ผมไม่ได้พูดเกี่ยวกับค่า Factor ต่างๆที่มีปรากฏอยู่ระหว่าง หน้าจอที่ทำการกรอกข้อมูล แต่เข้าใจว่าเพื่อนๆ ที่เรียนมาคงทราบอยู่แล้วเป็นอย่างดีว่ามันคืออะไร และทำการปรับได้ตามขอบเขตมากน้อยแค่ไหน (หรือถ้าไม่ปรับก็ใช้ตามค่ามาตรฐานของโปรแกรมก็ได้ ซึ่งมันเหมาะสมแล้วคู่มือมันบอกว่าอย่างนั้นอ่ะนะ)

          และแล้วเราก็จะมาเริ่มปักเสาต้นแรกกันจริงๆ ซักกะที ซึ่งการวาดรูปเกือบทั้งหมดทั้งปวงในโปรแกรมจะใช้งานเมนูบาร์ Layout เป็นหลัก
          2.3   วาดเสา Concrete Column Layout
เข้าไปที่ Layout > Column > Add on Grids เพื่อวาดเสาลงบน Grids (เพื่อนๆลองใช้เมนูอื่นเพื่อวาดดูก็ได้ ไม่ว่ากัน) เมื่อเลือกเมนูดังกล่าวควรปรากฎหน้าต่างดังรูปด้านล่าง


          คราวหน้าจะมาอธิบายว่า แต่ละอ็อปชั่นมันมีฟามหมายว่าไง วันนี้คลิ๊ก Single และวาดเสากันไปก่อน และคานก็เข้าเมนู Layout > Beam > Add on Grids เหมือนกันเลยครับลองวาดดูกันก่อน คราวหน้าจะมาอธิบาย
          ส่วนวันนี้ขอเผ่นไปทำงานก่อน ใครที่สงสัยอะไรก็ลงมาโพสเอาไว้ครับเดี๋ยวตอบให้


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






thxby41718USS Submarine
ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา จำหน่ายซอฟต์แวร์โปรแกรม AutoCAD Adobe Microsoft ราคาพิเศษ 8baht.com
บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #25 เมื่อ :: กรกฎาคม 26, 2012, 09:23:18 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          มาเริ่มวาดเสากันเลยครับต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว หลังจากที่เลือกเมนู Layout > Column > Add on Grids และเราก็จะได้หน้าต่างใหม่ดังรูปด้านล่าง ซึ่งเราจะมาดูกันว่าแต่ละอ็อฟชั่นที่มีให้เลือกในหน้าต่างนี้ มันมีความหมายว่ายังไงบ้าง


          จะไล่อธิบายตามหัวข้อที่เขียนเอาไว้นะครับ มีทั้งหมดที่น่าสนใจ 6 ตัว ดังนี้
          1.   เลือกแบบเสา แบบปกติ หรือเสาที่แขวนอยู่
          2.   Fc (ใช้กำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่ออกแบบ) , UW (Unit weight ปกติของคอนกรีต) , UW for self-weight (ใช้ค่านำหนักคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป) , Poisson’s Ratio (ใส่ค่าปัวซองเรโชของวัสดุลงไป)
          3.   กำหนดรูปแบบการรับน้ำหนักของเสาเช่น  Gravity (รับแรงทางดิ่งอย่างเดียว) , Lateral (รับแรงทางด้านข้างด้วย)
          4.   กำหนดให้โปรแกรมคำนวนค่า โมดูลัสอ็อฟ อีลาสติกให้ หรือจะใส่เองก็ได้
          5.   กำหนดทิศการหันของหน้าตัดเสา
          6.   กำหนดค่า Fy ของเหล็กเสริมที่จะใช้กับเสา มีให้เลือกกำหนดทั้งเหล็กแกนเสา และเหล็กปอก

          และเมื่อทำการกำหนดค่าต่างๆ ดังรูปที่แสดงข้างบนแล้วเราก็ Click ที่ปุ่ม Single ตัวโปรแกรมก็จะพาเรากลับมาที่หน้าจอที่มี Grids อยู่ แล้วเราก็เริ่มเอาเมาส์กดลงไปจนได้ตำแหน่งเสาตามรูปด้านล่างครับ


          หลังจากนั้นเข้าไปที่คำสั่งเดิมคือ Layout > Column > Add on Grids มันก็จะขึ้นหน้าต่างแบเดิมมาอีกแต่คราวนี้ผมจะเลือกเปลี่ยนตรง Framing = Lateral ตามรูปด้านล่าง


          เลือกเสร็จแล้วคลิ๊กเลือกที่ Single และวางเสาเพิ่มเติดลงไปยังตำแหน่งตามรูปด้านล่าง


          สังเกตุที่รูปด้านบน Lateral Column คือเสาที่มีสีแดงนั่นแหละครับ ส่วน Gravity คือเสาที่มีสี ฟ้า ส่วน Grids โค้งๆที่อยู่ด้านหน้าในตอนนี้เอาเป็นว่าผมจะยังไม่ไปยุ่งอะไรกับมันแระกัน (ตอนนี้เสาเสร็จแล้ว)
          ต่อไปเรามาวาดคานคอนกรีตกันครับโดยเข้าไปที่เมนู Layout – Beam –Add on-grids และเราก็จะได้หน้าต่างตามที่อยู่ด้านล่าง (และตั้งค่าให้เหมือนรูปครับ ส่วนเมนูและความหมายในการปรับแต่งก็เหมือนกับเสาครับ)


          หลังจากนั้น Click Single และวาดรูปคาน (Gravity Beam สีฟ้า) ให้ได้ตามรูปด้านล่างครับ รวมทั้งวาด (Lateral Beam สีแดง) ด้วย


          และมาถึงตอนนี้เราก็ได้ทั้งฝึกวาดทั้งเสาและคานเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ลองวาด Shear Wall ดู โดยเข้าไปที่เมนู Layout – Wall – Add On-Grids และเมื่อเรากดเลือกเมนูดังกล่าวมันก็จะขึ้นหน้าต่างดังรูปด้านล่าง


          เสร็จแล้วกดปุ่ม Single ครับเพื่อวาด Shear Wall ลงในตำแหน่งที่เราต้องการ (ตามรูปด้านล่าง)


          ตอนนี้เราก็ควรที่จะสามารถวาด เสา คาน และผนังรับแรงเฉือนได้แล้ว และเพื่อลดความเบื่อหน่ายและเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจ ผมจะสอนวิธีทำให้มันโชว์เป็นรูป 3 D ก่อนซึ่งสามารถทำได้โดยเข้าไปที่เมนูบาร์ Story Data ด้านบน และควรจะปรากฏหน้าต่างดังรูปด้านล่าง


          และตั้งค่าให้ได้ตามรูป หรือใส่ค่าตามนี้
          Story Label = 2nd (ตรงนี้เป็นการตั้งชื่อเฉย ตั้งอะไรก็ได้)
          Fit to Fit Height = 3.00 (เป็นค่าความสูงระหว่างชั้น)
          Floor Type = 2nd (เลือกฐานข้อมูลชั้นที่จะใช้)
          Click Add และ กด Ok
          หลังจากกด Ok เราก็จะกลับมาที่หน้าจอหลัก และคลิ๊กปุ่มตามรูป
และรอดูผลครับว่ามันเป็นไง ส่วนวันนี้พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่ครั้งหน้านะครับ สวัสดีครับ



              //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





thxby41789USS Submarine
ป.โท สาขาวิชาเทคโนโลยีโครงสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มก. จำหน่ายซอฟต์แวร์โปรแกรม AutoCAD Adobe Microsoft ราคาพิเศษ 8baht.com
บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #26 เมื่อ :: กรกฎาคม 31, 2012, 11:30:31 AM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          ตอนนี้เราก็มีโครงสร้างแล้วครับ แต่มีแค่ชั้นเดียว แถมยังไม่มีพื้นอีก เพราะฉะนั้นในอาทิตย์นี้เราจะมาวาดพื้น และใส่แรงกันครับ
          ให้กลับมาที่หน้าจอหลัก ใน RAM Modeler ก่อนนะครับ เพื่อที่เราจะวาดพื้นกัน โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > slab (ค้างไว้ก่อนตามรูปด้านล่างครับ) เดี๋ยวจะมาดูกันว่าแต่ละตัวของคำสั่งใช้เพื่ออะไร



          Slab Edge.. = ใช้เพื่อเขียนขอบเขตของพื้น(Slab) และกำหนดขอบเขตของ Floor Load ด้วย
          Slab Opening.. = ใช้เพื่อเจาะช่องเปิดในแผ่นพื้น เช่น ช่องลิฟท์
          Slab Penatration.. = ใช้เพื่อกำหนดช่องเจาะในแผ่นพื้น
          Deck Assign.. = กำหนดคุณสมบัติให้กับแผ่นพื้น

          เอาล่ะรู้ความหมายของแต่ละคำสั่งแล้วเราก็มาเริ่มวาดพื้นกันเลยโดยมีขั้นตอนดังนี้ วาดขอบพื้น > เจาะช่องลิฟท์ > ใส่คุณสมบัติพื้น
          วาดขอบพื้นก่อนโดยไปที่ Layout > Slab > Slab Edge จะได้หน้าจอดังรูปด้านล่าง


          จากรูปด้านบนในอ็อฟชั่นบ็อก เลือก Left และในช่อง Slab Overhang (mm) = 150 (หมายความว่ากำหนดให้อ็อฟเซ็ตพื้นไปทางซ้ายของแนวที่วาด ไป 15 cm.) แล้วกด Add
          ลงมือวาดกันเลย โดยคล็กที่ Grids นี้ (วาดตามเข็ม พื้นมันจะได้อ็อฟเซ็ตออกไปทางซ้ายตามที่ตั้งไว้)
          1.   คลิ๊ก A-1 และ คลิ๊ก A-5
          2.   คลิ๊ก A-5 และ คลิ๊ก E-5
          3.   คลิ๊ก E-5 และ คลิ๊ก E-1
          4.   คลิ๊ก E-1 และ คลิ๊ก A-1 ควรจะเห็นแนวเส้นสีเขียวๆ ล้อมแผ่นพื้นตามรูปด้านล่าง และกด ESC
          (ควรจะเห็นขอบเขตเส้นสีเขียวล้อมแนวเสาด้านนอกดังรูปด้านล่าง)



          เสร็จแล้วมาเจาะช่องลิฟท์กันต่อ โดยเข้าไปที่เมนู Layout > Slab > Slab Opening จะได้หน้าจอดังรูปด้านล่างและตั้งค่าให้เหมือน



          ในรูปด้านบนมีความหมายว่า ให้อ็อฟเซ็ตแนวไปทางขวาของแนวการวาด 15 cm. เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วกด Add และทำการวาด (ตามเข็ม) ช่องเจาะลิฟท์ตามแนวทางเดียวกับการวาดขอบพื้น เสร็จแล้วกด ESC ควรจะได้ช่องเจาะที่มีแนวเป็นเส้นสีเหลืองกล่องลิฟท์ตามรูปด้านล่าง



          ขั้นต่อไปทำการใส่คุณสมบัติให้กับแผ่นพื้น (Assign size ) โดยไปที่คำสั่ง Layout > Slab > Deck Assign ควรจะปรากฎหน้าต่างตามรูปด้านล่าง



          (จากรูปด้านบน) อ็อฟชั่นที่อยู่มุมซ้ายบน (Slab Action) คือการกำหนดรูปแบบการถ่ายแรงและพฤติกรรมของพื้นว่าจะเป็น 1 way หรือ 2 way , ถัดลงมานั่นคือสำหรับวาด Drop cap (ถ้าเลือก) , ถัดลงมาอีกด้านล่างเลยตรง Framing System จะเป็นตัวเลือกชนิดของคุณสมบัติพื้น (จะตรงกับตอนที่เราสร้างขึ้นตอนแรก) ในที่นี้เราสร้างไว้ตอนแรกเป็นคอนกรีต ตรง Label ให้คลิ๊กเลือก “2 way 200” (ที่เราสร้างไว้ตอนแรก) และทางขวามือคลิ๊กที่ Whole floor เพื่อ Assign ให้กับแผ่นพื้นทั้งหมดของชั้น
          เมื่อทำตามขั้นตอนดังกล่าวควรจะได้รูปตามด้านล่างครับ



ตอนนี้กลับไปดูรูป 3D กันก่อนโดยคลิ๊กปุ่ม
จะเห็นว่าตอนนี้โมเดลของเรามีพื้นแล้วครับ ดังรูปด้านล่างเลย



          และขั้นต่อไปเราจะมาใส่แรงกันแล้ว โดยผมจะใส่แรงเข้าไปที่ฐานข้อมูลชั้นดังรูปด้านบนนี่แหละ แล้วค่อย Copy ข้อมูลทั้งหมดไปอีกชั้นนึง แล้วค่อยมาวาด Shear Wall ที่มันยังเป็นแค่ 3 ด้านอยู่ให้ครบ 4 ด้านในชั้นแรกครับ
          ไปเริ่มใส่แรงกันเลยโดยการไปกำหนดแรงที่ต้องการใส่ขึ้นมาก่อนแล้วค่อยนำมา Assign ให้กับ Model โดยเข้าไปที่เมนู Prop Table > Loads > Surface.. (ในโมเดลนี้ผมจะใส่แค่ Surface Load เพราะจะได้เร็ว ส่วนที่เหลือลองใส่กันดู ไม่ยาก) และควรจะได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง



          ตั้งค่าตามรูปและกด Add หรือทำดังนี้
                    ในช่อง Label = Floor (ใส่อะไรก็ได้ เป็นแค่การตั้งชื่อ)
                    Dead Load = 300 (แรงกระทำกับโครงสร้าง)
                    Mass Dead Load = 300 (ใส่มวลสำหรับการวิเคราะห์แรงแผ่นดินไหว)
                    และกด Add และก็กดปิดหน้าต่างนี้ไป
          (ในตัวอย่างนี้ผมใส่ แค่ Dead Load นะครับ ที่จริงมันควรมี Live Load อีกลองไปใส่กันลองดู ก็คำแบบเดิม (เปลี่ยน Label และ Load) และก็กด Add ก็เท่านั้น)
          เสร็จแล้วไปทำการ Assign Load ให้กับ Model ครับ ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Layout > Load > Surface Load (สำหรับผมจะว่างมาให้กดแค่อันเดียว ถ้าคนอื่นเพิ่ม Load แบบอื่นมันก็จะมี Load ชนิดอื่นให้กดเพิ่มครับ) และควรได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง



          กดเลือก Floor ตามเครื่องหมายชี้สีแดงที่ผมทำขี้น และตามด้วยกด Whole Floor เพื่อ Assign Loads (Floor) ให้กับ Floor ทั้งชั้น จะได้รูปของชั้นดังรูปด้านล่าง



          ทีนี้เรามาเรียนรู้การ Copy ชั้นข้อมูลกัน โดยสิ่งที่ผมจะทำ Copy ชั้นข้อมูลจากชั้น 2nd ที่เราเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อซักครู่ไปสู่ชั้น 3rd และ roof ตามลำดับ
          เรามาเริ่มกันที่ เพิ่มชื่อชั้นข้อมูล (Floor Type) 3rd และ roof ขึ้นมาอีกเพราะของเดิมที่ตั้งไว้มีแค่ 2nd  ซึ่งทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Layout > Type > Select.. และเพิ่ม ชื่อฐานข้อมูล (Floor Type) ให้ได้ดังรูปด้านล่าง และปิดหน้าต่างไป



          หลังจากปิดหน้าต่างด้านบนควรที่จะกลับมาที่หน้าจอหลัก และเปลี่ยน Floor Type จาก 2ndไปเป็น 3rd ดังรูปด้านล่าง และควรจะได้หน้าต่างที่ว่างเปล่า เพราะเรายังไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย



          จากนี้ผมจะเรียก “Floor Type” แทนคำว่าชั้นข้อมูลนะครับ หลังจากเปลี่ยน Floor Type มาเป็น 3rd แล้วเริ่มทำการ Copy โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Type > Copy.. และก็จะได้หน้าจอดังรูปด้านล่าง โดยตั้งค่าดังนี้
          Copy From เลือก 2nd (เพราะเราจะเลือก Copy จากชั้นสอง)
          Select Items เลือก All (เลือก Copy เอามาทุกอย่างเลย) และกด Ok ไป



          และดูผลลัพธ์ครับ จะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เราได้สร้างขึ้นที่ชั้น 2nd ถูก Copy มาแล้วครับ ซึ่งเรายังไม่พอแค่นั้นลอง Copy อีกคราวนี้ Copy ไปที่ชั้น Roof ซึ่งก็ทำแบบเดียวกันนั่นแหละครับ โดยเปลี่ยน Floor Type ไปที่ roof ก่อน (จะได้หน้าจอว่างๆ) และไปที่ Layout > Type > Copy และเลือกเหมือนเดิมตามด้วยกด Ok
          ถึงขั้นนี้เพื่อนควรจะได้ Floor Type 3 แบบที่มีข้อมูลแล้วนั่นคือ 2nd , 3rd และ Roof
          คราวนี้เราลองมาแก้ข้อมูลที่ชั้น 2nd กันดู โดยเปลี่ยน Floor Type ไปเป็น 2nd ดังรูปด้านล่าง



          หลังจากเปลี่ยน Floor Type มาเป็น 2nd แล้ว เราก็เริ่มลบคานใน Line C ช่วงระหว่าง 2-3 (คานหน้าลิฟท์) ออก โดยคำสั่ง Layout > Beam > Delete และตามด้วยวาด Shear Wall ในตำแหน่งคานที่ลบไปโดยคำสั่ง Layout > Wall > Add On-grids (ตั้งค่าแบบเดิมในกระทู้บนๆ) เราก็จะได้หน้าตาโมเดลชั้น 2nd ตามรูปด้านบน (ตอนนี้กล่องลิฟท์ด้านล่างถูกปิดเป็น 4 เหลี่ยมแล้ว)
          จากนั้นเหลือหลังหลังคาครับที่ชั้น Roof น้ำยังรั่วอยู่เพราะเราเจาะช่องลิฟไว้ ซึ่งเราจะตามไปลบ Slab Opening(ช่องลิฟท์) ออก เบื้องต้นเปลี่ยน Floor Type ไปเป็นชั้น Roof และลบช่องเปิด (เส่นสีเหลืองที่อยู่ตรงกล่องลิฟท์) โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Slab > Slab Opening ในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมาใหม่ให้เลือกอ็อปชั่น Delete Fence ดังรูปด้าล่าง



          หลังจากนั้นคลิ๊กเลือกช่องเปิดทั้งหมดในชั้น Roof และออกจากคำสั่ง และควรได้ข้อมูลดังรูปด้านล่าง (ให้มันขึ้นลาย Hath โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Slab > Deck Assign และเลือกอ็อปชั่น Show )



          เอาล่ะตอนนี้เราพร้อมที่จะเอาฐานข้อมูลทั้งหมดที่เราสร้างมาทำการเรียงกันขึ้นเป็นชั้นแล้ว (จำกันได้ไหมว่าทำยังไง) ซึ่งเราจะใช้คำสั่งควบคุมที่ชื่อว่า Story Data ที่อยู่ตรงเมนูบาร์ด้านบน จะขึ้นหน้าต่างดังรูปด้านล่าง



          จากรูปด้านบนเราจะสร้างชั้นแรกจำนวน 1 ชั้น (เราสร้าง 2nd เอาไว้แล้ว) และสร้างชั้น 2,3,4 โดยใช้ Floor Type เป็น 3rd และปิดท้ายด้วย Roof ดังนี้ (เริ่มจากของเดิมที่มี 2nd อยู่แล้ว)

          1.   Label = 3 , Floor Type = 3rd , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          2.   Label = 4 , Floor Type = 3rd , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          3.   Label = 5 , Floor Type = 3rd , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          4.   Label = Roof , Floor Type = Roof , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          เมื่อเสร็จควรจะได้ตามรูปด้านล่าง และกด Ok เพื่อปิดหน้าต่าง



          ลองกลับไปดูรูป 3D ครับโดยการกดปุ่มตามรูปด้านล่าง



          ก็จะได้โมเดลหน้าตาแบบในรูปด้านล่างนี่แหละครับ



          อาทิตย์นี้พอแค่นี้ก่อน อาทิตย์หน้าผมจะตรวจสอบว่าที่เราวาดเนี่ยมันมี Error ไหม , ลองเพิ่มจำนวนชั้นดู และวาดฐานรากเพิ่มครับ


                   ///////////////////////////////////////////////////////////




thxby41839USS Submarine
ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา จำหน่ายซอฟต์แวร์โปรแกรม AutoCAD Adobe Microsoft ราคาพิเศษ 8baht.com
บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #27 เมื่อ :: สิงหาคม 01, 2012, 01:16:57 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          หลังจากที่เรามีโมเดลแล้ว ต่อไปเราจะมาตรวจสอบโมเดลกันว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอสำหรับที่จะทำการ Design ในโมดูลอื่นหรือไม่ โดยใช้คำสั่ง
 Data Check
          เข้าทำการเรียกใช้คำสั่งโดยเข้าไปที่เมนูบาร์ Integrity > Data Check และหลังจากคลิ๊กควรจะปรากฏหน้าต่างดังรูปด้านล่าง



          จากรูปด้านบนจะเห็นว่ามีอ็อฟชั่นให้เลือกอยู่ 3 ตัว นั่นคือ
          1.   Gravity Only = ตรวจสอบชิ้นส่วนที่รับแรงในแนวดิ่งเท่านั้น (ชิ้นส่วนสีฟ้า)
          2.   Frame Only = ตรวจสอบชิ้นส่วนที่รับแรงทางด้านข้างเท่านั้น (ชิ้นส่วนสีแดง)
          3.   Integrated = เลือกตรวจสอบทั้งคู่

          ในที่นี้เราเลือกตรวจสอบทั้งหมด โดยเลือกอ็อฟชั่นที่ 3 และก็กด Ok รอดูหวยออกครับ เครื่องของผมปรากฏว่า ไม่มี error มีแต่ Warning (เพียบ)
 207 ตัว ตามรูปด้านล่าง (กำ…..)



          จากรูปด้านบน จะเห็นได้ว่าตัวโปรแกรมแจ้ง Warning ส่วนใหญ่เป็น “ no member size” คือเราลืม Assign size ให้กับเสาและคานครับพี่
น้อง!! (ผมลืมใส่เอง ขออภัยเป็นอย่างสูง แบบว่าพอเขียนหลายอาทิตย์เข้ามันก็เลยลืม) ซึ่งเราจะต้องแก้ไขก่อน ไม่งั้นจะไม่สามารถไปออกแบบในโมดูลอื่น
ได้
          วิธีแก้ก็คือเข้าไปทำการ Assign size ให้กับเสาและคานตามที่ warning มันเตือนมาครับ
          ตัวอย่าง การดูว่าจะแก้ยังไง และแก้ที่ชิ้นส่วนไหน และจะหาชิ้นส่วนนั้นได้ยังไง

          ขั้นที่ 1 ให้อ่าน Warning ที่โปรแกรมแจ้งมาตัวอย่างใน warningที่ 1ซึ่งปกติจะประกอบไปด้วย ปัญหาและข้อมูลของปัญหา และลงท้ายด้วยวิธี
แก้ไขเสมอ โดยสังเกตุดังนี้
          บรรทัดแรก = Warning 1 – Concrete Column #28 has no member size assigned on layout Type 2nd.
          บรรทัดที่สอง = Detected at coordinates ( m)   (0.000 , 0.000)
          บรรทัดที่สาม = User Action ; Assign size for this column. Either in the modeler or in a design mode.

          บรรทัดแรก =แจ้งว่า เสาคอนกรีตหมายเลข 28 ไม่มี size ที่ Floor type = 2nd ตรงนี้ให้จำเอาไว้เพราะเราจะเอาไว้ใช้ค้นหาชิ้นส่วนที่มีปัญหา
          บรรทัดที่สอง = ......... อันนี้คือพิกัดแต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์
          บรรทัดที่สาม = อันนี้เป็นวิธีแก้ที่โปรแกรมแนะนำ เราก็แค่ทำตามครับไม่มีไรมาก

          ขั้นที่ 2 ทำการค้นหาเป้าหมายที่มีปัญหาแล้วก็แก้ซะโดยใช้คำสั่ง Find Member ช่วยในการค้นหาว่าชิ้นส่วนที่ว่านั้นมันอยู๋ไหนทำได้โดย (ตอนนี้รู้
แล้วว่าเสาเบอร์ 28 อยู่ Floor Type 2nd มีปัญหาเกี่ยวกับไม่มีขนาด) เราก็คลิ๊กที่ปุ่ม
          และเราก็จะได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง และใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา และแก้ซะ



          ขั้นที่ 3 ทำการแก้ปัญหา ในที่นี้คือเสาไม่มี size
          การแก้ปัญหาก็จะมีทั้งหมดอยู่ 3 ขั้นตอนหลักๆเท่านี้แหละครับ แต่สำหรับโมเดลนี้ การแจ้งเตือนทั้งหมดคือ Member ไม่มี Size เราก็จะทำการแก้ที
เดียวเลย ดังนี้
          1.   ปรับให้หน้าจอแสดง Size โดยเข้าไปที่ Option > Show size
          2.   Assign size ให้กับคานทุก Floor Type โดยเปลี่ยน Floor type ไปเป็น 2nd และเลือก Layout > Beam > Assign size และในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา เลือก B250x500 (ขนาดที่ทำขึ้นเมื่อครั้งก่อน)และเลือก Fence และเลือกครอบทั้งหมดของโมเดล (ถึงจุดนี้ควรจะเห็นขนาดโชว์ที่หน้าจอแล้วตามรูปด้านล่าง)



          3.   ทำการ Assign size ให้กับชั้น (Floor Type) 3rd และ Roof ด้วยวิธีเดียวกันกับข้อที่ 2 (ตอนนี้คานทุกชั้นควรมีขนาดโชว์)
          4.   ทำการ Assign size ให้กับเสาในทุก Floor Type โดยเปลี่ยน Floor Type ไปเป็น 2nd และเลือก Layout > Column > Assign
 size และในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา ในColumn Type เลือก Standard Column ใน Labelเลือก C250x250 และเลือก Fence และคลิ๊กเลือกครอบ
ให้กับเสาที่เป็นสีฟ้า แล้วคลิ๊กขวาเพื่อกลับมาหน้าต่างเดิม เลือก Label เป็น C300x350 และเลือก Fence และคลิ๊กเลือกครอบให้กับเสาที่เป็นสีแดง
          5.   ทำการ Assign size ให้กับชั้น (Floor Type) 3rd และ Roof ด้วยวิธีเดียวกันกับข้อที่ 4 (ตอนนี้เสาทุกชั้นควรมีขนาดโชว์)
          6.   เข้าไปดูในโหมด 3D โดยคลิ๊ก
                และไปปรับให้ Member โชว์ขนาด โดยเข้าไปที่ View > Member… และเลือกเช็คบอค ให้โชว์ Label ในทุกชื้นส่วน ตามตัวอย่าง
ในรูปด้านล่าง



          และหลังจากนั้นควรจะเห็นโมเดลดังรูปด้านล่าง (มี Label กำกับ) เสร็จแล้วกดปิดหน้าต่างนี้ไป



          ตอนนี้ลองกับไป Check Error อีกครั้งโดยเข้าไปที่ Integrity > Data check เลือก อ็อฟชั่นที่ 3 และ Ok ควรจะเห็นว่าไม่มี Error หรือ
 Warning แล้ว ตามรูปด้านล่าง



                //////////////////////////////////////////////////////////////////////////






thxby41850USS Submarine
ป.โท สาขาวิชาเทคโนโลยีโครงสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มก. ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 09, 2012, 04:09:23 PM โดย : exocet » บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #28 เมื่อ :: สิงหาคม 09, 2012, 04:08:13 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          หลังจากที่เรามีโมเดลที่พร้อมจะนำไปออกแบบแล้ว (ไม่มี Error แต่ยังไม่มีฐานราก) เรามาลองเพิ่มจำนวนชั้นเข้าไปให้กับโมเดลของเรากัน
และค่อยวาดฐานรากเพิ่มเข้าไป
          ทำแล้วไม่ต้องเซฟนะครับ (หรือเซฟไฟล์เก่าเอาไว้ก่อน) เพราะเราจะใช้โมเดลเดิมไปออกแบบต่อ (ชั้นมันเยอะเดี๋ยว Error เยอะ ขี้เกียจแก้)
          เรามาเริ่มกันที่เข้าไปเล่นกับกับการเพิ่มหรือลดจำนวนชั้นของโมเดล โดยการใช้คำสั่ง Story Data จากเมนูบาร์ด้านบน (กดปุ่ม) จะได้หน้าต่าง
ตามรูปด้านล่าง



กดปุ่มตามรูปด้านบนควรจะได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง



          จากรูปด้านบนลองสังเกตุการเรียงชั้นของโมเดลที่ประกอบกันเข้าเป็นโมเดล 3 มิติ โดยดูจากกรอบข้อมูลด้านล่างของหน้าต่าง โดยเรียงจาก
คอลัมล์ซ้ายไปขวาดังนี้
                    1.   Level แสดงจำนวนชั้นทั้งหมดที่โมเดลมี (มันจะนับของมันเอง)
                    2.   Story Label ตั้งชื่อชั้น (ตั้งเป็นอารัยก็ได้ ปกติจะตั้งให้สัมพันธ์กับข้อมูลชั้น)
                    3.   Floor Type แสดงชื่อฐานข้อมูลที่ใช้กับชั้นนั้นๆ เปลี่ยนได้โดย คลิ๊กที่ชั้นที่ต้องการเปลี่ยน และเลือกเปลี่ยน Floor Type
                        (จากกล่องข้อมูล Floor Type) และกดปุ่ม Change
                    4.   Height แสดงความสูงระหว่างชั้น
                    5.   Splice ....

          ตอนนี้เรามาลองเพิ่มจำนวนชั้นเข้าไปซัก 4 ชั้น (ลองดู) โดยการคลิ๊กเข้าไปที่ Level 3 (ดังรูปด้านบน) ลองเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังนี้
                    Story label = A1
                    Floor Type = 3nd
                    Fit to Fit Height = 1 (ตั้งใจจะเอาให้เห็นภาพเฉยๆ ว่าชั้นไหนที่ถูกเพิ่มเข้าไป)
                    และกด Add ไป 4 ครั้ง (เพิ่ม 4 ชั้น และเปลี่ยน Story Label เป็น A2 ,A3 และ A4 ตามลำดับ) หลังจากนั้น กดปุ่ม เพื่อดูรูป 3 มิติ จะได้รูปโมเดลที่ถูกเพิ่มชั้นแล้วดังรูปด้านล่าง



          จากรูปด้านบนจะเห็นว่าชั้นที่เพิ่มเข้าไปเป็นชั้นที่มันสูงแค่ 1 เมตร ซ้อนกันอยู่นั่นแหละครับ และถ้ามีการแก้ไขที่ฐานข้อมูล (Floor Type)
ทุกชั้นที่ใช้ฐานข้อมูลนั้น จะเปลี่ยนเองโดยอัตโนมัต (แก้คาน เสา วัสดุ แรงกระทำ)
          หลังจากนั้นเซฟไฟล์เอาไว้ก่อน (กันพลาด) และลองเข้าไปลดหรือเพิ่มชั้น ลองเปลี่ยนการเรียงดู ว่ามันทำงานแบบไหนและไม่ต้องเซฟนะครับ
หรือ save as. เป็นชื่ออื่นไปเลย  
          หลังจากนั้นเปิดไฟล์เก่าขึ้นมา เพื่อเริ่มวาดฐานรากครับ (รอครั้งหน้าครับ)

                    //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





thxby41917USS Submarine
ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2012, 12:56:11 PM โดย : exocet » บันทึกการเข้า
exocet
Foreman
*

จิตพิสัย: +24/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
เป็นนายช่างเมื่อ:มิถุนายน 07, 2012, 09:35:38 AM
อายุ: 36
ตำแหน่ง: ผู้จัดการธนาคารแห่งประเทศลาว
เนื้อหาโปรด: ไม่มีอ่ะ
อนาคต: วิศวกรขัดตราทัพ
โพสต์: 23
ที่อยู่: 12/3 ม.4 ต.5 กทม.10678
สมาชิก ID: 9280
เกียรติยศ:
   

Level : 3 :-: Exp : 91%
HP: 0%
PD: 23



| |
« ตอบ #29 เมื่อ :: สิงหาคม 16, 2012, 01:11:28 PM »
แยกหัวข้อขึ้นบน
          สัปดาห์นี้เรามาต่อกันที่การวาดฐานรากครับ เพราะโมเดลที่เราสร้างกันมานั้นมันยังไม่มีฐานรากกันเลย (ยังไม่ครบเครื่อง) ให้เพื่อนๆ
เริ่มต้นวาดจากไฟล์เก่านะครับ ไฟล์ที่ยังมีแค่ 5 ชั้นตามรูปด้านล่าง (อาทิตย์ก่อนที่บอกว่าทำแล้วไม่ต้องเซฟนั่นแหละครับ)


          เริ่มต้นจากไฟล์ข้างบนนี้นะครับ แบบที่หลายๆชั้นแบบที่ลองทำกันเล่นๆอาทิตย์ก่อนนั้นไม่เอา


รูป 3 D ที่เห็นด้านบน ( รูปแรกของกระทู้ )นั้นทำได้โดยการปรับ Story Data ให้เป็นเหมือนดังรูปด้านบน

          หลังจากนั้นเรามาเริ่มวาดฐานรากกันเลยครับ โดยเริ่มจากเข้าไปในโมดูล RAM Modeler และปรับ Floor Type> 2nd (ที่ปรับมา
ชั้นนี้เพราะเราจะวาดฐานรากอยู่ที่ชั้นแรก แต่ถ้าใครอยากลองความแปลกใหม่ ลองไปวาดอยู่ที่ชั้นหลังคาก็ได้ครับไม่ว่ากัน) และก่อนที่จะเริ่ม
วาด (จริงๆ) ควรจะหน้าต่างได้ดังรูปด้านล่างครับ



          ขั้นแรก ผมจะวาดฐานรากแบบฐานแผ่ธรรมดา ทำได้โดยเข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบนและเลือก Layout > Foundation >
Single Column > Add จะได้หน้าต่างและตั้งค่าตามรูปด้านล่าง
          (Note : ค่าที่กำหนดก็มี ชนิดของฐานราก , กำลังคอนกรีต , กำลังของเหล็กเสริม)


รูปแสดงการตั้งค่าคุณสมบัติของฐานรากแบบแผ่ (Spread Footing)

          เสร็จแล้วกดปุ่ม Single เพื่อเริ่มวางตำแหน่งฐานราก โดยวางให้ได้ตำแหน่งตามรูปด้านล่าง


รูปแสดงการวางตำแหน่งฐานรากแบบ ฐานแผ่ (Spread)

          ขั้นที่สอง วาดฐานรากแบบวางบนเข็ม โดยคลิ๊กเมาส์ขวาเพื่อทวนคำสั่ง หรือ ไปที่เมนูบาร์เข้าไปที่คำสั่ง Layout >
Foundations > Single Column > Add (เหมือนเดิม) จะได้หน้าต่างเพื่อการตั้งค่าคุณสมบัติฐานรากแบบเดิม แต่คราวนี้ที่อ็อปชั่น
Footing Type เลือกเป็น Pile cap (ของเดิม Spread) และคลิ๊ก Single และวางตำแหน่งฐานรากให้ได้ตามรูปด้านล่าง


รูปแสดงการเพิ่มวางตำแหน่งฐานรากแบบ ฐานวางบนเข็ม (Pile cap)

          ขั้นที่สาม วาดฐานรากแบบต่อเนื่อง (Continuous Footing) ที่เมนูบาร์เข้าไปที่คำสั่ง Layout > Foundations >
 Continuous > Add จะได้หน้าต่างและตั้งค่าตามรูปด้านล่าง


รูปแสดงการตั้งค่าคุณสมบัติฐานรากแบบต่อเนื่อง (Continuous Footing)

          หลังจานั้นคลิ๊กปุ่ม Add เพื่อเริ่มวางตำแหน่งฐานราก โดยคลิ๊กวางให้ได้ตามรูปด้านล่าง


รูปแสดงการเพิ่มการวางฐานรากแบบต่อเนื่อง

          ขั้นที่สี่ วาดฐานรากแบบ Mat Foundation โดยไปที่เมนูบาร์เข้าไปที่คำสั่ง Layout > Foundations > Mat >
Geometry จะได้หน้าต่างและตั้งค่าตามรูปด้านล่าง


รูปแสดงการตั้งค่าคุณสมบัติฐานรากแบบ Mat Foundation
(ค่าที่ใส่คือ 0.30 ม. คือให้มันแผ่ออกมาอีกเท่ากับค่าที่เรากำหนด)

          หลังจากนั้นกด Add และคลิ๊กเมาส์ ที่ 4 มุม ของกล่องลิฟท์ที่เราได้สร้างขึ้น และควรจะได้ผลลัฟท์ตามรูปด้านล่าง


รูปแสดงการเพิ่มการวางฐานรากแบบ Mat Foundation

          และหลังจากนั้นเฉพาะฐานรากแบบ Mat Foundation เพื่อนๆจะต้องกำหนดคุณสมบัติความหนาของวัสสุที่ใช้ให้กับมันด้วย (ที่ทำ
เมื่อครู่มีแค่ Geometry ไม่มี Properties) ได้โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Foundations > Mat > Properties และจะได้หน้าต่าง
ดังรูปข้างล่าง



          จากรูปด้านบนที่แสดง ในช่อง Label เลือก Mat 500  (เราสร้างเอาไว้ตั้งแต่แรกในเมนู Prob Table > Decking ยังจำกันได้
ไหม) และกดปุ่ม Whole Mat และเลือกจิ้มลงไปในพื้นที่ปิดที่เป็น Mat Foundation ที่เราเพิ่งวาดไป ก็จะได้ตามรูปด้านล่าง



          หลังจากนั้นเราลองเข้าไปดูผลงานการวาดของเราในโหมด 3D โดยกดปุ่มตามรูปด้านล่าง

          และควรที่จะได้รูปโมเดลพร้อมกับฐานรากแบบนี้ (รูปด้านล่าง)



และ



          มาถึงตอนนี้เราก็มีโมเดลที่พร้อมที่จะนำไปออกแบบจริงๆ แล้วครับ และคงจบในส่วนของโมดูล RAM Modeler กันแต่เพียงเท่านี้
 แล้วที่เหลือก็จะเป็นโมดูลอื่นต่อไป
          คราวหน้าเราจะเริ่มสร้าง Load Case กัน โดยเราจะเข้าไปทำงานกันในโมดูล RAM Frame (วิเคราะห์แรงกระทำทางด้านข้าง)
โดยจะมาดูกันว่าใน RAM Frame มันมีเอาไว้ทำอะไรและจะต้องใช้งานมันยังไง คราวหน้าครับ.... ส่วนอาทิตย์นี้กราบสวัสดี

   
           /////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////







thxby41958USS Submarine
ป.โท สาขาวิชาเทคโนโลยีโครงสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มก. ฟรีแบนเนอร์สำหรับภาควิชาวิศวกรรมโยธา
บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



Forum "CivilClub" Forum of civil engineering. A collection of knowledge in civil engineering, construction and structural design Reinforced concrete design Structural analysis. Thought processes and methods and analysis of civil engineering. Community for civil engineers and those interested in civil engineering. For civil engineering problems and general construction. Consulting engineer on the construction. Guidelines for structural design. Construction process and interesting information engineering construction.


ประกาศจากทีมงาน แนะนำจากสมาชิก ห้องทดลอง คุยกับวิศวกรโยธา ทำเนียบผู้รับเหมา ห้องเรียนวิศวกรรมโยธา เรื่องจริงผ่านงาน โปรแกรมวิศวกรรม VDO คลิป Post Club ตำแหน่งงานวิศวกรรมโยธา Coffee Break ห้องค้าขาย Tip Comp. Club Jobs FreeLance หมวดงานโครงสร้าง หมวดงานสถาปัตยกรรม หมวดงานระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง หมวดงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล หมวดงานอื่นๆ ร้านวัสดุ Trainer

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF | SMF © 2013, Simple Machines | Sitemap | ซื้อสินค้าออนไลน์ Valid XHTML 1.0! Valid CSS!