CivilClub เว็บบอร์ดองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมโยธา วิศวกรโยธาและสำหรับผู้สนใจ

Other => โปรแกรมวิศวกรรม => ข้อความที่เริ่มโดย: exocet ที่ มิถุนายน 07, 2012, 11:02:18 AM



หัวข้อ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 07, 2012, 11:02:18 AM
      กราบสวัสดีครับเพื่อนๆชาว Civilclub ทุกคน วันนีัผมจะรวบรวมเอาความหน้าด้านของผมเอง มาแนะนำโปรแกรมวิเคราะห์และออกแบบงานอาคาร(สูง) โดยเฉพาะ มาให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน นั่นคือ โปรแกรมชุดโปรแกรม RAM Structural family

      โดยหวังว่าให้ทุกคนใช้งานมันให้เป็น (โดยเฉพาะคนที่มีความรู้มากกว่าผม ซึ่งมีเยอะ) และกลับมาแบ่งปันวิธีใช้งาน แช์ความรู้ต่างๆในการใช้งานโปรแกรมต่อไป และรวมถึงแช์การใช้งานเมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่นด้วย ว่าดีแตกต่างกันยังไง
     
      แนะนำตัวโปรแกรมที่ผมรู้จักก่อน ตัว RAM Structural Family ประกอบไปด้วยหลายส่วนแต่ที่จะนำเหน๋อ (ภาษาวิบัติป่าว) ทีแค่ 3 ตัว (ปัญญาเรียนรู้มีเท่านี้ครับ) คือ
      1. RAM Structural System คือ ตัววิเคราะห์และออกแบบ และนั่งรอปริ๊นรายงาน ของทุกชิ้นส่วนของโครงสร้างอาคาร ตั้งแต่หลังคายัน ฐานราก ยกเว้นแผ่น พื้น และ Mat Foundation (ทั้งหมด 3D)
      2. RAM Concept คือ ตัว วิเคราะห์และออกแบบ แผ่นพื้น ทั้ง RC PT และ Mat Foundation และอะไรก็ตามที่มี พฤติกรรมคล้ายพื้น (มันโชว์รูปแบบ 3 D ด้วย )
      3. RAM Connection ออกแบบจุดต่อเหล็ก และฐานรองเสา (Base Plate) ทั้งหมด ทั้ง Bolt และ เชื่อม แค่คลิ็กไม่กี่ครั้งและนั่งรอ ที่เหลือมันใส่ให้

      วันพรุ่งนี้คงจะได้มานั่งสาธยาย กันไปทีละตัว ให้เห็นภาพกันก่อนว่ามันทำไรได้บ้าง และค่อยสอนว่าใช้งานยังไง
หรือจะให้อธิบายยังไงก่อนก็ได้ (ถ้ารู้ก็จะตอบให้ แต่ถ้าไม่รู้ก็ตัวใครตัวมัน 555 ) ออกไปทำงานก่อนพรุ่งนี้เจอกัน


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: boyce11 ที่ มิถุนายน 07, 2012, 11:47:14 AM
อยากได้โปรแกรมอะคร้าบ ขอบคุนคร้าบ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 08, 2012, 09:21:06 AM
ตอบคุณ boyce11
      
      ตัวโปรแกรม RAM Structural System ที่ผมใช้อยู่ เป็นตัวแท้ครับ อ็อฟฟิศเค้าซื้อมาให้ใช้ ส่วนตัวโปรกรมตามที่คุณ boyce11 อยากได้นั้นผมว่าคงเป็นตัว Crack ซึ่งผมก็ยังไม่มีเหมือนกัน (แต่อยากได้อยู่ ) เอาเป็นว่าจะลองแอบหาให้ครับ รอหน่อยละกัน แต่ยังไงก็ยังแนะนำให้ใช้ของลิขสิทธิ์นะครับ
      ส่วนเพื่อนๆ ที่มีตัวโปรแกรมแล้วลองช่วยกันหาดูนะครับ แล้วก็อจ่าลืมเอามาแชร์กันด้วย (แบ่งปัน แบ่งปัน)



--- --- --- --- ---



      ระหว่างที่รอหาตัวโปรแกรมให้เพื่อนๆได้ลองเอาไปใช้ เอาเป็นว่ามาดูนี่ก่อนดีกว่า
      จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่ว่าจะมานั่งสาธยายกันทีละตัว (อาจจะทีละสองตัว) ว่ามัน ทำอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้ดูในภาพรวมกันก่อนว่า ไอ้ตัว RAM Structural System ที่เป็นโจทย์ของเราเนี่ยมันน่าใช้อ่ะป่าว เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น เพื่อนๆที่ใช้โปรแกรมอื่นอยู่ ก็ลองแนะได้นะครับตัวอื่นทำงานยังไงบ้าง ผมจะได้ดูให้เผื่อว่าตัวนี้มันทำได้เหมือนกัน (หรือว่าทำไม่ได้ก็ยังไม่รู้) ก็จะได้บอกกันไป
      1 . มาดูหน้าตาของมันก่อนว่าหลังจากเปิดโปรแกรมแล้วเนี่ย หน้าตามันน่าคบหามั้ย  ( หวังว่าคงไม่น่าเกลียดจนเกินไป )



(http://upic.me/i/0v/001webcivil.jpg)



      ที่เห็นคือ หน้าต่างของตัว RAM Structural System ล้วนๆ นะครับ ไม่มีโปรแกรมอื่นมาเจือปน จริงๆ หน้าจอโปรแกรมของมันเดิมๆ จะไม่มีกรอบสีแดงนะครับ แต่ที่เห็นน่ะผมทำขึ้นเพื่ออธิบายว่ามันมีอะไรในโปรแกรมที่ให้เราเข้าไปใช้ได้บ้าง ซึ่งจะเริ่มบรรยายไปทีละตัวเลข ณ บัดนี้


(http://upic.me/i/0v/001webcivil.jpg)


ขออภัยรูปไม่ขึ้น (หรือว่าโพสไม่เป็นก็ไม่รู้) ตาม Link เลยครับ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 11, 2012, 09:31:27 AM
      ลองไปหา Link Download มาให้ลองดูนะครับ ตาม Link ข้างล่างนี้ หรือถ้าไม่ได้ยังไง เดี๋ยวพรุ่งนี้อัพไฟล์ใหม่ให้

โค๊ด:
http://www.google.co.th/#hl=th&output=search&sclient=psy-ab&q=RAM+Structural+System+11+20+10+00&oq=RAM+Structural+System+11+20+10+00&aq=f&aqi=&aql=&gs_l=hp.3...2035.2035.1.3426.1.1.0.0.0.0.136.136.0j1.1.0...0.0.q6Fh6uefclU&psj=1&bav=on.2,or.r_gc.r_pw.r_qf.,cf.osb&fp=c4a4dcde123dc138&biw=1440&bih=713

      ช่วงนี้งานยุ่ง เลยไม่ค่อยได้เข้ามาครับ ถ้าว่างจะรีบมา Preview โปรแกรมให้เสร็จ จะได้สอนวิธีใช้กันซะที


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: USS Submarine ที่ มิถุนายน 11, 2012, 10:20:10 AM
ผมขอเอาลิงค์ออกก่อนนะครับ เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นตัวไหน ถ้าเป็น Demo ลงลิงค์ได้ครับ แต่ถ้าเป็นตัวเต็ม รบกวนปฏิบัติตามลายเซ็นต์ผมด้วยนะครับ  ::13::

ท่านไม่ได้รับอนุญาตหรือลิงค์เกิดความเสียหาย


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: kittikun civil ที่ มิถุนายน 11, 2012, 11:15:43 AM
ผมรอ Preview โปรแกรม จากท่าน exocet อยู่นะครับ

ขอบคุณสำหรับการเเบ่งปันความรู้ครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
--- --- --- --- ---
ค่ายเดียวกับ STAAD Pro ใช่มั้ยครับท่าน



หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 11, 2012, 02:44:25 PM
เรียนคุณ USS_Submarine
      ถ้าผิดกฏก็ขออภัยนะครับ มือใหม่หัดโพสไม่ได้มีเจตนาไม่ดีครับ ขอโทษด้วยจริงๆ
     
      และคุณตอบ kittikun civil  ค่ายเดียวกันกับ STAAD Pro ครับ ส่วนเรื่อง Preview นั้นคงไปตามความรู้ที่พอจะมีบ้างแหละครับ ( รอเพื่อนๆ ที่เก่งกว่ามาชี้แนะอีกที) และรอเคลียร์งานก่อนครับ ช่วงนี้งานยุ่ง


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: USS Submarine ที่ มิถุนายน 11, 2012, 03:34:39 PM
เรียนคุณ USS_Submarine
      ถ้าผิดกฏก็ขออภัยนะครับ มือใหม่หัดโพสไม่ได้มีเจตนาไม่ดีครับ ขอโทษด้วยจริงๆ
      
      และคุณตอบ kittikun civil  ค่ายเดียวกันกับ STAAD Pro ครับ ส่วนเรื่อง Preview นั้นคงไปตามความรู้ที่พอจะมีบ้างแหละครับ ( รอเพื่อนๆ ที่เก่งกว่ามาชี้แนะอีกที) และรอเคลียร์งานก่อนครับ ช่วงนี้งานยุ่ง
ไม่เป็นไรครับ  ::13::  เชิญต่อเลยครับ กำลังรอเก็บวิชา  ::5::


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 13, 2012, 10:29:58 AM
          หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน(มากส์ เพราะงานยุ่ง) มาต่อกันเลยครับ ผมจะใช้รูปที่เห็นอยู่ด้านบนที่ ประกอบการบรรยายนะครับ (ดูตามตัวเลขกำกับที่ทำเอาไว้) ที่กรอบสีแดงทั้งหมดที่มีตัวเลขกำกับ ผมตั้งใจจะแสดงให้เห็นว่าในตัวโปรแกรมประกอบไปด้วยโมดูลอะไรบ้าง และแต่ละตัวมันทำอะไรบ้าง
          ไล่ตามกลุ่มนะครับ (ซึ่งในตัวโปรแกรมจะเรียกว่า “โมดูล”) แล้วค่อยเข้าบรรยายทีละโมดูลว่าเนื้อในเป็นไง

(http://th.upic.me/i/0v/001webcivil.jpg)

          กลุ่มที่ 1 (ดูที่กรอบเลขหนึ่ง) RAM Modeler ตามชื่อเลยครับเอาไว้เขียนโมเดล และใส่โหลด ซึ่งผมขอนิยามมันว่า “โปรแกรมวาดรูปที่สามารถออกแบบได้” (ฟังดูดีป่าว ) แบบว่าอะไรที่วาดได้ในนี้มันก็สามารถออกแบบได้หมด (ยกเว้น พื้น , จุดต่อ ซึ่งจะต้องใช้ RAM ConCept และ RAM Connection ตามลำดับออกแบบให้) ที่มันวาดได้ก็เช่น โครงหลังคา เสา พื้น คาน ผนังรับแรงเฉือน ฐานรากแบบต่างๆ (เดี๋ยวขยายอีกที) ค้ำยัน และอื่นๆที่นึกไม่ออก
          กลุ่มที่ 2 ( ดูกรอบที่สอง) RAM Steel Design เอาไว้ออกแบบเหล็ก  และหรือเอาไว้ให้มันเลือกหน้าตัดเหล็กให้ ( แบบว่าขี้เกียจใส่หน้าตัดเอง ) แต่ถ้าใส่หน้าตัดเองก็ให้ข้ามโมดูลนี้ไปเลย
          กลุ่มที่ 3 ( ดูกรอบที่ 5 ,6 ) RAM Frame Analysis โมดูลนี้เอาไว้ใส่โหลดเคสครับ เพื่อวิเคราะห์แรงที่เกิดขึ้น (ทั้ง Gravity และ Lateral ) และมันก็ยัง check Code ให้ด้วยสำหรับโครงสร้างเหล็ก ตามมาตรฐานต่างๆ (ที่มีอยู่แล้ว รอให้เราเลือก ) เช่นระยะค้ำยัน ปีกบนล่างพอเพียงหรือไม่ และอื่นๆ เช็ค Code ที่จุดต่อ และอื่นๆที่นึกไม่ออก (อีกแล้ว)
          มีวิเคราะห์ทั้ง Static และ Dynamic
          กลุ่มที่ 4 ( ดูกรอบที่ 7 ) Drift Control เอาไว้ตรวจสอบโครงสร้าง ถึงการมีส่วนร่วมในการต้านการเคลื่อนที่ว่ามีมากน้อยยังไง โดยดูจาก โปรไฟล์สี (โดยรวม) และดูทีละตัวก็ได้ถ้าไม่ขี้เกียจ
          กลุ่มที่ 5 (ดู กรอบที่ 4 ) RAM Concrete ตามชื่อครับ ออกแบบคอนกรีต ใส่เหล็ก , Check Code นั่นนู่นนี้เต็มไปหมด (มันก็ออกแบบชิ้นส่วนที่เป็นคอนกรีตทั้งหมดแหละครับจกเว้น พื้น และฐานราก)
          กลุ่มที่ 6 (ดูกรอบที่ 3) RAM Foundation ออกแบบฐานรากครับ มีทั้งแบบฐานแผ่ , ฐานวางบนเข็ม , แบบต่อเนื่อง (ยกเว้น Mat Foundation ที่มีพฤติกรรมแบบพื้น ต้องพึ่ง RAM ConCept ครับ)
          
          นี่คือภาพรวมของ RAM Structural System ว่ามันทำไรได้บ้าง ต่อไปมาเจาะกันในแต่ละส่วนกันเลย
          และเพื่อให้เขียนง่าย และเข้าใจได้ง่ายในการใช้งานโปรแกรม ผมจะขอเรียกกลุ่มของ ไอ้กรอบสีแดงๆที่เขียนไว้ด้านบน ด้วยคำว่า (“โมดูล”) นะครับ  

          เริ่มกันที่โมดูลแรกสุดๆ RAM Modeler
          ดูรูปกันก่อนครับ เข้าใจว่า (เข้าใจเอาเอง) รูป + คำอธิบาย น่าจะทำให้น่าเบื่อน้อยกว่าตัวหนังสือล้วนๆ
(http://upic.me/i/o9/002webcivil.jpg)
         รูปแรก แปลนชั้นแรกครับ จะเห็นได้ว่าผมเขียนทุกอย่างลงบน Plan นะครับ (ย้ำ Plan) คือไม่ต้องไปเชื่อมต่อชิ้นส่วนในระนาบ 3 มิติ ให้ยุ่งยาก เขียนมันลงบน Plan แบบนี้แหละ และใช้มันเป็น “ฐานข้อมูล” กล่าวคือ ถ้าโครงสร้างของเพื่อนๆ มีซัก 88 ชั้น (เวอร์เข้าไว้เพื่อให้เห็นภาพ) ก็ไม่ต้องเขียนโมเดลทั้ง 88 ชั้น เขียนแค่ชั้นเดียวตามรูป (ขอเรียกว่าชั้น 1X)  และค่อยกำหนดให้ทั้ง 88 ชั้นใช้ข้อมูลของชั้น 1x แค่นั้นก็จบ  ที่เหลือจะแก้อะไรก็มาแก้ในฐานข้อมูลครับที่เหลือเปลี่ยนตามหมด หรือประยุกต์แก้เป็นชั้นก็ได้ตามแต่ใจคุณต้องการ (เดี๋ยวค่อยเอารูปให้ดูจะได้เห็นภาพ )
          ข้อดีของมันที่ผมคิดออก (ไม่รู้โปรแกรมอื่นเป็นไงเหมือนกัน  รอเพื่อนๆมาแชร์กัน) คือ เขียนโมเดลอยู่บนแปลนเป็นหลัก (แก้ใน 3 D ได้) แบบที่เราคุ้นเคยจากแบบแปลน 2 D ที่ได้จาก สถาปนิกนั่นแหละครับ ได้มาก็เอามาเขียนตาม และก็ใส่ Load และก็กำหนดชั้นโครงสร้างที่จะใช้ฐานข้อมูลนี้ว่าเป็นชั้นอะไรบ้าง และก็จบแระ ได้โมเดลพร้อมออกแบบเป็นที่เรียบร้อย
(http://upic.me/i/k2/004webcivil.jpg)
(http://upic.me/i/8h/005webcivil.jpg)

          ข้างบนที่เห็นโครงสร้างที่ทำ Model เสร็จแล้ว และที่เห็นเนี่ยสร้างมาจาก Plan

(http://upic.me/i/os/003webcivil.jpg)


          ส่วนนี่มุมมองจากด้านล่าง ของโมเดลที่สร้างขี้น (รูปสวยดีนะ)

          จะยกตัวอย่างนะครับ สมมุติโครงสร้างอาคาร 35 ชั้น มีลิฟท์ คิดซะว่าเป็นโรงแรม มีรายละเอียดแต่ละชั้นดังนี้
            1.)   ชั้นแรก ล็อบบี้  เป็นพื้นสองทาง (ไร้คาน) ภายในเปิดโล่ง
            2.)   ชั้นที่สอง เป็นชั้นสำนักงาน เป็นพื้นทางเดียว  มีคานซอยทุกช่วง
            3.)   ชั้นที่ 3 – 35 เป็นชั้นที่พักของแขก มีรายละเอียดห้องเหมือนกันทุกชั้น
            4.)   หลังคา (หรือดาดฟ้าครับ)
          จากรายการข้างบน ถ้าผมจะสร้างโมเดลผมก็แค่ สร้างฐานข้อมูลขั้นมา 4 แบบเองครับ(ตามหัวข้อครับ) ด้านบนจะได้ตามรูปด้านล่าง (อันนี้แก้จากด้านบนเพียง 1 นาที)

(http://upic.me/i/l0/006webcivil.jpg)
         ทำเสร็จมันก็จะกลายร่างออกมาเป็นโครงสร้างแบบ 3 มิติเอง แบบท่พร้อมจะนำไปออกแบบหรือดำเนินการในโมดูลอื่นต่อไป อ้อ ลืมบอกไป Model ข้างบนตามรูปใช้วัสดุสองชนิดรวมกันนะครับ คือมีทัง คอนกรีต และเหล็ก(ที่บอกว่ามันเลือกหน้าตัดให้)


   สรุป สำหรับการใช้งานโมดูลนี้คือ เพื่อสร้างโมเดลขึ้นมาตามแบบแปลนได้โดยง่าย เช่น เสาคานพื้น , โครงFrame , Shear Wall , และ... ( มันคือโปรแกรมวาดรูป ) ใส่ Load , Mass , ถ้าขยันก็ใส่หน้าตัดเหล็กด้วยก็ได้ (แต่ผมมักจะขี้เกียจเลยไม่ใส่ ค่อยให้มันเลือกให้เอง)


        (ว่างๆ จะเริ่มโมดูลอื่นอีกโดยไว แต่ตอนนี้ขอไปทำงานก่อน)










หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: jat321 ที่ มิถุนายน 15, 2012, 12:23:44 AM
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: man-u ที่ มิถุนายน 15, 2012, 02:01:18 PM
เคยลองใช้เหมือนกันครับเมื่อซักหกเจ็ดปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่ได้รวมค่ายเข้ากับ staad แล้วตัวโปรแกรมก้อ stand alone ครับ ผมมีตัวเก่า หามาจากเพื่อนที่ตอนนั้นเรียนโท ที่เมกา แต่ตอนนี้ไม่ได้จับเลยครับ แล้วไม่ได้ใช้งาน ตัวแรม สตรัคเจอร์เท่าไหร ที่ใช้ปัจจุบันจะเป็น โรบอท แล้วก้อ พวกอีแทป กับแซฟครับ  อย่างไรก้อดีขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ครับ ที่นำมาแบ่งปัน ผมคงต้องเรียนรู้เพิ่มอีกแล้ว  หะหะ ขอบคุณที่จุดชวนให้ครับ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 19, 2012, 12:01:05 PM
          ต่อกันที่โมดูลที่สอง RAM Steel Design

          มากันในแนวเดิมครับรูป + คำทำนาย เอ้ย ! คำอธิบาย  

(http://upic.me/i/0v/001webcivil.jpg)

          ดูในรูปประกอบจากด้านบนนะครับ นี่เป็นรูปหน้าต่างหลังจากเปิดเข้าโปรแกรม  (ฉายซ้ำจาก คห.แรกๆ)  โมดูลที่ว่านี้แสดงอยู่ในกรอบตัวเลขที่สองดังรูป  ซึ่งในตัวโมดูลจะประกอบไปด้วย  2 โหมดย่อย คือ

          1.   RAM Steel Beam Design
          มันมีเอาไว้เพื่อออกแบบคานเหล็กครับ (เลือกหน้าตัดเหล็กที่เหมาะสมเอง) ตาม Design Code ที่เราได้เลือกไว้ (เดี๋ยวมีรูปโชว์ว่ามี Code อะไรบ้าง) โดยพื้นฐานการออกแบบของโปรแกรมจะวางอยู่บนการสมมุติว่าหน้าตัดที่จะทำการ Design นั้นมี Support เป็นแบบ Simple คือไม่คำนึงผลของการยึดรั้งที่ปลายคานแต่อย่างไร แต่เดี๋ยวก่อนท่านอาจจะคิดว่า ถ้าอย่างนั้นโปรแกรมนี้มันก็ห่วยสิ  ขอตอบว่ามันก็ไม่ห่วยหรอกครับ (มันออกแบบเพื่อเลือกหน้าตัดเบื้องต้นเฉยๆ ยังไม่จบ มันยังต้องนำหน้าตัดไป Check Code ใน RAM Frame อีก ) เพราะตัวโปรแกรมเอาค่าน้ำหนักบรรทุกมาคิดวางบนคานแบบ Simple ดังนั้นผลของโมเมนต์กลางคานที่ได้จึงมาก (M+) ซึ่งก็ต้องเลือกหน้าตัดที่เพียงพอที่จะรับโมเมนต์ดังกล่าว  และส่วนมากมันก็มักจะรับโมเมนต์ลบที่หัวคานได้อยู่แล้ว (ถ้ามันรับไม่ได้ในตอนหลังใน RAM Frame มันจะฟ้องว่า Fail ครับ และค่อยเปลี่ยนหน้าตัดใหม่เอา )

(http://upic.me/i/be/1v001.jpg)
นี่ดูกันเอาเองว่ามี Design Code อะไรบ้างนะ

          ส่วนท่านใดที่บอกว่าถ้างั้นมันก็เปลืองนะสิเลือกหน้าตัดแบบนั้น  ขอตอบแบบนี้ครับว่ามันก็ไม่เชิงครับเพราะโดยการ Check Code ของโปรแกรมเองจากหน้าตัดที่เลือกให้ตอนแรกนั้น (ตรวจสอบใน Ram Frame ) มันมักจะมีความเหมาะสมในโหมดการรับแรงกระทำแบบ Gravity (แบบว่าผ่านแบบบายบาย) แต่ถ้ามี Wind Load หรือ Seismic Load เข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อไหร่ผลการตรวจสอบก็จะกลายเป็นสีส้มไปหาสีแดงในบางชิ้นส่วนเลยแหละครับ (สีดงคือ Fail โปรกรมมันโชว์คานที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ ผ่านโมเดลกราฟฟิกเป็นสี ตอบโต้กับผู้ใช้ ดูง่ายสำหรับผม) ดังนั้นผมว่ามันก็แล้วแต่จะคิดสำหรับผมยอมรับได้ เพราะไม่มีทางเลือก 555 ชิ้นไหน Ratio ยังเหลืออีกเยอะ ก็ค่อยปรับหน้าตัดลงก็ได้
          และอีกอย่างมันก็ไม่ได้เลือกหน้าตัดให้แบบว่าผู้ใช้กำหนดอะไรไม่ได้ซะทีเดียว  แต่โปรแกรมยังยอมให้ผู้ใช้กำหนด Criteria เพื่อใช้ควบคุมการเลือหน้าตัดอีกด้วยมาดูกันว่ามีอะไรให้ปรับบ้าง

(http://upic.me/i/w5/39002.jpg)
รูปแสดงตัวเลือกกำหนดค่า Criteria ที่ใช้ในการออกแบบ

          จากรูปด้านบน มาดูกันว่ามันใช้กำหนดอะไรได้บ้างครับ
          -   Steel Design Code ใช้กำหนด Code ในการออกแบบ ตามรูปที่โชว์ไปแล้วนั่นแหละครับ
          -   Design Default เรื่องทั่วไปที่พิจารณา เช่น ควมยาวช่วง/ความลึก  และให้พิจารณาระยะคำยันด้วยหรือเปล่า เป็นต้น
          -   Deflection Criteria ตามชื่อครับกำหนดเรื่องการโก่งตัวที่ยอมให้ของชิ้นส่วน (กำหนดให้ทั้งหมดหรือ แต่ละชิ้นก็ได้) โดยกำหนดเพิ่มเติมตามใจฉัน  หรือใช้ค่ามาตรฐานของโปแกรมก็ได้
          -   Camber อันนี้ข้ามเพราะยังไม่เคยใช้ (แบบว่ายังโง่อยู่ฮา)
          -   Stud Criteria ตามชื่อครับ
          -   Web Opening กำหนดเกี่ยวกับการเปิดช่อง (เจาะ) ที่แผ่นเอวของคาน
          -   Joist เกี่ยวกับมาตรฐานการเลือกตงเหล็กครับ
          อย่างที่เห็นว่ามันก็สามารถควบคุมการเลือกหน้าตัดได้อยู่ ไม่ใช่ให้มันเลือกตามยัตถากรรม แล้วมานั่งยอมรับชะตะกันเอาเอง กำหนดค่าตามอัธยาศัยครับ และก็คลิ๊ก Process และผลลัพธ์ก็จะออกมาเช่นรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/n6/1o004.jpg)

          จะเห็นได้ว่ามีหน้าตัดถูกเลือกให้แล้วโดยสังเกตุจากมี Label กำกับ ในขั้นตอนนี้ไม่พอใจก็คลิ๊กเลือกเปลี่ยนทีละตัวเลยก็ได้นะครับ (ดูสีที่กำกับหน้าตัดครับ สีที่เข้มขึ้นจนใกล้สีแดงแสดงว่าหน้าตัดรับแรงเต็มที่ตาม อ็อปชั่นที่เราเลือก เช่น Deflection , Stress เป็นต้น
           และตอนนี้เราก็ได้หน้าตัดคานแล้วครับ หน้าตัดที่เหมาะสม ตาม Design Code (หรือป่าว ผมก็ไม่แน่ใจรอผู้รู้มาแนะอีกที)

          2.   RAM Steel Beam Design

          โมดูลสำหรับออกแบบเสาเหล็กครับ มาแนวเดียวกับ Beam Design ในหัวข้อด้านบนเลยครับ  มาดูหน้าตาโมดูลกันก่อนว่าเปิดเข้ามาแล้วจะเจอกับอะไร (ตามรูปด้านล่าง)

(http://upic.me/i/qo/bk006.jpg)

ในรูปสังเกตุเสาสีเหลืองนะครับ นั่นคือชิ้นส่วนเสาที่เป็นเหล็กที่จะถูกออกแบบ

          ส่วนหลักการทำงานของโปรแกรมก็แนวเดียวกันเลยกับโมดูลข้างบน คือสมมุติชิ้นส่วนเป็น Simply Support ส่วนน้ำหนักก็มาจากน้ำหนักพื้น , น้ำหนักบรรทุกที่ใส่ไป , และน้ำหนักของชิ้นส่วนคานที่เพิ่งเลือกไปในโมดูลข้างบนแหละครับ ( มันหมายฟามมว่าจะต้องมีหน้าตัดคานก่อนเพื่อคำนวนน้ำหนักทุกครั้ง  ) เพราะฉะนั้นก็คงไม่ต้องบรรยายให้มาก (จริงๆ อู้ ออกแนวขี้เกียจพิมพ์)
          มาดูในส่วนของ Criteria ที่ควบคุมการทำงานของการออกแบบ ( การเลือกหน้าตัด ) กันดีกว่า ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ไล่กันไปตามรูปด้านล่างในแต่ละลำดับนะครับ

(http://upic.me/i/br/ny009.jpg)
แสดง Code ที่ใช้ในการ Design

(http://upic.me/i/hj/5p007.jpg)
รูปแสดงตัวเลือกกำหนดค่า Criteria ที่ใช้ในการออกแบบ

          -   Steel Design Code ใช้กำหนด Code หลักที่ใช้ในการออกแบบเสา ( ดูรูปว่ามี Code อะไรบ้าง )
          -   Design Default เอาไว้บรรยายในตอนสอนใช้ เพราะมันเกี่ยวกับหัวข้ออื่นในโปรแกรม
          -   Trial Group Default เอาไว้กำหนดกลุ่มของหน้าตัดเหล็ก (ถ้าหากมีอยู่แล้วในใจ หรือไม่มีก็ใช้ค่ามาตรฐานของโปรแกรม ) ที่จะทำการเลือกให้กับชิ้นส่วนโดยกำหนดได้กลุ่มละ 3 หน้าตัด โดยโปรแกรมจะเลือกหน้าตัดที่เบาที่สุดให้ ( ต้องผ่านการออกแบบด้วย) หรือกำหนดหน้าตัดเหล็กให้ทั้งหมด หรือบางชิ้นส่วนก็ได้
          -   Bracing ตามชื่อครับ
          -   Base Plates อันนี้ก็ตามชื่อเช่นกัน (ออกแนวขี้เกียจบรรยาย 5555)

          เหมือนเดิมกับโมดูลออกแบบคาน เมื่อเซ็ต Criteria เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Procees โปแกรมมันก็จะเลือกหน้าตัดเสาเหล็กให้  ดังรูปพร้อม Code สี แสดง Ratio ของการออกแบบ (สีน้ำเงินคือ ผ่านมาก สีเข้าใกล้สีแดงคือหน้าตัดใกล้รับแรงเต็มที่แล้ว)

(http://upic.me/i/ox/0s008.jpg)

          รูปด้านบนจากเสาที่เป็นสีเหลืองตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว แสดงว่าออกแบบ (เลือกหน้าตัดแล้วครับ) และเมื่อโครงสร้างมีหน้าตัดทั้งหมดแล้ว ต่อไปก็พร้อมจะเข้าสู่โมดูลการทำงานอื่น ในที่นี้คือ RAM Frame ส่วนมันมีไว้ทำไมเอาไว้คราวหน้าครับ (หรือไปอ่านในกระทู้ก่อนหน้าก็จะรู้ว่ามีไว้ทำไม)

          สรุป RAM Steel Design (จริงๆโมดูลนี้ยังมีอีกบางส่วนใน RAM Frame ที่ยังไม่ได้อธิบาย เอาเฉพาะตรงนี้ก่อนจริงๆ) คือโมดูลที่ อ่านเอาตามชื่อเลยครับ ( กำปั้นทุบดินจริงๆ ) เพราะมันก็คงชัดเจนในตัวอยู่แล้ว และยังมีที่ไม่กล่าวถึงในที่นี้อีกหลายส่วนเช่นผลของรายงาน ( Report ) เพราะไม่อยากให้ยาวเกินไป

/////////////////////////////////////////////////
          ดอกาสหน้ามาพูดเรื่อง RAM Frame ต่อครับ วันนี้กราบลา




หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 21, 2012, 10:21:34 AM
          เรียนคุณ man-u พวกโปรแกรมที่คุณ man-u ว่ามาผมเองก็ยังไม่เคยใช่พวก ETABS กับ ROBOT (เขียนถูกป่าวไม่รู้) เหมือนกันครับเคยสัมผัสก็แต่พวก sap ก็เลยอยากลองใช้เหมือนกัน ถ้าคุณ man-u ว่างช่วยแนะนำหน่อยครับว่าพวก ETABS , Robot มันใช้งานยังไง  (ตอนนี้ผมใช้ ตระกูล STAAD , Microfeaf , และตระกูล RAM อยู่) เลยอยากลองของใหม่ และรอเพื่อนๆ สมาชิกมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน โดยหวังจะได้ความรู้เพิ่มเติมอีกไม่มากก็น้อย
          ส่วนตัว RAM Structural System นั้นมาดูกันก่อนว่ามันมีข้อดีหรือด้อย น่าใช้ หรือไม่น่าใช้ยังไง (รอให้เพื่อนสมาชิกมาแนะนำท่านที่เคยให้โปรแกรมอื่นจะได้เปรียบเทียบกัน)
          ต่อจากโมดูลที่แล้ว นั่นคืด RAM Frame นั่นเอง
--- --- --- --- ---
          (ต่อจากกระทู้ที่แล้วครับ ที่บอกว่ามีบางส่วนใน RAM Steel Design ที่น่าสนใจที่มันฝังตัวอยู่ในโมดูลนี้ มีอะไรมาดูกัน)

          โมดูลที่สาม RAM Frame Analysis

          ไม่ใส่รูปนะครับ (ปลืองบรรทัดให้ดูจากรูปด้านบนเอา) ดูในกรอบสีแดงที่ผมทำเอาไว้ “กรอบที่ 5 และ 6 ครับ
          สรุปโดยรวมแบบย่นและย่อ จะได้ว่า โมดูลนี้เอาไว้ทำการวิเคราะห์แรงทางด้านข้างที่กระทำกับชิ้นส่วนที่ถูกกำหนดให้เป็น Lateral Member (รับแรงทางด้านข้างได้) จาก Load case , Load Combination ที่สร้างขึ้นเพื่อนำแรงที่ได้ไปออดแบบในโมดูลอื่นต่อไป (หรือจะเอาแรงที่ได้ไปออกแบบเองก็ได้)
          หน้าตาของโมดูลที่ว่าตามข้างล่าง (เดี๋ยวจะเสียคอนเซพท์ รูปต้องเยอะไว้ก่อน เนื้อหาห่วยช่างมัน 555)

(http://upic.me/i/zt/p0001.jpg)

          สังเกตุรูปชิ้นส่วนที่บอกว่าเป็น Lateral Member ที่จะถูกวิเคราะห์คือชิ้นส่วนที่มีสีแดง และสีขาวๆ (คงดูออกว่าเป็น Shear Wall ) โดยการวิเคราะห์จะใช้แรงที่เกิดขึ้นจากผลของ Load Case ที่ถูกสร้างขึ้น
          Load Case ของโปรแกรมนี้จะเป็นแรงกระทำทางด้านข้าง ที่นอกเหนือจาก Gravity Load ที่กำหนดไว้ตอนแรกที่สร้างไว้พร้อมกับ Model และรูปแบบการวิเคราะห์ต่างๆ ดูรูปด้านล่างจะได้เข้าใจ (เขียนอธิบายแล้วมันดูงงๆยังไงไม่รู้)

(http://upic.me/i/ep/40002.jpg)

          ตามรูปครับว่ามีอะไรบ้างที่เห็นคือผมใส่เอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ (เลือก Code ใส่ค่าพารามิเตอร์ และที่เหลือมัน Generate ให้ครับ ) ข้างล่างขยายเฉพาะที่ใส่ครับ
          1.   Wind Load ข้างในมีมาตรฐาน ASCE, BOCA , SBC , UBC , Euro Code , NBC , BS , china , AS/NZS
                และ User Define
          2.   Seismic   ข้างในมีมาตรฐาน {IBC , ASCE , BOCA , SBC } ก้อนนี้ Equivalent Lateral Force , UBC ( Static Force)
                , Euro Code , NBC , china , AS/NZS
          3.   Dynamic  ข้างในก็มี การวิเคราะห์แบบ Response spectra เป็นหลักครับ ตาม Code ต่างๆ
          4.   Center of Rigidity เอาไว้โชว์ศูนย์กล่างของ  Stiffness โครงสร้าง
          5.   Virtual Work อันนี้ ลืม....  ไม่รู้อธิบายยังไง แบบว่าเอาไว้ประโยชน์เกี่ยวกับการควบคุมการเคลื่อนที่ของโครงสร้างใน Drift Control ครับ

          ส่วนการรวมแรง (Load Combination) ก็ใช้ตาม Code ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในโปรแกรมหรือ ใช้ User Define ก็ได้ด้วยเช่นกัน

(http://upic.me/i/at/70003.jpg)
Load Combination มี Code อะไรให้ใช้สอยดูกันเอาเอง (ในวงสีแดงที่แสดงในรูปคือ Code หลักนะครับ เลือกแล้วมันจะมี Code ย่อยอีกทีนึง)

          หลักๆของ Load Case ที่สร้างขึ้นก็ประมาณนี้  เพื่อนๆอาจมีคำถาม แล้วพวก Dead Load , Live Load ไม่มีหรือ คำตอบคือเราใส่มันไปตั้งแต่ตอนสร้าง Model แล้วครับ
          ที่เหลือก็พวกการเซ็ต Criteria ก็มีให้ปรับประมาณว่า ให้คำนีงถึงผลของ P-Delta , Rigid End Zone , การเปิดรับลมขององค์อาคาร , ระดับของฐานราก เท่ากันหรือเปล่า หรือว่าอยู่ที่ระดับไหน ที่ว่ามานี้ ปรับแต่งได้ทั้งสิ้น

///////////////////////////////////////////////////////////////////////

          แค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวเจ้านายไล่ออกไปทำงานก่อน




หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: mynameismo ที่ มิถุนายน 21, 2012, 06:07:41 PM
โปรแกรมจากค่ายนี้อีกแล้ว เข็ดกับการให้บริการของผู้จำหน่ายในเมืองไทย


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 22, 2012, 11:50:32 AM
ตอบคุณ mynameismo ขอบคุณครับที่มาช่วยบอกกล่าว
          
          ก็น่าเห็นใจครับไม่รู้ว่าโดนอารัยมา ได้แต่หวังว่าอย่าให้เจอแบบเดียวกันเลย เพราะคงไม่ฮา

          ส่วนที่ผมเอาโปรแกรมตัวนี้มานำเสนอก็เพราะว่าใช้อยู่ครับ เลยอยากจะเอามาแชร์ว่ามัน ดีหรือแย่ยังไง เมื่อเทียบโปแกรมอื่น (ให้เพื่อนๆ สมาชิก
เป็นคนเปรียบเทียบ เพราะผมยังไม่เคยใช้ตัวอื่น)
          และถ้าโปรแกรมมันดี (หรือแบบว่ามันก็พอไปวัดไปวาได้ตอนสี่ห้าทุ่ม)ก็อยากจะให้เพื่อนๆ ลองใช้กันดู จะได้กลับมาแชร์ความรู้ในการใช้โปรแกรมกัน (โปแกรมผมเชื่อว่าเพื่อนๆหาได้) ไม่มี Link ให้แล้วเดี๋ยวโดนแบนนนนน 555
          เรียนคุณ mynameismo ถ้ายังไม่เบื่อที่ตัว Software เบื่อที่ตัวแทนจำหน่าย ก็อยากให้ลองใช้ดูครับ (หรือว่าเคยใช้แล้ว? ) ก็มาแชร์กันครับว่าโปรแกรมนี้มันดีหรือป่าว จะได้เป็นความรู้เพิ่มเติมกับผมด้วย Thank ล่วงหน้า

////////////////////////////////////////////

เดี๋ยวตอนบ่ายจะมาต่อ RAM Frame ให้จบครับ รีบๆจบ เดี๋ยวจะเบื่อกันก่อน จะได้สอนใช้โปรแกรมกันซักที (ถ้าตอนนั้นยังมีคนอยากเรียนอยู่อ่ะนะ   เพราะผมเองก็อยากจะลองใช้ตัวอื่นเหมือนกัน ไว้เป็นความรู้เพิ่มเติม)


--- --- --- --- ---
          ต่อจากตอนที่แล้วที่จบไปตรง Criteria ที่มีให้เซ็ตว่ามีอะไรบ้าง
          วันนี้จะมาต่อในส่วนที่น่าสนใจ ที่เป็นของที่ต่อเนื่องมาจากโมดูล RAM Steel Design แต่ยังอยู่ใน RAM Frame นะครับ นั่นคือ การตรวจสอบชิ้นส่วนเหล็กที่ทำการออกแบบว่าถูกต้องตามข้อกำหนดการออกแบบหรือไม่ (แล้วเราแต่จะเลือก Code ที่ต้องการตรวจสอบ) ซึ่งโปรแกรมมันจะเช็คให้ทั้ง Member และ Joint ครับ ( เช็คทั้ง Standard Mode และ Seismic Mode) ส่วนเรื่องมี Code อะไรให้ใช้บ้างนั้นคงไม่อธิบาย เพราะก็มีเหมือนกับที่บอกไปแล้ว (กระทู้ก่อนหน้า)ข้างบนแหละครับ

(http://upic.me/i/ih/wi001.jpg)
ตามรูปคือ การตรวจสอบส่วนในโหมดรับแรงแผ่นดินไหว
(ตรวจให้เฉพาะชิ้นส่วนรับแรงทางด้านข้าง)

(http://upic.me/i/3p/0sd001.jpg)
ตามรูป นี่เป็นการตรวจสอบ Code ที่จุดต่อ (Joint)

          ซึ่งเมื่อเราสั่งให้มันครวจสอบแล้วมันก็จะแสดงผลผ่านทางโมเดลที่เราสร้างขึ้นนั่นแหละตามรูปด้าบน (แสดงเป็น Code สีดูง่าย ) ชิ้นส่วนไหนที่ไม่ผ่านมันก็จะกลายเป็นสีแดง ถ้าคลิ๊กเข้าไปดูมันก็จะโชว์ว่าไม่ผ่านตาม Code… ข้อที1.xx แล้วเราก็จะร้องอ๋อ,,,, มันไม่ผ่านเพราะว่าอะไร (จริงๆแล้วมันโชว์หัวข้อที่เช็คไม่ผ่านเป็น Shot Note สั้นๆ ต้องไปเปิด ดูผลการคำนวนครับว่ารายละเอียดมันคืออะไร )ตามตัวอย่างในรูปครับ

(http://upic.me/i/m4/5v003.jpg)
จากรูป ผมตรวจสอบชิ้นส่วนที่เป็นสีส้มว่าทำไมไม่ผ่าน Code แล้กด View Result เพื่อดู
รายละเอียด ก็จะได้รู้ว่าทำไม มันไม่ผ่าน ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/jz/7f001.jpg)
ตามรูป แสดงรายการตรวจสอบ Code ว่าไม่ผ่านเพราะอะไร

          โดยรวมนะครับผมก็ยังไม่มีความรู้มากขนาดที่ว่า อาคาสูงมันต้องตรวจสอบ Code ตรงไหนบ้าง อะไรยังไง แต่เท่าที่โปรแกรมันทำ (ให้ผู้รู้มาพูดอีกที ว่ามันตรวจสอบทุกข้อตาม Code หรือไม่) ก็น่าจะรับประกันได้ว่าอาคารที่ผ่านการออกแบบไปนั้นจะมีความเหมาะสมตาม Code (ที่เราเลือก) ในทุกชิ้นส่วน ( ว่าไปนั่น ) และถ้าชิ้นไหนไม่ผ่านก็เปลี่ยนเลยในตอนนี้ครับ ไม่ต้องไม่โมเดลไหม่ เปลี่ยนมันตอนนี้ได้เลย (เปลี่ยนแล้วมันก็คำนวนให้ด้วยว่าชิ้นที่เปลี่ยนใหม่ผ่านไหม)
          
          และอีกโหมดนึงที่น่าใช้ ก็คือ Drift Control เอาไว้ใช้ตรวจสอบการมีส่วนร่วมของชิ้นส่วนที่รับแรงด้านข้าง ในการต้านการเคลื่อนที่ของอาคาร (คอนเซปเดิมไม่ชอบชิ้นไหนก็เปลี่ยนเลยเดี๋ยวนี้) ไม่ได้ตรวจสอบว่าชิ้นส่วน แข็งแรงหรือไม่แต่อย่างใด (ชิ้นที่รับ Stress มากกว่าชาวบ้านก็แสดงเป็นสีแดง ดูตามโปรไฟล์สี) มันมีไว้ทำไร (ส่วนตัวผมคิดว่ามันก็มีเอาไว้กระจายการรับแรงของชิ้นส่วนที่ออกแบบให้ใกล้เคียงกัน ในชั้นเดียวกันนั้นแหละครับ จะได้ไม่ต้องมีชิ้นไหนสิ้นชีพก่อนเพื่อนตอนรับแรงกระทำ) คงรู้กันอยู่แล้ว ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/bt/ec001.jpg)

          ส่วนที่เหลือในโหมดนี้จะขอจบด้วยโหมดการแสดงผลลัพท์ละกัน เอารูปเมนูไปดูกันเอาเอง ส่วนที่เหลือลองจินตนาการเอาเองว่ากดแล้วจะเจอกับอะไร (จะหาว่าออกแนวขี้เกียจก็ยอม) เพราะถ้าเอารูปมาลง รับรองว่ายาวส์ แน่ๆ ส่วนถ้าอยากรู้จริงๆ ก็ลองโพสถามได้ถ้ารู้ก็จะตอบให้ (ถ้าไม่รู้ก็.... อะนะ เดียวคนที่มีความรู้ก็มากกว่าผม จะมาตอบให้ )

(http://upic.me/i/6y/gd001.jpg)

(http://upic.me/i/ys/bz001.jpg)

(http://upic.me/i/0m/ng001.jpg)

          และที่ยังไม่ได้พูดถึงก็เหมือนเดิมกับกับโมดูลอื่นที่ผ่านมา คือ Report เพราะมันยาวเลยไม่ขอพูด ส่วน RAM Frame จบแล้วครับ หรืออีก 2 โมดูลก็จะหมดไส้หมดครบทุกโมดูลแย้ว ซึ่งโมดูลที่เหลืออยู่คือ
1.   RAM Concrete เอาไว้ ออกแบบคอนกรีต , ผนังรับแรงเฉือน (Shear Wall)  Concrete)
2.   RAM Foundation เอาไว้ออกแบบฐานราก

          
ไว้มาต่อกันคราวหน้า จะได้จบในส่วนของ RAM Structural System ซักที
[/i][/u]


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: mynameismo ที่ มิถุนายน 22, 2012, 03:02:04 PM
เรียนตรงๆ ผมก็ไม่เคยใช้เลยครับโปรแกรม ram คิดว่ามันคงดีในระดับนึงครับ แต่ที่ผมแย่ ก็มาจากคนขายในไทยครับ ผมต้องโทษตัวเองด้วยจากการไม่รอบคอบ แต่อีกส่วนนึงมาจากการบริการ ที่ไม่คิดช่วยเหลือใดๆ อีกทั้งถามไปก็ตอบไม่ได้ตอบแบบว่ารอตัว update เพราะจะทำให้ดีกว่าเดิม แบบนีติดอะไรผมก็ไม่ต้องทำงานกันซิครับ แล้วก็เงียบหายไปซะดื้อๆเลย เสียดายเงินที่จ่ายไปเหมือนกัน อีกอย่างข้อตกลงตอนซื้อ software ก็ทำไม่ครบจึงขอลาขาดจากค่ายนี้แล้ว แม้ว่าวันนี้จะพัฒนามาให้ดีขึ้นผมก็ไม่กลับไปใช้หากยังบริการ โดยคนขายเจ้าเดิมครับ

ผมขออ่านเพื่อเก็บไว้เป็นความรู้ล่ะกันครับ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 26, 2012, 02:09:46 PM
ขอบคุณครับคุณ mynameismo

          หายไป 3 วัน กลับมาแล้วก็ต่อกันเลยครับ ต่อจากกระทู้ที่แล้วนะครับ ที่บอกว่าเหลืออีก 2 โมดูลคือ RAM Concrete กับ RAM Foundation วันนี้มาต่อกันที่ งานออกแบบเสา คาน และผนังรับแรงเฉือน (shear wall)
          วันนี้มาดูในโมดูล RAM Concrete ดูตามรูปข้างล่างครับ ในกรอบสีแดงกรอบที่ 4

(http://upic.me/i/0v/001webcivil.jpg)

          ดูตามกรอบที่ 4 นะครับ ดูว่ามันมีไว้ทำอะไรบ้าง (จะไล่อธิบายโดยรวมก่อน ไล่ตามลำดับในกรอบที่ 4
หรือ จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตามโหมดต่างๆ ดังนี้
          1)   Concrete Gravity Analysis เอาไว้วิเคราะห์แรงกระทำทางดิ่งที่กระทำกับชิ้นส่วน (แรงทางด้านข้างเอามาจาก RAM Frame)
          2)   Concrete Beam เอาไว้ออกแบบคาน
          3)   Concrete Column เอาไว้ออกแบบเสา
          4)   Concrete Shear Wall ออกแบบตามชื่อมันแหละะครับ
          เดี๋ยวเข้าไปดูในโมดูลกันครับว่าหน้าตาเป็นไงบ้าง (ในรูปด้านล่าง )

(http://upic.me/i/t8/550624001.jpg)
นี่รูปตอนที่เปิดเข้ามาในโมดูล เหมือน RAM Modeler ยังกะแพะกับแกะครับ

          1)   ในตอนเริ่มแรกที่เข้ามาในโมดูลมันก็จะมา Default อยู่ที่โหมด Concrete Gravity Analysis ครับเพื่อให้เราทำการวิเคราะห์หาแรงกระทำกันก่อน และก็เหมือนเดิมคือต้องเซ็ต Criteria กันก่อน ในตัว Criteria ก็จะมีให้ปรับประมาณว่า (โดยรวมนะครับ) Code ในการวิเคราะห์ , การกำหนด cut section ของหน้าตัด , พิจารณาผลของ Rigid End เป็นเปอร์เซ็นต์ , ผลของการค้ำยันของโครงสร้าง และข้อกำหนดในการวิเคราะห์ต่างๆ (เดี๋ยวดูรูปประกอบตามด้านล่าง) และเมื่อกำหนดแล้วก็ Analysis ไป และก็ดูผลที่ได้รับครับ (เลือกเอามาให้ดู เฉพาะที่รูปสวยๆ และก็จะไม่กล่าวถึงส่วนที่เป็นรายงานเหมือนเดิม เดี๋ยวยาว )

(http://upic.me/i/wg/550624002.jpg)
รูปแสดง Code ที่ใช้ในการวิเคราะห์

(http://upic.me/i/pr/550624004.jpg)
รูปแสดง ตัวเลือกของ Criteria

(http://upic.me/i/ym/550624003.jpg)
รูปแสดงส่วนหนึ่งของผลลัพท์ที่แสดงผลแบบกราฟฟิกโมเดล เฉพาะโหมดนี้ ( Displacements )

(http://upic.me/i/sb/550624005.jpg)
รูปแสดง Reaction ที่ชั้นต่างๆ ในรูปกำหนดให้แสดงที่ชั้นแรก (เลือกให้แสดงที่ชั้นต่างๆ)

          ในโหมดนี้ก็คงไม่มีไรที่เพื่อนๆ สนใจหรอกครับ (คิดว่างั้นนะ ) เพราะมันแค่คิดวิเคราะห์หาแรงที่กระทำกับแต่ละชิ้นส่วน ขององค์อาคาร ก็เท่านั้นเอง (ถ้าไม่นับรายงานที่ไม่กล่าวถึง) พอเราได้แรงกระทำของแต่ละชิ้นส่วนแล้วต่อไปเราก็จะสามารถ ออกแบบเสาคาน และผนังรับแรงเฉือนได้แล้วครับ ถ้าไม่ผ่านโหมดนี้ก่อนเข้าโหมดอื่นไม่ได้นะครับ

          2)   Concrete Beam โหมดนี้เอาไว้ใช้ออกแบบคานครับ ซึ่งจะอธิบายว่ามันใช้ทำอะไรเกี่ยวกับการออกแบบคานคอนกรีตได้บ้าง (เอาที่น่าจะสนใจกันเป็นตัวอักษรและค่อยดูรูปประกอบ)
               -   กำหนด Beam Line ในการออกแบบได้ครับ ( คือจะเอาแบบคานต่อเนื่องกัน หรือตัดออกเป็นส่วนไม่ต่อเนื่องก็ได้ ทำได้แบบ Auto และ Manual  )
               -   กำหนดขนาดของเหล็กที่จะใช้ในคานได้ หรือกำหนด Layout ของเหล็กเสริมที่จะใช้กับคานได้ (ขนาดเหล็ก , จำกัดชั้นของการสริมเหล็ก , ระยะหุ้ม , จำนวนขาเหล็กปลอก และรูปแบบการงอที่ปลายปลอก  และอื่นๆ อีกแล้ว ) โดยกำหนด Layout ให้กับคานเป็นรายตัว หรือโดยรวมได้
               -   กำหนดรายละเอียดการเสริมเหล็กเบื้องต้นให้กับคานได้ เช่น กำหนดระยะเบื้องต้นในการเสริมเหล็กหัวคานหรือ กลางคาน ทั้งด้านล่าง- และบน (ซึ่งมันเป็นแค่ค่าเบื้องต้นครับเมื่อโปรแกรมนำค่าดังกล่าวไปออกแบบแล้ว ก็ยังปรับแก้ได้ตอนหลัง ตามแรงที่เกิดขึ้นจริงในคานครับ)
               -   กำหนดค่า Deflection criteria ให้กับการตรวจสอบคาน แบบรวมทุกคานหรือรายตัวก็ได้
 
          ว่าไปตั้งเยอะว่าทำไรได้บ้าง  มาดูที่ทำไม่ได้บ้างครับ เช่น โปรแกรมก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บางอย่างที่ต้องพึงระวังครับ คือ “โปรแกรมมันไม่ออกแบบคานลึกให้ครับ” รึว่าผมโง่เองที่ยังไม่รู้ก็ไม่ทราบว่าต้องทำยังไง และอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ออกแบบก็คือ คานที่รับแรงบิดเกิน ที่ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ Code กำหนดไว้ว่าต้องพิจารณาเป็นคานรับแรงบิด  แต่ แต่ !!! มันก็เช็คให้นะครับว่าตัวไหนคานลึก ตัวไหนต้องพิจารณาแรงบิด และก็ต้องเป็นกรรมของวิศกรอย่างเราต้องไปพิจรณาเอา 555 แต่ก็ไม่อยากจนเกินไป
          เซ็ต Criteria เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Process ครับและก็นั่งตรวจสอบผลลัพท์ ว่าจะปรับตรงนั้นตรงนี้ยังไง หรือ ปรับการใส่เหล็กให้ประหยัดก็ทำกันไป ก็จะเสียตรงนี้ซะมากครับ (คานที่ออกแบบเสร็จแล้วที่ผ่านการตรวจสอบกับ Code เหมือนกับตอนที่เป็นการเช็ค Code ที่ RAM Frame นั่นแหละครับ มันก็จะกลายเป็นสีเขียว ที่ยังไม่ผ่าน Code ก็เป็นสีแดงตามเคย เราก็ต้องคลิกเข้าไปดูว่าติดที่อะไร และก็ตามแก้กันไป ) ไม่รู้โปรแกรมอื่นตอนมันออกแบบเสร็จแล้วและตรวจสอบกับ Code แล้วว่าไม่ผ่าน มันปรับแก้ให้เองหรือปล่าว ( หวังว่าจะมีผู้ใจบุญมาบอกกล่าวกัน )

(http://upic.me/i/d1/550625001.jpg)
รูปแสดง การปรับเข้าสู่โหมด Concrete Beam
จะสังเกตุเห็นคานสีเหลืองปรากฏขึ้น (คานคอนกรีต) ซึ่งจะถูกออกแบบ ที่เป็นสีอื่นคือไม่ใช่คานคอนกรีต

(http://upic.me/i/94/550625002.jpg)
รูปแสดง การกำหนดระยะเสริมเหล็กเบื้องต้น บนล่าง มีประโยชน์ตอนเอาไปเขียนแบบแหละครับ
เพราะถ้าให้โปรแกรมมันเสริมให้ตามหน่วยแรงที่เกิดขึ้นจริงในระยะใดๆ คานเราคงมีหลายระยะการเสริมเหล็ก
มากแบบเอามากๆ (แต่อย่างที่บอกตอนต้น ยังปรับได้ตอนหลังสำหรับคานแต่ละตัวนะครับ)

(http://upic.me/i/kw/550625003.jpg)
รูปแสดง การกำหนด Deflection Criteria ที่ใช้ควบคุมการออกแบบ
ใช้สำหรับโครงสร้างโดยรวมหรือเฉพาะสำหรับคานตัวที่สนใจก็ได้

(http://upic.me/i/ca/550625004.jpg)
รูปแสดง เครื่องมือตรวจสอบผลการออกแบบคานในแต่ละ Beam line ครับ
อย่างที่บอกครับไม่พอใจอะไรก็เปลี่ยนเอาเลยครับในหน้าต่างนี้แหละ ทั้งขนาดเหล็ก ระยะเสริม เหล็กปลอก ฯ

          ส่วนที่ลึกๆกว่านี้เอาไว้ก่อนนะครับ ที่เหลือมาดูในภาพรวมกัน เมื่อคลิกออกแบบแล้วเนี่ยหน้าตาของคานสีเหลืองที่เห็นในรูปแรกมันก็จะกลายเป็นสีต่างๆ ตามที่โปรแกรมต้องการจะสื่อกับเราครับ หลักๆจะดูกันอยู่ที่สีแดงคือ ไม่ผ่าน(ไม่ผ่านยังไงไปอ่านด้านบน) สีเขียวคือผ่าน สีน้ำเงินคือผ่านมากกก ตามรูปด้านล่าง ส่วนโหมดนี้เอาแค่นี้ก่อน คงได้เห็นภาพรวมกันบ้างแล้วสำหรับโหมดนี้

(http://upic.me/i/pw/550625005.jpg)

          3)   Concrete Column  โหมดนี้เอาไว้ออกแบบเสาคอนกรีตครับ หลักการทำงานของมันก็คือ สร้าง Pattern การเสริมเหล็กขึ้นมาเพื่อใช้กับเสา โดยเสาหนึ่งหน้าตัดใส่ได้ 3 pattern เพื่อให้โปรแกรมเช็คให้ว่าเสาที่ทำการออกแบบนั้นผ่านการตรวจสอบหรือไม่ (ตรวจสอบกับแรงกระทำ และเช็คโค็ต) ส่วนระยะหารเรียงเหล็กนั้น เรากำหนดในตัวโปรแกรมได้ว่าจะใช้ค่าเท่าไหร่ หรือใช้ตาม Code ซึ่งถ้าใช้ตาม Code มันก็จะคำนวนระยะให้เองครับ
          เรื่องของ Pattern เหล็กเสริมก็มีให้เลือกปรับพอสมควรครับ รูปแบบเหล็กปลอก ( เหลี่ยม , spiral , circular) และการเรียงเหล็กแกนเสา โดยส่วนตัวยังปรับได้ไม่สะใจเท่ากับโหมดก่อนครับ (โหมดออกแบบคาน)  เซ้ตค่าทุกอย่างเรียบร้อยก็ออกแบบครับ และก็รอดูหวยออก (เอ้ยผลที่ได้) และมาปรับแต่งเสาต้นที่มันไม่เหมาะสม (Code Check) ว่าต้องทำยังไง หรือยอมรับได้ในบางรายละเอียดก็ไม่ต้องแก้ไขปล่อยไป
          อ้อลืมมันเช็คจุดต่อให้ด้วยครับ (แรงเฉือน) ตามรูปแระกันครับที่ปุม่ที่เป็นสีเขียวๆน่ะครับ

(http://upic.me/i/ow/550625006.jpg)
รูปแสดง ผลการแจ้งทางกราฟฟิกโมเดลถึงผลการออกแบบเสา
เสาที่ผ่าน ก็จะเป็นสีที่ไม่ใช่สีแดงครับ ส่วนที่เห็นในรูปที่เป็นสีแดงคือติดที่ Code “แจ้งว่าหน่วยแรงอัดไม่พอที่จะออกแบบเป็นเสา ไม่ได้แปลว่าเสาพังแต่อย่างใด”

          4)   Concrete Shear Wall โหมดนี้ออกแบบผนังรับแรงเฉือน (Shear Wall) ครับ (อ่านมาถึงตอนนี้จะเห็นว่าแต่ละหัวข้อเริ่มสั้นลงแล้วครับ เนื่องจากเริ่มเบลอแล้ว 555 ) เอาแบบย่อๆเลยครับ ว่ามันทำงานยังไง เริ่มจาก
          -   เซ็ต Design Criteria 
          -   กำหนด Design Group
          -   สร้าง Section Cut (ตัดตรงไหนได้แรงตรงนั้น) มีทั้งแบบ Auto และ Manual
          -   กำหนด Bar Pattern (เหมือนเสาอ่ะครับ) เพื่อใช้ในการออกแบบ
          -   หรือเสริมเหล็กเอาเองแบบ Manual
          -   กดปุ่ม Process และดูผลลัพท์

          เป็นไงครับสั้นได้อีกครับเดียวมันจะไม่จบ  ดูรูปเอาแระกันครับแบบเยอะๆครับ จะได้ผ่อนคลาย

(http://upic.me/i/3b/550625007.jpg)
รูปแสดง ผนังรับแรงเฉือนก่อนการออกแบบ สังเกตุที่เห็นเป็นเส้นสีเหลืองๆ
ที่แป๊ะอยู่กับกล่องลิฟท์นั่นคือ Section Cut ที่เราสร้างขึ้นครับ

(http://upic.me/i/k2/550625008.jpg)
รูปแสดง หลังจากออกแบบแล้วครับ Section Cut ที่แสดงเป็นสีเขียวคือผ่านครับ มีแค่บาง Section ที่ไม่ผ่านครับเดียวจะเข้าไปดูข้างในกันในส่วนแสดงผลลการออกแบบตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/d2/550625010.jpg)
รูปแสดง การแสดงผลลัพท์ของกลุ่มการออกแบบตาม Design Group ที่กำหนดไว้ตอนแรก
Section Cut ที่ไม่ผ่านก็เข้าไปดูครับว่าไม่ผ่านเพราะว่าอะไรตาม Design Warning

(http://upic.me/i/1c/550625011.jpg)
รูปแสดง ระยะการเสริมเหล็ก การเรียงเหล็ก (จะซูม จะขยาย จะหมุน จะตะแคงก็ทำได้เตามสบาย)

          วันนี้จบเรื่องโมดูลคอนกรีตแล้วครับ เหลืออีก 1 โมดูล เอาไว้ต่อครั้งหน้า นั่นคือ RAM Foundation เอาไว้ออกแบบ ฐานรากแบบต่างๆ
/////////////////////////////////////////////////////////////




หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 28, 2012, 09:42:15 AM
          งานยุ่งครับช่วงนี้ ตอนบ่ายๆ วันพรุ่งนี้อาจจะได้มาบรรยายโมดูลสุดท้าย นั่นคือ RAM Foundation จะได้จบในส่วนของโปรแกรม RAM Structural System ซักที (ออกแบบทุกอย่างยกเว้น พื้นและจุดต่อเหล็ก)
          และตามที่ได้พูดไปในตอนแรกครับขอทวนกันซักหน่อยเดี๋ยวจะลืม ถ้ามันจะครบวงจรจริงๆ คือมันต้องมีอีก 2 ตัว RAM Concept (ออกแบบพื้นRC และ RT) และ RAM Connection (ออกแบบจุดต่อเหล็ก) แต่ทันทีที่ Preview ตัว RAM Structural System จบ ผมอาจจะเช็คดูก่อนว่ามีคนสนใจมากน้อยยังไง จะดู Preview โปรแกรมอีกสองตัวก่อน หรือจะเรียนวิธีการใช้ RAM Structural System ก่อนก็ได้
          ส่วนวันนี้ขอตัวไปทำงานก่อนครับ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: kittikun civil ที่ มิถุนายน 29, 2012, 01:08:42 PM
อ้างถึง
งานยุ่งครับช่วงนี้ ตอนบ่ายๆ วันพรุ่งนี้อาจจะได้มาบรรยายโมดูลสุดท้าย นั่นคือ RAM Foundation จะได้จบในส่วนของโปรแกรม RAM Structural System ซักที (ออกแบบทุกอย่างยกเว้น พื้นและจุดต่อเหล็ก)
          และตามที่ได้พูดไปในตอนแรกครับขอทวนกันซักหน่อยเดี๋ยวจะลืม ถ้ามันจะครบวงจรจริงๆ คือมันต้องมีอีก 2 ตัว RAM Concept (ออกแบบพื้นRC และ RT) และ RAM Connection (ออกแบบจุดต่อเหล็ก) แต่ทันทีที่ Preview ตัว RAM Structural System จบ ผมอาจจะเช็คดูก่อนว่ามีคนสนใจมากน้อยยังไง จะดู Preview โปรแกรมอีกสองตัวก่อน หรือจะเรียนวิธีการใช้ RAM Structural System ก่อนก็ได้
          ส่วนวันนี้ขอตัวไปทำงานก่อนครับ


สู้ๆๆครับผมรออ่านตลอดครับ เป็นกำลังใจให้ครับ รอคนที่จะมาให้ความรู้แบบนี้มานานเเล้วครับ !!!!!


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ มิถุนายน 29, 2012, 05:55:16 PM
ขอบคุณครับคุณ kittikun civil ที่ติดตามอ่าน
          และถ้าเคยใช้โปรแกรมอื่นอยู่ก็เอามาเปรียบเทียบกันบ้างก็ได้นะครับ จะได้ช่วยเปิดโลกของผมขึ้นอีก
จะเป็นพระคุณอย่างสูง ผมเองก็อยากลองใช้ตัวอื่นบ้างหมือนกัน (ขอบคุณล่วงหน้า)

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

          โมดูลสุดท้ายของ RAM Structural System (ดูรูปตามกรอบสีแดงที่ 3 จากกระทู้ด้านบนครับ) นั่นคือ RAM Foundation เอาไว้ใช้สำหรับ ออกแบบฐานรากครับ ซึ่งสามารถออกแบบฐานรากได้ 3 แบบหลักๆคือ

         1)   ฐานแผ่แบบวางบนดิน
         2)   ฐานรากแบบวางบนเข็ม
         3)   ฐานรากแบบต่อเนื่อง
          (ส่วน Mat Foundation ต้องใช้ RAM Concept ช่วยออกแบบให้ครับ ไอ้โปรแกรมที่บอกว่าเอาไว้ออกแบบพื้นนั่นแหละครับ )

          มาดูรูปกันว่าตอนเปิดเข้ามาในตัวโมดูลหน้าตามมันเป็นยังไง ดูรูปด้านล่างประกอบนะครับ นี่คือชนิดของฐานรากที่เรากำหนดไว้ตอนสร้างโมเดล ใน RAM Modeler ว่าจะกำหนดให้มันเป็นฐานรากชนิดไหน เช่น ฐานรากแบบต่อเนื่อง (ที่เห็นในรูปที่เป็นยาวๆ น่ะครับ) , ฐานรากแบบฐานแผ่ (คงเดากันออกว่าตรงไหน) และฐานรากวางบนเสาเข็ม (ที่เห็นมีปุ่มๆของเข็มนั่นแหละครับ) ส่วนที่อยู่ในกล่องสี่เหลี่ยนั่นคือ Mat Foundation ครับซึ่งไม่ได้ออกแบบในนี้ (ต้องมีตัวช่วยตามที่บอกไป)

(http://upic.me/i/kq/55_06_29_001.jpg)
รูปแสดง หน้าจอแรกหลังเข้าสู่โมเดล

          ส่วนการทำงานของโมดูลนี้ จะพูดตามขั้นตอนในการทำงานในตัวโมดูลละกันนะครับว่าก่อนจะออกแบบจะต้องกำหนดอะไรกันก่อน และต้องเจอกับหน้าต่างไหนบ้าง (โดยรวม)
          -   ก่อนอื่นก็เหมือนเดิมครับปรับ Criteria ที่จำเป็นในการออกแบบกันก่อน เช่น Code Design , กำหนดขนาดเหล็กที่ใช้ในการออกแบบ , กำหนดระยะเรียงของเหล็กเสริม (หรือกำหนดโดย Code) , จำนวนต่ำสุดของเหล็กเสริม ระยะฝัง (หุ้ม)ของเข็มในฐานราก ,และหัวข้อย่อยที่พิจารณา ประมาณนี้ ((ตามรูปด้านล่างนะครับ)

(http://upic.me/i/0i/55_06_29_002.jpg)

          -   และต่อมาก็มาเซ็ตรายละเอียดครับ (ถ้าไม่ลำบากก็เซ็ตมันซักหน่อย) อย่างพวก Safety Factor  ความหนาต่ำสุดของฐานรากที่จะให้พิจารณา , กำหนดระยะต่างๆ สำหรับการเรียงเข็มที่โปรแกรมจะเอาไปพิจารณาให้ เป็นต้น
          -   เสร็จแล้ว ก็มาถึงพวกข้อมูลหลักที่จะมีผลต่อการออกแบบครับ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะต้องกำหนด เพื่อที่จะให้โปรแกรมทำงานได้ (ตรงนี้ถ้าไม่มีของมูลเพียงพอโปรแกรมไม่รันนะครับ) อย่างเช่น
                    Soil Capacity  สามารถกำหนดเป็นค่าเดียว  หรือกำหนดเป็น Soil Table ก็ได้ ซึ่งสามารถกำหนดให้กับฐานรากเป็นรายตัว หรือทั้งหมดด้วยค่าที่แตกต่างกันได้
             Base Plate ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับฐานรองเสา สำหรับเสาเหล็ก
             Geometry กำหนดข้อมูลทางด้านเรขาคณิตของฐานราก หรือจะให้โปรแกรมคำนวนโดย Code ก็ได้
             Surcharge เพิ่มค่าแรงกระทำที่มีต่อฐานราก
             กำหนด Pile capacity
          -   กำหนดเสร็จแล้วก็ Combination Load ตาม Code สำหรับฐานราก และ Soil  และเมื่อทำทั้งหมดตามที่กล่าวมาแล้ว ควรจะเห็นฐานรากปรากฏเป็นสีเหลืองทั้งหมด นั่นหมายฟามว่ามันพร้อมออกแบบแล้วครับ และก็กด Process ไป และรอดูผลลัพธ์เป็นอันเสร็จพิธี ดูตามรูปด้านล่างสำหรับการออกแบบที่แล้วเสร็จ

(http://upic.me/i/ss/55_06_29_003.jpg)
รูปแสดง ฐานรากที่ออกแบบแล้วเสร็จ (ที่ผ่านแสดงเป็นสีเขียว สีน้ำเงินคือ ผม Freeze ไว้)

          -   มาดูเรื่องการแสดงผลการออกแบบกัน เหมือนเดิมเลยครับมาแนวกันทั้งโปรแกรม คือเลือกดูผลเป็นรายตัวได้ และถ้าไม่ชอบหรือเห็นว่าไม่ผ่าน Code อะไรตามที่โปแกรมแจ้ง ก็ทำการเปลี่ยนรายละเอียดได้เลย ไม่ว่าจะเป็นขนาดเหล็ก , จำนวน , คุณสมบัติวัสดุเป็นต้น ตามรูปด้านล่างครับ

(http://upic.me/i/33/55_06_29_004.jpg)
รูปแสดง การดูผลการออกแบบ ที่เห็นเป็นอ็อปชั่นบ็อกเมื่อเอาเครื่องหมายถูกออก จะปรากฏข้อมูลที่สามารถปรับเปลี่ยนได้นะครับ

          (วันนี้ไม่มีเวลาแต่งข้อมูลนำเสนอจริงๆครับ เลยมาแบบเรื่อยๆเรียงๆ ออกไปทางน่าเบื่อ ขอโทษด้วย แต่หวังว่าคงจะเข้าใจกันว่าข้างในโมดูลมันมันมีอะไรให้ปรับแต่งบ้างนะครับ )

          สรุป สำหรับโดมดูลนี้ คือโมดูลสำหรับออกแบบฐานรากครับ โดยชนิดที่ออกแบบให้ก็มีอยู่ 3 ชนิด ตามที่ได้อธิบายไปแล้ว เพียงแต่ก่อนการทำการออกแบบเราจะต้องมีแรงกระทำที่ได้มาจากวิเคราะห์ โมดูลต่างๆ ก่อนหน้านี้ก่อน (RAM Steel RAM , Concrete …) และเมื่อมีครบแล้วก็ กำหนด Criteria ต่างๆทีใช้ควบคุมในการออกแบบฐานรากชนิดต่างๆ ครับ (ซึ่งก็มีให้ปรับได้ค่อนข้างหลากหลาย) ไม่ว่าจะเป็นขนาด คุณสมบัติ ระยะเรียง และจำนวนวัสดุขั้นต่ำที่ใช้ในการออกแบบ (ทั้งหมดที่ว่ามานี้หลังออกแบบเสร็จสามารถเปลี่ยนเฉพาะฐานรากนั้นๆได้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับฐานรากตัวอื่น)
          ซึ่งโดยรวมสำหรับผมก็น่าพอใจสำหรับตัวเลือกที่มีให้ปรับแต่งในการออกแบบ และหลังการออกแบบก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ย่างอ่อนตัวครับ (เป็นเพราะไม่มีโปรแกรมแนวนี้ตัวอื่นมาเปรียบเทียบ?)

///////////////////////////////////////////////////////////




หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ กรกฎาคม 03, 2012, 10:08:00 AM
          ความเดิมตอนที่แล้วนะครับ (เข้าใจว่านานมากแล้วคงจะลืม) ตามที่กล่าวไปในกระทู้แรกนะครับ ว่าทั้งหมดที่จะพูดถึงโปรแกรมวิเคราะห์และออกแบบอาคารแบบครบวงจร ซึ่งในที่นี้คือโปแกรมตระกูล RAMนั่นเอง โดยที่จะกล่าวถึงในกระทู้นี้ มีทั้งหมด 3 ตัวครับ คือ

          1) RAM Structural System (คือตัวที่เพิ่งบรรยายจบไปนั่นเอง)
          2) RAM Connection ตัวนี้เอาไว้ออกแบบจุดต่อเหล็กรูปพรรณ โดยใช้ไฟล์เพื่อเอาข้อมูลหน้าตัด และแรงปฏิกิริยา จากโปรแกรมข้างบน (หรือสร้างข้อมูลขึ้นได้โดยอิสระ)
          3) RAM Concept ตัวนี้ออกแบบพื้น ทั้ง RC PT และ Mat (หรืออะไรก็ตามที่มีพฤติกรรมคล้ายพื้น)

          ตอนนี้ตัวแรกจบไปแล้วแบบหืดขึ้นคอ และก็ตามที่บอกไว้ตอนแรกสุดอีกนั่นแหละว่าจะสอนวิธีใช้โปรแกรม ก็เลยว่าจะถามจะให้สอนการใช้งานตัวแรกก่อนไหม หรือจะมาดูโปรแกรมสองตัวที่เหลือกันก่อนว่ามันน่าตาเป็นไงเนื้อในมันเป็นไงกันก่อน แล้ะถ้าไม่มีความคิดเห็นตอบกลับมาก็เข้าใจกันว่าคนสนใจคงน้อย ผมก็คงจะสอนวิธีการใช้งานตัว RAM Structural System ไปเลย (คนที่ตามอ่านอยู่จะได้ไม่เบื่อ)

          ซึ่งวันนี้จะเริ่มวางไฟล์ Video สอนใช้งานการขึ้นโมเดลเบื้องต้น (ในโมดูล RAM Modeler) ให้ดาวน์โหลดกันไปก่อน เอาไปนอนดูกันก่อน เอาไฟล์ไปเข้าใจว่าคงยังขึ้นโมเดลกันไม่เป็น ตอนเรียนหลักการเบื้องต้นกันก่อน แล้วค่อยมาเริ่มขึ้นโมเดลกันจริงๆซักที

          Link ด้นล่างครับ

http://www.tempf.com/getfile.php?id=1314007&key=4ff28efc4d355
          
          
          


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ กรกฎาคม 04, 2012, 11:53:20 AM
          วันนี้เรามาว่ากันเรื่องหัดใช้งานโปรแกรมกันครับ  โดยวัตถุประสงค์ในขั้นแรกที่ตั้งใจไว้ก็คือ .ใช้โมดูล RAM Modeler สร้างโมเดลเป็น (และประยุกต์สร้างโมเดลในรูปแบบอื่นได้ด้วย) ใส่โหลดเป็น และใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในตัวโมดูลเป็น
          เริ่มจากตอนแรกเลยเนี่ย ไปหาโหลดมาก่อนเลยครับ  ใช้ Key ค้นหาด้วยคำว่า “RAM Structural System V8i” เวอร์ชั่นต่ำกว่านี้ไม่หนับหนุนครับ เพราะ Code ที่ใช้มันโบราณ แต่ถ้าหาไม่ได้ก็เอาตัวเก่ามาลองใช้ก่อนได้ครับ ขั้นตอนการทำงานไม่ต่างกันมากมาย  และให้ระวังของแถมด้วยล่ะครับ (ใช้ของเถื่อนระวังหน่อยนะครับ)
          ก่อนจะเข้าไปในโมดูล RAM Modeler ได้นั้นต้องเปิดโปรแกรมขึ้นมาก่อนครับ สิ่งที่เราจะได้เห็นคือหน้าจอ RAM Manager  (ตามรูปที่ 1.a) จะขอแยกออกเป็นบทที่ … นะครับ มองภาพแล้วคงมีหลายบท เขียนไปเยอะๆ จะได้แยกหัวข้อได้ไม่งง

(http://upic.me/i/vp/ms001.jpg)
รูปที่ 1.a หน้าจอ RAM Manager

          จากรูปด้านบนครับ ตอนเปิดเข้าโปแกรมใหม่ๆ มันก็จะเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับสังเกตุ ปุ่มส่วนใหญ่จะเป็นสีเทา (ไม่สามารถกดได้ครับ) จนกว่าเราจะใส่ข้อมูลเพียงพอมันถึงจะใช้ได้ครับ เนื่องจากโปรแกรมอาจใหม่สำหรับเพื่อนๆ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี นั่นก็กดไม่ได้นี่ก็กดไม่ได้ Run ก็ไม่ผ่าน มี Message แจ้งนั่นนู่นี่ เต็มไปหมด!! ทำยังไงดี !?  ฟังทางนี้ครับ ทั้งหมดของตัวโปรแกรมสามารถใช้แนวทางนี้แก้ปัญหาไดครับ (แก้ได้รึป่าวหว่า 555)
          1.   นึกอะไรไม่ออกว่าจะเริ่มตรงไหน ก็ให้เริ่มกดปุ่มเพื่ออินพุทข้อมูล จาก ซ้ายไปขวา หรือบนลงล่าง เดี๋ยวปุ่มมันก็สว่าง ขึ้นมาเองแหละ (อาจจะดูว่ามักง่ายแต่สำหรับผู้เริ่มต้น มีประโยชน์นะครับ)  ผมเองก็ยังใช้อยู่เลยครับบ่อยๆด้วย เพราะบางที่ด้วยความที่มันปรับแต่งได้เยอะ นั่นก็อาจทำให้เราข้ามในการอินพุทข้อมูลหรือ วิธีการพิจารณาที่สำคัญไปครับ (อย่างน้อยก็กดเรียงตามนี้เพื่อตรวจสอบการอินพุทข้อมูล) ถ้าใครเคยใช้ Sap 2000 , Microfeaf มาก่อนจะรู้ดี มาแนวเดียวกันเลย
          2.   ในกรณีที่ไอคอนแจ้งเตือนสถานะ (Status )ยังเป็นสีเหลือง หรือแจ้งว่าข้อมูลไม่เพียงพอต่อการ Run (ปกติกดปุ่ม Process มันก็แจ้งแหละครับว่าต้องการอะไร) ให้เข้าไปทำตามขั้นตอนตามข้อที่ 1 คือไล่เรียงกดจากซ้ายไปขวา (ขั้นตอนสิ้นคิด) เพื่อตรวจดูว่ายังขาดการป้อนข้อมูลในส่วนไหน
          3.   ขั้นตอนการใช้งานเกือบทุกโมดูลการอินพุทข้อมูลจะมาในแนวนี้ครับ กำหนด Criteria ก่อนเช่นเดียวกับหลายโปรแกรม , และกำหนด Properties ของอะไรก็ตามที่เราจะใช้หรือให้มี แล้วก็นำไปใช้กับชิ้นส่วนใดๆ (ข้อนี้อ่านแล้ว งง ดูตัวอย่างก็จะเข้าใจเองครับ) , Process , และตรวจสอบผลลัพทธ์
          4.   ส่วนถ้ายังมีปัญหาอื่นที่แก้ไม่ได้อีก จะทำยังไงดี? ก่อนอื่นก็ต้องทำใจก่อนครับ ใจเย็นๆ ( ผมเองก็ยังไม่เคยเจอแบบแปลกกว่านี้ 5555 ) แล้วค่อยมาโพสคำถามไว้ครับเดี๋ยวช่วยแก้ หรือแนะนำให้ตามฟามสามรถอันน้อยนิดของผมเอง อันไหนแก้ได้แก้ให้ครับ   

บทที่ 1 การตั้งค่าเริ่มต้นของ RAM Manager

          เบิดไฟล์ใหม่ก่อนครับ ตั้งหน่วยเป็น metric (ปุ่มตรงมุมขวาล่าง) ตั้งชื่อตามสุดแล้วแต่ใจท่าน ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/u1/55_07_04002.jpg)

          เซฟไฟล์ยังไงคงไม่ต้องบอกกันแล้วนะครับ เรามาว่ากันเรื่องการปรับแต่งโปรแกรมขั้นต้นกันดีกว่า ว่าควรปรับตรงไหนก่อนหลัง เรียงตามข้อ โดยดูจากรูปครับ(ตอนนี้เราควรจะอยู่ที่หน้าจอตามรูป 1.a) จะกดปุ่มตาม Tool Bar นะครับ
          1.1   กดเลือก Tool - RAM Defaults Utility
ในนี้จะเป็นการกำหนดการตั้งค่าเริ่มต้นของโปรแกรมครับ ตัว Utility มันจะนำเราเข้าไปปรับทุกอย่างที่มีผลต่อการทำงานของตัวโปรแกรมครับ เช่น Unit , Self-weight  , และอื่นๆอีกมากมาย ในทุกๆโมดูลที่มีอยู่ในตัวโปรแกรมเลยครับ (เอาความจริงคือผมตั้งแค่ Unit ครับที่เหลือค่อยเข้าไปตั้งใตแต่ละโมดูลเอา) ตามรูปที่ 1.1

(http://upic.me/i/oh/55_07_04001.jpg)
รูปที่ 1.1

          1.2   กดเลือก Criteria
                โดยมีรายละเอียดที่ควรตั้งดังนี้
                 Member Load (ตามรูป)
(http://upic.me/i/tn/55_07_04003.jpg)

                 Self-Weight  (ตามรูป)
(http://upic.me/i/9f/55_07_04004.jpg)

                 Unit  (ตามรูป)
(http://upic.me/i/0z/55_07_04005.jpg)

          และนี่ก็คือการตั้งค่าเบื้องต้นที่ควรรู้ เสร็จแล้วเราก็พร้อมที่จะเข้าไปสร้างโมเดลแล้วครับใน โมดูลแรก RAM Modeler
ให้กดที่ปุ่ม  (http://upic.me/i/wv/55_07_04006.jpg)

                                            และแล้วเราก็ได้เข้ามาสู้หน้าต่าง RAM Modeler แล้วครับ
                                         /////////////////////////////////////////////////

                                          (ค่อยว่ากันในบทบทต่อไป ครั้งหน้าครับ)


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ กรกฎาคม 09, 2012, 11:35:35 AM
บทที่ 2  RAM Modeler

         แรกเริ่มหลังจาการกดปุ่ม ไอคอน Model ตัวโปรแกรมเองก็จะนำท่านเข้ามาสู่หน้าต่างของ RAM Modeler ซึ่งจะเป็นโมดูลที่จะมีไว้สำหรับการวาดโมเดล ใส่คุณสมบัติ และขนาดของชิ้นส่วน รวมทั้งใส่แรงที่เป็น Gravity ทั้งหมดที่จำเป็นในการวิเคราะห์และออกแบบเลยครับ ตอนเข้ามาใหม่ๆมันก็จะได้หน้าจอโล่งๆ (สีดำแบบว่างๆไม่มีเส้นสีแดง) ตามรูปด้านล่างเลยครับ

(http://upic.me/i/eg/55_07_09001.jpg)
รูปแสดง หน้าจอโมดูล RAM Modeler

          2.1 แนะนำโมดูล
          มาว่ากันเรื่องการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือพื้นฐานที่มี และอื่นๆที่จำเป็นก่อนการใช้งานโปรแกรมก่อนครับ (สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำงาน) จะว่ากันตามตัวเลขสีแดงที่ผมเขียนขึ้นนะครับ (หรือเมื่อเอาเมาส์ไปวางไว้เหนือไอคอน มันก็จะแสดง Tool Tip แสดงข้อมูลให้ด้วยเช่นกัน)
                    เลขที่ 1 เป็นปุ่ม Drop Down List ที่เอาไว้ปรับประเภทของวัสดุก่อนที่จะวาดโมเดลครับ เช่น ถ้าจะวาดคานคอนกรีต ก็ต้องเปลี่ยนตรงนี้เป็นคอนกรีตก่อนเขียน เป็นต้น
                    เลขที่ 2 เป็นปุ่ม Drop Down List เช่นกัน แต่จะแสดง ฐานข้อมูลชั้นที่เราจะสร้างขึ้น เช่น แบบแปลนแบบที่ 1 , 2 , 3 สุดแล้วแต่จำนวนฐานข้อมูลชั้นที่เราจะสร้างขึ้นว่ามีมากน้อย (มันเอาไว้ใช้เลือกชั้นที่เราต้องการจะวาดครับ)
                    เลขที่ 3 แถบแสดง status ของการทำงานในแต่ละคำสั่งครับ เช่น ตอนที่จะวาดคาน มันก็จะบอกว่าให้ไปคลิ๊กที่ไหน นั่นนู่นนนี่ ไปตามแต่ละชุดคำสั่งที่เราใช้งานในขณะนั้นครับ มีประโยชน์มากในตอนเริ่มเรียนรู้
                    เลขที่ 4 แถบเครื่องมือที่เอาไว้ใช้เกี่ยวกับการแสดงผลในตัวโปรแกรม โดยอธิบายจากซ้ายไปขวา ซูมทั้งหมด (Full Zoom) เลือกกรอบเพื่อทำการซูม (Fence) และก็ซูมอิน-เอาท์ และ previous Zoom
                    เลขที่ 5 ปุ่มควบคุมการ เปิด - ปิด การแสดงผลของชนิด ชิ้นส่วนที่มีในโครงสร้าง เช่น เสา คาน ผนัง ฐานราก ประมาณนั้น

          และอีกอย่างหนึ่งที่ต้องเข้าใจก็คือ การวาดโมเดลของโปรแกรมนี้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามที่โปรแกรมมี เราจะวางการวาดอยู่บนฐานของ Grids Line (เสาวางอยู่บน Grids ) และเมื่อมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงระยะของ Grids เสาและคานที่ติดอยู่กับ Grids จะย้ายตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในกรณีที่ยะยะช่วงของโครงสร้างเกิดถูกเปลี่ยนแปลงโดยลูกค้าที่เคารพรักของเรา แบบเปลี่ยนได้  3 ครั้งหลังอาหารก็ไม่ปาน เราก็แค่เปลี่ยนระยะ Grids ที่เหลือมันก็จะขยับให้เองครับ โหลดก็ไม่ต้องใส่ใหม่ ง่ายดีไหมล่ะ

          2.2   สร้าง Grid
ทำโดย (ในทูลบาร์ด้านบน) คลิ๊กไปที่เมนู Layout > Grids > Create/Edit  ก็จะได้หน้าจอดังรูปที่ 2.1 และเราก็มาเริ่มสร้าง Grids กันเลย ตามนี้ครับ
          -   ในช่อง Grids System Label = main
          -   Grids System Type = Orthogonal ที่เหลือใช้ค่า = 0.00 ทั้งหมด และกด Add (ควรจะเห็นว่ามีข้อมูลเพิ่มเข้ามาในตารางด้านล่างแล้ว)

          -   ทำการเพิ่ม Grids อีกตัวนึง ในช่อง Grids System Label = Radial  
          -   Grids System Type = Radial
          -   X offset  = 10.00 Y offset = 0.00  Rotation = 0.00 และกด Add (ตอนนี้ควรจะได้รูปตามรูปที่ 2.2 )

(http://upic.me/i/gu/55_07_09002.jpg)
รูปที่ 2.1

(http://upic.me/i/wc/2012-07-09_102853.jpg)
รูปที่ 2.2

          -   ทำการเข้าไปใส่คุณสมบัตให้กับ Grids โดยคลิ๊กที่ Label main > Edit Grids (จะได้หน้าต่างตามรูปที่ 2.3) โดยใส่ค่าตามนี้ (ในแถบ X Grids)
          -   Grids Label = A (คอยดูว่ามันจะสร้าง B C D …. ให้เอง ) , Grids Coordinate = 0 , Grids Spacing = 5 (ระยะห่างระหว่าง Grids), # of Additional = 4 (จำนวนที่ทำซ้ำ) และกดปุ่ม Add

(http://upic.me/i/ha/2012-07-09_102854.jpg)
รูปที่ 2.3 แสดงข้อมูลที่ป้อนให้กับ Grids ที่ตั้งฉากกับแกน X (X Grids)

          -   เพิ่มข้อมูล Grids Label = C.1 , Grids Coordinate = 13 , Grids Spacing = 0 , # of Additional = 0 , Limit to Minimum Y=4 , Limit to Maximum = 12 และคลิ๊ก Add ควรได้ตามรูปที่ 2.3

          -   หลังจากนั้น คลิ๊กที่ Y Grids (ตรงหัวช่องแสดงข้อมูลด้านบน) และใส่ข้อมูลตามนี้
          -   Grids Label = 1 , Grids Coordinate = 0 , Grids Spacing = 5 , # of Additional = 4 , ที่เหลือใส่ค่า = 0.00 คลิ๊ก Add ควรได้ตามรูปที่ 2.4

(http://upic.me/i/l6/2012-07-09_102855.jpg)
รูปที่ 2.4 แสดงข้อมูลที่ป้อนให้กับ Grids ที่ตั้งฉากกับแกน Y (Y Grids)

          จากนั้น Click OKทั้งหมดที่มีให้คลิ๊กครับเพื่อกลับมาที่หน้าจอที่ดำมืดของเรา (ผมจะทำให้มันโชว์ Grids ที่เราสร้างก่อน) และกำหนดให้หน้าจอแสดง Grids ดังนี้
          -   ไปที่ Layout > Type > Select อธิบายกันก่อนว่าตรงนี้จะเป็นที่สำหรับตั้งชื่อฐานข้อมูลของเราครับ เช่นว่าเรามีฐานข้อมูลชั้นกี่แบบก็เอาเลยตั้งตามใจชอบ ในที่นี้ผมตั้งไปก่อน 1 ชั้น โดยพิมพ์ 2nd  แล้วกด Add จะได้ตามรูปที่ 2.5 ครับ แล้วก็กด Close ไป

(http://upic.me/i/mk/2012-07-09_102857.jpg)
รูปที่ 2.5

          -   ไปที่ Layout > Grids > Select และตั้งค่าตามรูปครับ และกด Ok
          ตอนนี้เราก็จะได้เห็นว่ามี Grids ปรากฏตัวออกมาให้ได้เห็นกันแล้วตามรูปด้านล่างเลยครับ

(http://upic.me/i/55/2012-07-09_102858.jpg)
รูปแสดง Grids ที่เราสร้างขึ้น

          วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ เพื่อนๆลองไปปรับแก้ Grids ตัวนี้ลองดูก่อนนะครับ ว่าปุ่มไหนมันปรับแล้วได้อะไรลองแก้ลองปรับกันดู ส่วนคราวหน้า จะมาใส่ข้อมูลให้ Grids อีกตัวกัน ว่ามันจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน
          และขอโทษด้วยที่อาจมีข้อความข้างบนที่พิมพ์ผิด (เยอะมาก) จะพยายามไล่ตามแก้ให้ครับ เพราะเวลามันมีน้อยจริงๆ
///////////////////////////////////////////////////////////////////////










หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ กรกฎาคม 12, 2012, 12:34:20 PM
          ช่วงนี้งานงอกครับเลยไม่ได้เข้ามาอัพข้อมูลให้ ตอนแรกกะเอาไว้ว่าอาทิตย์ละสองครั้ง ตอนนี้คงเป็นอาทิตย์ละครั้งแล้วล่ะครับ ประมาณว่าทุกวันจันทร์ เอาไว้มีเวลาก็จะอัพให้บ่อยขึ้นตามสมควร
          จะสอนวิธีใช่ให้จบโปรแกรมนี้ก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องโปรแกรมอื่นกันต่อไป


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ กรกฎาคม 19, 2012, 01:33:49 PM
          สวัสดีครับ วันนี้มาต่อกันเรื่องการใช้งาน grids อีกตัวที่ค้างเอาไว้ในครั้งก่อน ให้เพื่อนๆ กลับเข้าไปที่หน้าจอด้านล่างก่อนนะครับเพื่อที่เราจะเข้าไปแก้ไขตัว Radial grids กัน

(http://upic.me/i/qd/55_07_19_001.jpg)

          คลิ๊กเมาส์ให้ขึ้นแถบสีฟ้าดังรูปแล้วกดปุ่ม Edit Grids เพื่อเข้าไปแก้ไขข้อมูล
          ใน Grid Label : Radial ตั้งค่าดังนี้
          •   Radial grid TAB
                    -   Grid Label = R1 , Grid Angle = 210 , Grid Increment = 30 , # of additional Grids = 4 และ Click [ Add ] ตามรูปที่ 2.6

(http://upic.me/i/a4/55_07_19_002.jpg)
รูปที่ 2.6 แสดงการตั้งค่า Radial Grids TAB

          หลังจากนั้นให้ไปกดแถบ Circular grids และกรอกข้อมูลดังนี้
          •   Circular grid TAB
          -   Grid Label = S1 , Radial Distance = 7 , Radial Increment = 0 , # of additional Grids = 0 และ Click [ Add ] ตามรูปที่ 2.7

(http://upic.me/i/zs/55_07_19_003.jpg)
รูปที่ 2.7 แสดงการตั้งค่า Circular Grids TAB

          และเมื่อตั้งค่าตามขั้นตอนดังกล่าวแล้ว คลิ๊ก Ok ยอมรับทุกหน้าต่างเพื่อกลับมาที่หน้าจอเดิมดังรูปด้านบนของหัวกระทู้ครับ และจะเห็นได้ว่ามี Grids รูปโค้งๆ ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ตามรูปด้านล่างเลย

(http://upic.me/i/y0/55_07_19_004.jpg)

          เอาล่ะ ตอนนี้เรามี Grids ที่พร้อมจะวาดรูปแล้วนะครับ ที่เหลือเราก็ลงมือวาดรูป (วาด Member) ที่เราต้องการลงไป ซึ่งปกติก็เริ่มจากวาดเสาก่อน ตามด้วยคาน และอื่นๆ ตามแต่จะนึกออก
          สำหรับการเริ่มสอนให้เพื่อนๆ เริ่มสร้างโมเดล (วาด Member ) ผมก็จะสอนให้วาดทุกอย่างที่โปรแกรมมันจะวาดได้นั่นแหละครับ จะได้นำไปประยุกต์ใช้กับโครงสร้างที่มีแบบแตกต่างกันได้

          ขั้นแรกหลังจากหลายขั้นตอนด้านบน

          2.3   กำหนด Properties ของเสา และคาน (Concrete) ทำได้โดย
          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Material > Concrete
          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Prop Table > Column Section เพื่อตั้งค่า Properties ของเสา โดยใช้การเข้าไปกำหนดตามเมนู ตามรูปที่ 2.8

(http://upic.me/i/a9/55_07_19_009.jpg)
รูปที่ 2.8 แสดงการเข้าเมนูเพื่อเข้าไปกำหนดคุณสมบัติ เสา คาน พื้น และ Loads ตามลำดับ

          และเมื่อเข้ามาแล้วก็มาเริ่มกำหนดคุณสมบัติของเสากันเลย ซึ่งสามารถทำได้โดยกำหนดค่าตามรูปด้านล่าง และกด Add และให้ทำแบบเดียวกันกับหน้าตัดขนาดอื่นๆ จนได้จำนวน Properties ตามที่ต้องการ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จควรจะได้ ตามรูปด้านล่าง (ขนาดเสา 2 ขนาด)

(http://upic.me/i/nj/55_07_19_005.jpg)

ตารางแสดงคุณสมบัติของเสาที่ใช้
(http://upic.me/i/6h/55_07_19_010.jpg)

เมื่อเสร็จแล้วกด Ok เพื่อกลับออกมาที่หน้าต่างหลัก
          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Prop Table > Beam Section เพื่อตั้งค่าคุณสมบัติคาน ทำแบบเดียวกันกับเสาด้านบนครับ ดูรูปข้างล่างเพื่อเป็นแนวทางในการป้อนค่า (คานกำหนดแค่ขนาดเดียว กำหนดเยอะเดี๋ยว งงง)

(http://upic.me/i/qz/55_07_19_006.jpg)

          -   เข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบน เลือก Prop Table > Decking… เพื่อตั้งค่าคุณสมบัติพื้น เมื่อคลิ๊กเมนูแล้วเราจะได้หน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมา ซึ่งเราสามารถกำหนดคุณสมบัติของพื้นได้ 3 แบบ คือ Composite Floor System , NonComposite Floor System และ Concrete slab System ซึ่งในที่นี้เราจะสร้างเป็น Concrete ครับ ทำได้ดังนั้
          1)    กำหนดพื้นสองทางความหนา 200 mm
          2)   กำหนดพื้นสำหรับ Mat Foundation ความหน 500 mm
          โดยการตั้งค่าตามรูปด้านล่างเลยครับ (ใช้รูปเป็นไกด์ ที่เหลือลองคลำๆกันดูเพื่อจะได้ฝึกไปในตัว)

(http://upic.me/i/yk/55_07_19_011.jpg)

          การเพิ่มข้อมูลแต่ละตัวทำได้โดยกด Add นะครับพี่น้อง (ถ้าจะเปลี่ยนแปลงกด Change) ตั้งค่าเอาให้เหมือนรูปเลยครับ ส่วนท่านใดคุ้นเคยกับคุณสมบัติพวกนี้ดีอยู่แล้ว ก็ลองใช้ค่าที่แตกต่างดูก็ได้ตามสบาย

          สรุปสำหรับการตั้งค่าคุณสมบัติของวัสดุในตัวโปรแกรม Ram Structural System กับการอธิบายที่อยู่ด้านบนนั้น ผมไม่ได้พูดเกี่ยวกับค่า Factor ต่างๆที่มีปรากฏอยู่ระหว่าง หน้าจอที่ทำการกรอกข้อมูล แต่เข้าใจว่าเพื่อนๆ ที่เรียนมาคงทราบอยู่แล้วเป็นอย่างดีว่ามันคืออะไร และทำการปรับได้ตามขอบเขตมากน้อยแค่ไหน (หรือถ้าไม่ปรับก็ใช้ตามค่ามาตรฐานของโปรแกรมก็ได้ ซึ่งมันเหมาะสมแล้วคู่มือมันบอกว่าอย่างนั้นอ่ะนะ)

          และแล้วเราก็จะมาเริ่มปักเสาต้นแรกกันจริงๆ ซักกะที ซึ่งการวาดรูปเกือบทั้งหมดทั้งปวงในโปรแกรมจะใช้งานเมนูบาร์ Layout เป็นหลัก
          2.3   วาดเสา Concrete Column Layout
เข้าไปที่ Layout > Column > Add on Grids เพื่อวาดเสาลงบน Grids (เพื่อนๆลองใช้เมนูอื่นเพื่อวาดดูก็ได้ ไม่ว่ากัน) เมื่อเลือกเมนูดังกล่าวควรปรากฎหน้าต่างดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/nl/55_07_19_008.jpg)

          คราวหน้าจะมาอธิบายว่า แต่ละอ็อปชั่นมันมีฟามหมายว่าไง วันนี้คลิ๊ก Single และวาดเสากันไปก่อน และคานก็เข้าเมนู Layout > Beam > Add on Grids เหมือนกันเลยครับลองวาดดูกันก่อน คราวหน้าจะมาอธิบาย
          ส่วนวันนี้ขอเผ่นไปทำงานก่อน ใครที่สงสัยอะไรก็ลงมาโพสเอาไว้ครับเดี๋ยวตอบให้


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////







หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ กรกฎาคม 26, 2012, 09:23:18 AM
          มาเริ่มวาดเสากันเลยครับต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว หลังจากที่เลือกเมนู Layout > Column > Add on Grids และเราก็จะได้หน้าต่างใหม่ดังรูปด้านล่าง ซึ่งเราจะมาดูกันว่าแต่ละอ็อฟชั่นที่มีให้เลือกในหน้าต่างนี้ มันมีความหมายว่ายังไงบ้าง

(http://upic.me/i/hz/55_07_25_001.jpg)

          จะไล่อธิบายตามหัวข้อที่เขียนเอาไว้นะครับ มีทั้งหมดที่น่าสนใจ 6 ตัว ดังนี้
          1.   เลือกแบบเสา แบบปกติ หรือเสาที่แขวนอยู่
          2.   Fc (ใช้กำลังอัดประลัยของคอนกรีตที่ออกแบบ) , UW (Unit weight ปกติของคอนกรีต) , UW for self-weight (ใช้ค่านำหนักคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป) , Poisson’s Ratio (ใส่ค่าปัวซองเรโชของวัสดุลงไป)
          3.   กำหนดรูปแบบการรับน้ำหนักของเสาเช่น  Gravity (รับแรงทางดิ่งอย่างเดียว) , Lateral (รับแรงทางด้านข้างด้วย)
          4.   กำหนดให้โปรแกรมคำนวนค่า โมดูลัสอ็อฟ อีลาสติกให้ หรือจะใส่เองก็ได้
          5.   กำหนดทิศการหันของหน้าตัดเสา
          6.   กำหนดค่า Fy ของเหล็กเสริมที่จะใช้กับเสา มีให้เลือกกำหนดทั้งเหล็กแกนเสา และเหล็กปอก

          และเมื่อทำการกำหนดค่าต่างๆ ดังรูปที่แสดงข้างบนแล้วเราก็ Click ที่ปุ่ม Single ตัวโปรแกรมก็จะพาเรากลับมาที่หน้าจอที่มี Grids อยู่ แล้วเราก็เริ่มเอาเมาส์กดลงไปจนได้ตำแหน่งเสาตามรูปด้านล่างครับ

(http://upic.me/i/v8/55_07_25_002.jpg)

          หลังจากนั้นเข้าไปที่คำสั่งเดิมคือ Layout > Column > Add on Grids มันก็จะขึ้นหน้าต่างแบเดิมมาอีกแต่คราวนี้ผมจะเลือกเปลี่ยนตรง Framing = Lateral ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/dj/55_07_25_003.jpg)

          เลือกเสร็จแล้วคลิ๊กเลือกที่ Single และวางเสาเพิ่มเติดลงไปยังตำแหน่งตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/k1/55_07_25_004.jpg)

          สังเกตุที่รูปด้านบน Lateral Column คือเสาที่มีสีแดงนั่นแหละครับ ส่วน Gravity คือเสาที่มีสี ฟ้า ส่วน Grids โค้งๆที่อยู่ด้านหน้าในตอนนี้เอาเป็นว่าผมจะยังไม่ไปยุ่งอะไรกับมันแระกัน (ตอนนี้เสาเสร็จแล้ว)
          ต่อไปเรามาวาดคานคอนกรีตกันครับโดยเข้าไปที่เมนู Layout – Beam –Add on-grids และเราก็จะได้หน้าต่างตามที่อยู่ด้านล่าง (และตั้งค่าให้เหมือนรูปครับ ส่วนเมนูและความหมายในการปรับแต่งก็เหมือนกับเสาครับ)

(http://upic.me/i/qu/55_07_25_005.jpg)

          หลังจากนั้น Click Single และวาดรูปคาน (Gravity Beam สีฟ้า) ให้ได้ตามรูปด้านล่างครับ รวมทั้งวาด (Lateral Beam สีแดง) ด้วย

(http://upic.me/i/lv/55_07_25_006.jpg)

          และมาถึงตอนนี้เราก็ได้ทั้งฝึกวาดทั้งเสาและคานเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ลองวาด Shear Wall ดู โดยเข้าไปที่เมนู Layout – Wall – Add On-Grids และเมื่อเรากดเลือกเมนูดังกล่าวมันก็จะขึ้นหน้าต่างดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/xp/55_07_25_007.jpg)

          เสร็จแล้วกดปุ่ม Single ครับเพื่อวาด Shear Wall ลงในตำแหน่งที่เราต้องการ (ตามรูปด้านล่าง)

(http://upic.me/i/fh/55_07_25_008.jpg)

          ตอนนี้เราก็ควรที่จะสามารถวาด เสา คาน และผนังรับแรงเฉือนได้แล้ว และเพื่อลดความเบื่อหน่ายและเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจ ผมจะสอนวิธีทำให้มันโชว์เป็นรูป 3 D ก่อนซึ่งสามารถทำได้โดยเข้าไปที่เมนูบาร์ Story Data ด้านบน และควรจะปรากฏหน้าต่างดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/81/55_07_25_009.jpg)

          และตั้งค่าให้ได้ตามรูป หรือใส่ค่าตามนี้
          Story Label = 2nd (ตรงนี้เป็นการตั้งชื่อเฉย ตั้งอะไรก็ได้)
          Fit to Fit Height = 3.00 (เป็นค่าความสูงระหว่างชั้น)
          Floor Type = 2nd (เลือกฐานข้อมูลชั้นที่จะใช้)
          Click Add และ กด Ok
          หลังจากกด Ok เราก็จะกลับมาที่หน้าจอหลัก และคลิ๊กปุ่มตามรูป
(http://upic.me/i/hh/55_07_25_010.jpg)
และรอดูผลครับว่ามันเป็นไง ส่วนวันนี้พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่ครั้งหน้านะครับ สวัสดีครับ



              //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ กรกฎาคม 31, 2012, 11:30:31 AM
          ตอนนี้เราก็มีโครงสร้างแล้วครับ แต่มีแค่ชั้นเดียว แถมยังไม่มีพื้นอีก เพราะฉะนั้นในอาทิตย์นี้เราจะมาวาดพื้น และใส่แรงกันครับ
          ให้กลับมาที่หน้าจอหลัก ใน RAM Modeler ก่อนนะครับ เพื่อที่เราจะวาดพื้นกัน โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > slab (ค้างไว้ก่อนตามรูปด้านล่างครับ) เดี๋ยวจะมาดูกันว่าแต่ละตัวของคำสั่งใช้เพื่ออะไร

(http://upic.me/i/g1/55_07_30_001.jpg)

          Slab Edge.. = ใช้เพื่อเขียนขอบเขตของพื้น(Slab) และกำหนดขอบเขตของ Floor Load ด้วย
          Slab Opening.. = ใช้เพื่อเจาะช่องเปิดในแผ่นพื้น เช่น ช่องลิฟท์
          Slab Penatration.. = ใช้เพื่อกำหนดช่องเจาะในแผ่นพื้น
          Deck Assign.. = กำหนดคุณสมบัติให้กับแผ่นพื้น

          เอาล่ะรู้ความหมายของแต่ละคำสั่งแล้วเราก็มาเริ่มวาดพื้นกันเลยโดยมีขั้นตอนดังนี้ วาดขอบพื้น > เจาะช่องลิฟท์ > ใส่คุณสมบัติพื้น
          วาดขอบพื้นก่อนโดยไปที่ Layout > Slab > Slab Edge จะได้หน้าจอดังรูปด้านล่าง
(http://upic.me/i/uo/55_07_30_002.jpg)

          จากรูปด้านบนในอ็อฟชั่นบ็อก เลือก Left และในช่อง Slab Overhang (mm) = 150 (หมายความว่ากำหนดให้อ็อฟเซ็ตพื้นไปทางซ้ายของแนวที่วาด ไป 15 cm.) แล้วกด Add
          ลงมือวาดกันเลย โดยคล็กที่ Grids นี้ (วาดตามเข็ม พื้นมันจะได้อ็อฟเซ็ตออกไปทางซ้ายตามที่ตั้งไว้)
          1.   คลิ๊ก A-1 และ คลิ๊ก A-5
          2.   คลิ๊ก A-5 และ คลิ๊ก E-5
          3.   คลิ๊ก E-5 และ คลิ๊ก E-1
          4.   คลิ๊ก E-1 และ คลิ๊ก A-1 ควรจะเห็นแนวเส้นสีเขียวๆ ล้อมแผ่นพื้นตามรูปด้านล่าง และกด ESC
          (ควรจะเห็นขอบเขตเส้นสีเขียวล้อมแนวเสาด้านนอกดังรูปด้านล่าง)

(http://upic.me/i/sl/55_07_30_003.jpg)

          เสร็จแล้วมาเจาะช่องลิฟท์กันต่อ โดยเข้าไปที่เมนู Layout > Slab > Slab Opening จะได้หน้าจอดังรูปด้านล่างและตั้งค่าให้เหมือน

(http://upic.me/i/ga/55_07_30_004.jpg)

          ในรูปด้านบนมีความหมายว่า ให้อ็อฟเซ็ตแนวไปทางขวาของแนวการวาด 15 cm. เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วกด Add และทำการวาด (ตามเข็ม) ช่องเจาะลิฟท์ตามแนวทางเดียวกับการวาดขอบพื้น เสร็จแล้วกด ESC ควรจะได้ช่องเจาะที่มีแนวเป็นเส้นสีเหลืองกล่องลิฟท์ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/c3/55_07_30_005.jpg)

          ขั้นต่อไปทำการใส่คุณสมบัติให้กับแผ่นพื้น (Assign size ) โดยไปที่คำสั่ง Layout > Slab > Deck Assign ควรจะปรากฎหน้าต่างตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/rp/55_07_30_006.jpg)

          (จากรูปด้านบน) อ็อฟชั่นที่อยู่มุมซ้ายบน (Slab Action) คือการกำหนดรูปแบบการถ่ายแรงและพฤติกรรมของพื้นว่าจะเป็น 1 way หรือ 2 way , ถัดลงมานั่นคือสำหรับวาด Drop cap (ถ้าเลือก) , ถัดลงมาอีกด้านล่างเลยตรง Framing System จะเป็นตัวเลือกชนิดของคุณสมบัติพื้น (จะตรงกับตอนที่เราสร้างขึ้นตอนแรก) ในที่นี้เราสร้างไว้ตอนแรกเป็นคอนกรีต ตรง Label ให้คลิ๊กเลือก “2 way 200” (ที่เราสร้างไว้ตอนแรก) และทางขวามือคลิ๊กที่ Whole floor เพื่อ Assign ให้กับแผ่นพื้นทั้งหมดของชั้น
          เมื่อทำตามขั้นตอนดังกล่าวควรจะได้รูปตามด้านล่างครับ

(http://upic.me/i/eu/55_07_30_007.jpg)

ตอนนี้กลับไปดูรูป 3D กันก่อนโดยคลิ๊กปุ่ม (http://upic.me/i/hh/55_07_25_010.jpg)
จะเห็นว่าตอนนี้โมเดลของเรามีพื้นแล้วครับ ดังรูปด้านล่างเลย

(http://upic.me/i/xk/55_07_30_008.jpg)

          และขั้นต่อไปเราจะมาใส่แรงกันแล้ว โดยผมจะใส่แรงเข้าไปที่ฐานข้อมูลชั้นดังรูปด้านบนนี่แหละ แล้วค่อย Copy ข้อมูลทั้งหมดไปอีกชั้นนึง แล้วค่อยมาวาด Shear Wall ที่มันยังเป็นแค่ 3 ด้านอยู่ให้ครบ 4 ด้านในชั้นแรกครับ
          ไปเริ่มใส่แรงกันเลยโดยการไปกำหนดแรงที่ต้องการใส่ขึ้นมาก่อนแล้วค่อยนำมา Assign ให้กับ Model โดยเข้าไปที่เมนู Prop Table > Loads > Surface.. (ในโมเดลนี้ผมจะใส่แค่ Surface Load เพราะจะได้เร็ว ส่วนที่เหลือลองใส่กันดู ไม่ยาก) และควรจะได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/wu/55_07_30_009.jpg)

          ตั้งค่าตามรูปและกด Add หรือทำดังนี้
                    ในช่อง Label = Floor (ใส่อะไรก็ได้ เป็นแค่การตั้งชื่อ)
                    Dead Load = 300 (แรงกระทำกับโครงสร้าง)
                    Mass Dead Load = 300 (ใส่มวลสำหรับการวิเคราะห์แรงแผ่นดินไหว)
                    และกด Add และก็กดปิดหน้าต่างนี้ไป
          (ในตัวอย่างนี้ผมใส่ แค่ Dead Load นะครับ ที่จริงมันควรมี Live Load อีกลองไปใส่กันลองดู ก็คำแบบเดิม (เปลี่ยน Label และ Load) และก็กด Add ก็เท่านั้น)
          เสร็จแล้วไปทำการ Assign Load ให้กับ Model ครับ ทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Layout > Load > Surface Load (สำหรับผมจะว่างมาให้กดแค่อันเดียว ถ้าคนอื่นเพิ่ม Load แบบอื่นมันก็จะมี Load ชนิดอื่นให้กดเพิ่มครับ) และควรได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/j7/55_07_30_010.jpg)

          กดเลือก Floor ตามเครื่องหมายชี้สีแดงที่ผมทำขี้น และตามด้วยกด Whole Floor เพื่อ Assign Loads (Floor) ให้กับ Floor ทั้งชั้น จะได้รูปของชั้นดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/9k/55_07_31_001.jpg)

          ทีนี้เรามาเรียนรู้การ Copy ชั้นข้อมูลกัน โดยสิ่งที่ผมจะทำ Copy ชั้นข้อมูลจากชั้น 2nd ที่เราเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อซักครู่ไปสู่ชั้น 3rd และ roof ตามลำดับ
          เรามาเริ่มกันที่ เพิ่มชื่อชั้นข้อมูล (Floor Type) 3rd และ roof ขึ้นมาอีกเพราะของเดิมที่ตั้งไว้มีแค่ 2nd  ซึ่งทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Layout > Type > Select.. และเพิ่ม ชื่อฐานข้อมูล (Floor Type) ให้ได้ดังรูปด้านล่าง และปิดหน้าต่างไป

(http://upic.me/i/gr/55_07_31_002.jpg)

          หลังจากปิดหน้าต่างด้านบนควรที่จะกลับมาที่หน้าจอหลัก และเปลี่ยน Floor Type จาก 2ndไปเป็น 3rd ดังรูปด้านล่าง และควรจะได้หน้าต่างที่ว่างเปล่า เพราะเรายังไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย

(http://upic.me/i/cs/55_07_31_003.jpg)

          จากนี้ผมจะเรียก “Floor Type” แทนคำว่าชั้นข้อมูลนะครับ หลังจากเปลี่ยน Floor Type มาเป็น 3rd แล้วเริ่มทำการ Copy โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Type > Copy.. และก็จะได้หน้าจอดังรูปด้านล่าง โดยตั้งค่าดังนี้
          Copy From เลือก 2nd (เพราะเราจะเลือก Copy จากชั้นสอง)
          Select Items เลือก All (เลือก Copy เอามาทุกอย่างเลย) และกด Ok ไป

(http://upic.me/i/hf/55_07_31_004.jpg)

          และดูผลลัพธ์ครับ จะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เราได้สร้างขึ้นที่ชั้น 2nd ถูก Copy มาแล้วครับ ซึ่งเรายังไม่พอแค่นั้นลอง Copy อีกคราวนี้ Copy ไปที่ชั้น Roof ซึ่งก็ทำแบบเดียวกันนั่นแหละครับ โดยเปลี่ยน Floor Type ไปที่ roof ก่อน (จะได้หน้าจอว่างๆ) และไปที่ Layout > Type > Copy และเลือกเหมือนเดิมตามด้วยกด Ok
          ถึงขั้นนี้เพื่อนควรจะได้ Floor Type 3 แบบที่มีข้อมูลแล้วนั่นคือ 2nd , 3rd และ Roof
          คราวนี้เราลองมาแก้ข้อมูลที่ชั้น 2nd กันดู โดยเปลี่ยน Floor Type ไปเป็น 2nd ดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/c7/55_07_31_005.jpg)

          หลังจากเปลี่ยน Floor Type มาเป็น 2nd แล้ว เราก็เริ่มลบคานใน Line C ช่วงระหว่าง 2-3 (คานหน้าลิฟท์) ออก โดยคำสั่ง Layout > Beam > Delete และตามด้วยวาด Shear Wall ในตำแหน่งคานที่ลบไปโดยคำสั่ง Layout > Wall > Add On-grids (ตั้งค่าแบบเดิมในกระทู้บนๆ) เราก็จะได้หน้าตาโมเดลชั้น 2nd ตามรูปด้านบน (ตอนนี้กล่องลิฟท์ด้านล่างถูกปิดเป็น 4 เหลี่ยมแล้ว)
          จากนั้นเหลือหลังหลังคาครับที่ชั้น Roof น้ำยังรั่วอยู่เพราะเราเจาะช่องลิฟไว้ ซึ่งเราจะตามไปลบ Slab Opening(ช่องลิฟท์) ออก เบื้องต้นเปลี่ยน Floor Type ไปเป็นชั้น Roof และลบช่องเปิด (เส่นสีเหลืองที่อยู่ตรงกล่องลิฟท์) โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Slab > Slab Opening ในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมาใหม่ให้เลือกอ็อปชั่น Delete Fence ดังรูปด้าล่าง

(http://upic.me/i/if/55_07_31_007.jpg)

          หลังจากนั้นคลิ๊กเลือกช่องเปิดทั้งหมดในชั้น Roof และออกจากคำสั่ง และควรได้ข้อมูลดังรูปด้านล่าง (ให้มันขึ้นลาย Hath โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Slab > Deck Assign และเลือกอ็อปชั่น Show )

(http://upic.me/i/zd/55_07_31_006.jpg)

          เอาล่ะตอนนี้เราพร้อมที่จะเอาฐานข้อมูลทั้งหมดที่เราสร้างมาทำการเรียงกันขึ้นเป็นชั้นแล้ว (จำกันได้ไหมว่าทำยังไง) ซึ่งเราจะใช้คำสั่งควบคุมที่ชื่อว่า Story Data ที่อยู่ตรงเมนูบาร์ด้านบน จะขึ้นหน้าต่างดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/gn/55_07_31_009.jpg)

          จากรูปด้านบนเราจะสร้างชั้นแรกจำนวน 1 ชั้น (เราสร้าง 2nd เอาไว้แล้ว) และสร้างชั้น 2,3,4 โดยใช้ Floor Type เป็น 3rd และปิดท้ายด้วย Roof ดังนี้ (เริ่มจากของเดิมที่มี 2nd อยู่แล้ว)

          1.   Label = 3 , Floor Type = 3rd , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          2.   Label = 4 , Floor Type = 3rd , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          3.   Label = 5 , Floor Type = 3rd , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          4.   Label = Roof , Floor Type = Roof , Fit to Fit Height =3.00 กด Add
          เมื่อเสร็จควรจะได้ตามรูปด้านล่าง และกด Ok เพื่อปิดหน้าต่าง

(http://upic.me/i/kh/55_07_31_010.jpg)

          ลองกลับไปดูรูป 3D ครับโดยการกดปุ่มตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/hh/55_07_25_010.jpg)

          ก็จะได้โมเดลหน้าตาแบบในรูปด้านล่างนี่แหละครับ

(http://upic.me/i/4g/55_07_31_011.jpg)

          อาทิตย์นี้พอแค่นี้ก่อน อาทิตย์หน้าผมจะตรวจสอบว่าที่เราวาดเนี่ยมันมี Error ไหม , ลองเพิ่มจำนวนชั้นดู และวาดฐานรากเพิ่มครับ


                   ///////////////////////////////////////////////////////////





หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ สิงหาคม 01, 2012, 01:16:57 PM
          หลังจากที่เรามีโมเดลแล้ว ต่อไปเราจะมาตรวจสอบโมเดลกันว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอสำหรับที่จะทำการ Design ในโมดูลอื่นหรือไม่ โดยใช้คำสั่ง
 Data Check
          เข้าทำการเรียกใช้คำสั่งโดยเข้าไปที่เมนูบาร์ Integrity > Data Check และหลังจากคลิ๊กควรจะปรากฏหน้าต่างดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/8g/55_08_01_001.jpg)

          จากรูปด้านบนจะเห็นว่ามีอ็อฟชั่นให้เลือกอยู่ 3 ตัว นั่นคือ
          1.   Gravity Only = ตรวจสอบชิ้นส่วนที่รับแรงในแนวดิ่งเท่านั้น (ชิ้นส่วนสีฟ้า)
          2.   Frame Only = ตรวจสอบชิ้นส่วนที่รับแรงทางด้านข้างเท่านั้น (ชิ้นส่วนสีแดง)
          3.   Integrated = เลือกตรวจสอบทั้งคู่

          ในที่นี้เราเลือกตรวจสอบทั้งหมด โดยเลือกอ็อฟชั่นที่ 3 และก็กด Ok รอดูหวยออกครับ เครื่องของผมปรากฏว่า ไม่มี error มีแต่ Warning (เพียบ)
 207 ตัว ตามรูปด้านล่าง (กำ…..)

(http://upic.me/i/96/55_08_01_002.jpg)

          จากรูปด้านบน จะเห็นได้ว่าตัวโปรแกรมแจ้ง Warning ส่วนใหญ่เป็น “ no member size” คือเราลืม Assign size ให้กับเสาและคานครับพี่
น้อง!! (ผมลืมใส่เอง ขออภัยเป็นอย่างสูง แบบว่าพอเขียนหลายอาทิตย์เข้ามันก็เลยลืม) ซึ่งเราจะต้องแก้ไขก่อน ไม่งั้นจะไม่สามารถไปออกแบบในโมดูลอื่น
ได้
          วิธีแก้ก็คือเข้าไปทำการ Assign size ให้กับเสาและคานตามที่ warning มันเตือนมาครับ
          ตัวอย่าง การดูว่าจะแก้ยังไง และแก้ที่ชิ้นส่วนไหน และจะหาชิ้นส่วนนั้นได้ยังไง

          ขั้นที่ 1 ให้อ่าน Warning ที่โปรแกรมแจ้งมาตัวอย่างใน warningที่ 1ซึ่งปกติจะประกอบไปด้วย ปัญหาและข้อมูลของปัญหา และลงท้ายด้วยวิธี
แก้ไขเสมอ โดยสังเกตุดังนี้
          บรรทัดแรก = Warning 1 – Concrete Column #28 has no member size assigned on layout Type 2nd.
          บรรทัดที่สอง = Detected at coordinates ( m)   (0.000 , 0.000)
          บรรทัดที่สาม = User Action ; Assign size for this column. Either in the modeler or in a design mode.

          บรรทัดแรก =แจ้งว่า เสาคอนกรีตหมายเลข 28 ไม่มี size ที่ Floor type = 2nd ตรงนี้ให้จำเอาไว้เพราะเราจะเอาไว้ใช้ค้นหาชิ้นส่วนที่มีปัญหา
          บรรทัดที่สอง = ......... อันนี้คือพิกัดแต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์
          บรรทัดที่สาม = อันนี้เป็นวิธีแก้ที่โปรแกรมแนะนำ เราก็แค่ทำตามครับไม่มีไรมาก

          ขั้นที่ 2 ทำการค้นหาเป้าหมายที่มีปัญหาแล้วก็แก้ซะโดยใช้คำสั่ง Find Member ช่วยในการค้นหาว่าชิ้นส่วนที่ว่านั้นมันอยู๋ไหนทำได้โดย (ตอนนี้รู้
แล้วว่าเสาเบอร์ 28 อยู่ Floor Type 2nd มีปัญหาเกี่ยวกับไม่มีขนาด) เราก็คลิ๊กที่ปุ่ม (http://upic.me/i/vf/55_08_01_003.jpg)
          และเราก็จะได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง และใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา และแก้ซะ

(http://upic.me/i/tp/55_08_01_004.jpg)

          ขั้นที่ 3 ทำการแก้ปัญหา ในที่นี้คือเสาไม่มี size
          การแก้ปัญหาก็จะมีทั้งหมดอยู่ 3 ขั้นตอนหลักๆเท่านี้แหละครับ แต่สำหรับโมเดลนี้ การแจ้งเตือนทั้งหมดคือ Member ไม่มี Size เราก็จะทำการแก้ที
เดียวเลย ดังนี้
          1.   ปรับให้หน้าจอแสดง Size โดยเข้าไปที่ Option > Show size
          2.   Assign size ให้กับคานทุก Floor Type โดยเปลี่ยน Floor type ไปเป็น 2nd และเลือก Layout > Beam > Assign size และในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา เลือก B250x500 (ขนาดที่ทำขึ้นเมื่อครั้งก่อน)และเลือก Fence และเลือกครอบทั้งหมดของโมเดล (ถึงจุดนี้ควรจะเห็นขนาดโชว์ที่หน้าจอแล้วตามรูปด้านล่าง)

(http://upic.me/i/p7/55_08_01_005.jpg)

          3.   ทำการ Assign size ให้กับชั้น (Floor Type) 3rd และ Roof ด้วยวิธีเดียวกันกับข้อที่ 2 (ตอนนี้คานทุกชั้นควรมีขนาดโชว์)
          4.   ทำการ Assign size ให้กับเสาในทุก Floor Type โดยเปลี่ยน Floor Type ไปเป็น 2nd และเลือก Layout > Column > Assign
 size และในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา ในColumn Type เลือก Standard Column ใน Labelเลือก C250x250 และเลือก Fence และคลิ๊กเลือกครอบ
ให้กับเสาที่เป็นสีฟ้า แล้วคลิ๊กขวาเพื่อกลับมาหน้าต่างเดิม เลือก Label เป็น C300x350 และเลือก Fence และคลิ๊กเลือกครอบให้กับเสาที่เป็นสีแดง
          5.   ทำการ Assign size ให้กับชั้น (Floor Type) 3rd และ Roof ด้วยวิธีเดียวกันกับข้อที่ 4 (ตอนนี้เสาทุกชั้นควรมีขนาดโชว์)
          6.   เข้าไปดูในโหมด 3D โดยคลิ๊ก(http://upic.me/i/hh/55_07_25_010.jpg)
                และไปปรับให้ Member โชว์ขนาด โดยเข้าไปที่ View > Member… และเลือกเช็คบอค ให้โชว์ Label ในทุกชื้นส่วน ตามตัวอย่าง
ในรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/rn/55_08_01_007.jpg)

          และหลังจากนั้นควรจะเห็นโมเดลดังรูปด้านล่าง (มี Label กำกับ) เสร็จแล้วกดปิดหน้าต่างนี้ไป

(http://upic.me/i/26/55_08_01_006.jpg)

          ตอนนี้ลองกับไป Check Error อีกครั้งโดยเข้าไปที่ Integrity > Data check เลือก อ็อฟชั่นที่ 3 และ Ok ควรจะเห็นว่าไม่มี Error หรือ
 Warning แล้ว ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/r5/55_08_01_008.jpg)

                //////////////////////////////////////////////////////////////////////////







หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ สิงหาคม 09, 2012, 04:08:13 PM
          หลังจากที่เรามีโมเดลที่พร้อมจะนำไปออกแบบแล้ว (ไม่มี Error แต่ยังไม่มีฐานราก) เรามาลองเพิ่มจำนวนชั้นเข้าไปให้กับโมเดลของเรากัน
และค่อยวาดฐานรากเพิ่มเข้าไป
          ทำแล้วไม่ต้องเซฟนะครับ (หรือเซฟไฟล์เก่าเอาไว้ก่อน) เพราะเราจะใช้โมเดลเดิมไปออกแบบต่อ (ชั้นมันเยอะเดี๋ยว Error เยอะ ขี้เกียจแก้)
          เรามาเริ่มกันที่เข้าไปเล่นกับกับการเพิ่มหรือลดจำนวนชั้นของโมเดล โดยการใช้คำสั่ง Story Data จากเมนูบาร์ด้านบน (กดปุ่ม) จะได้หน้าต่าง
ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/y7/01001.jpg)

กดปุ่มตามรูปด้านบนควรจะได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/l8/vy001.jpg)

          จากรูปด้านบนลองสังเกตุการเรียงชั้นของโมเดลที่ประกอบกันเข้าเป็นโมเดล 3 มิติ โดยดูจากกรอบข้อมูลด้านล่างของหน้าต่าง โดยเรียงจาก
คอลัมล์ซ้ายไปขวาดังนี้
                    1.   Level แสดงจำนวนชั้นทั้งหมดที่โมเดลมี (มันจะนับของมันเอง)
                    2.   Story Label ตั้งชื่อชั้น (ตั้งเป็นอารัยก็ได้ ปกติจะตั้งให้สัมพันธ์กับข้อมูลชั้น)
                    3.   Floor Type แสดงชื่อฐานข้อมูลที่ใช้กับชั้นนั้นๆ เปลี่ยนได้โดย คลิ๊กที่ชั้นที่ต้องการเปลี่ยน และเลือกเปลี่ยน Floor Type
                        (จากกล่องข้อมูล Floor Type) และกดปุ่ม Change
                    4.   Height แสดงความสูงระหว่างชั้น
                    5.   Splice ....

          ตอนนี้เรามาลองเพิ่มจำนวนชั้นเข้าไปซัก 4 ชั้น (ลองดู) โดยการคลิ๊กเข้าไปที่ Level 3 (ดังรูปด้านบน) ลองเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังนี้
                    Story label = A1
                    Floor Type = 3nd
                    Fit to Fit Height = 1 (ตั้งใจจะเอาให้เห็นภาพเฉยๆ ว่าชั้นไหนที่ถูกเพิ่มเข้าไป)
                    และกด Add ไป 4 ครั้ง (เพิ่ม 4 ชั้น และเปลี่ยน Story Label เป็น A2 ,A3 และ A4 ตามลำดับ) หลังจากนั้น กดปุ่ม (http://upic.me/i/hh/55_07_25_010.jpg)เพื่อดูรูป 3 มิติ จะได้รูปโมเดลที่ถูกเพิ่มชั้นแล้วดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/e3/us001.jpg)

          จากรูปด้านบนจะเห็นว่าชั้นที่เพิ่มเข้าไปเป็นชั้นที่มันสูงแค่ 1 เมตร ซ้อนกันอยู่นั่นแหละครับ และถ้ามีการแก้ไขที่ฐานข้อมูล (Floor Type)
ทุกชั้นที่ใช้ฐานข้อมูลนั้น จะเปลี่ยนเองโดยอัตโนมัต (แก้คาน เสา วัสดุ แรงกระทำ)
          หลังจากนั้นเซฟไฟล์เอาไว้ก่อน (กันพลาด) และลองเข้าไปลดหรือเพิ่มชั้น ลองเปลี่ยนการเรียงดู ว่ามันทำงานแบบไหนและไม่ต้องเซฟนะครับ
หรือ save as. เป็นชื่ออื่นไปเลย  
          หลังจากนั้นเปิดไฟล์เก่าขึ้นมา เพื่อเริ่มวาดฐานรากครับ (รอครั้งหน้าครับ)

                    //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ สิงหาคม 16, 2012, 01:11:28 PM
          สัปดาห์นี้เรามาต่อกันที่การวาดฐานรากครับ เพราะโมเดลที่เราสร้างกันมานั้นมันยังไม่มีฐานรากกันเลย (ยังไม่ครบเครื่อง) ให้เพื่อนๆ
เริ่มต้นวาดจากไฟล์เก่านะครับ ไฟล์ที่ยังมีแค่ 5 ชั้นตามรูปด้านล่าง (อาทิตย์ก่อนที่บอกว่าทำแล้วไม่ต้องเซฟนั่นแหละครับ)

(http://upic.me/i/a2/55_08_16_001.jpg)
          เริ่มต้นจากไฟล์ข้างบนนี้นะครับ แบบที่หลายๆชั้นแบบที่ลองทำกันเล่นๆอาทิตย์ก่อนนั้นไม่เอา

(http://upic.me/i/f8/55_08_16_002.jpg)
รูป 3 D ที่เห็นด้านบน ( รูปแรกของกระทู้ )นั้นทำได้โดยการปรับ Story Data ให้เป็นเหมือนดังรูปด้านบน

          หลังจากนั้นเรามาเริ่มวาดฐานรากกันเลยครับ โดยเริ่มจากเข้าไปในโมดูล RAM Modeler และปรับ Floor Type> 2nd (ที่ปรับมา
ชั้นนี้เพราะเราจะวาดฐานรากอยู่ที่ชั้นแรก แต่ถ้าใครอยากลองความแปลกใหม่ ลองไปวาดอยู่ที่ชั้นหลังคาก็ได้ครับไม่ว่ากัน) และก่อนที่จะเริ่ม
วาด (จริงๆ) ควรจะหน้าต่างได้ดังรูปด้านล่างครับ

(http://upic.me/i/r9/55_08_16_003.jpg)

          ขั้นแรก ผมจะวาดฐานรากแบบฐานแผ่ธรรมดา ทำได้โดยเข้าไปที่เมนูบาร์ด้านบนและเลือก Layout > Foundation >
Single Column > Add จะได้หน้าต่างและตั้งค่าตามรูปด้านล่าง
          (Note : ค่าที่กำหนดก็มี ชนิดของฐานราก , กำลังคอนกรีต , กำลังของเหล็กเสริม)

(http://upic.me/i/ry/55_08_16_004.jpg)
รูปแสดงการตั้งค่าคุณสมบัติของฐานรากแบบแผ่ (Spread Footing)

          เสร็จแล้วกดปุ่ม Single เพื่อเริ่มวางตำแหน่งฐานราก โดยวางให้ได้ตำแหน่งตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/zs/55_08_16_005.jpg)
รูปแสดงการวางตำแหน่งฐานรากแบบ ฐานแผ่ (Spread)

          ขั้นที่สอง วาดฐานรากแบบวางบนเข็ม โดยคลิ๊กเมาส์ขวาเพื่อทวนคำสั่ง หรือ ไปที่เมนูบาร์เข้าไปที่คำสั่ง Layout >
Foundations > Single Column > Add (เหมือนเดิม) จะได้หน้าต่างเพื่อการตั้งค่าคุณสมบัติฐานรากแบบเดิม แต่คราวนี้ที่อ็อปชั่น
Footing Type เลือกเป็น Pile cap (ของเดิม Spread) และคลิ๊ก Single และวางตำแหน่งฐานรากให้ได้ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/y1/55_08_16_006.jpg)
รูปแสดงการเพิ่มวางตำแหน่งฐานรากแบบ ฐานวางบนเข็ม (Pile cap)

          ขั้นที่สาม วาดฐานรากแบบต่อเนื่อง (Continuous Footing) ที่เมนูบาร์เข้าไปที่คำสั่ง Layout > Foundations >
 Continuous > Add จะได้หน้าต่างและตั้งค่าตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/ug/55_08_16_007.jpg)
รูปแสดงการตั้งค่าคุณสมบัติฐานรากแบบต่อเนื่อง (Continuous Footing)

          หลังจานั้นคลิ๊กปุ่ม Add เพื่อเริ่มวางตำแหน่งฐานราก โดยคลิ๊กวางให้ได้ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/z8/55_08_16_008.jpg)
รูปแสดงการเพิ่มการวางฐานรากแบบต่อเนื่อง

          ขั้นที่สี่ วาดฐานรากแบบ Mat Foundation โดยไปที่เมนูบาร์เข้าไปที่คำสั่ง Layout > Foundations > Mat >
Geometry จะได้หน้าต่างและตั้งค่าตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/xr/55_08_16_009.jpg)
รูปแสดงการตั้งค่าคุณสมบัติฐานรากแบบ Mat Foundation
(ค่าที่ใส่คือ 0.30 ม. คือให้มันแผ่ออกมาอีกเท่ากับค่าที่เรากำหนด)

          หลังจากนั้นกด Add และคลิ๊กเมาส์ ที่ 4 มุม ของกล่องลิฟท์ที่เราได้สร้างขึ้น และควรจะได้ผลลัฟท์ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/44/55_08_16_010.jpg)
รูปแสดงการเพิ่มการวางฐานรากแบบ Mat Foundation

          และหลังจากนั้นเฉพาะฐานรากแบบ Mat Foundation เพื่อนๆจะต้องกำหนดคุณสมบัติความหนาของวัสสุที่ใช้ให้กับมันด้วย (ที่ทำ
เมื่อครู่มีแค่ Geometry ไม่มี Properties) ได้โดยเข้าไปที่คำสั่ง Layout > Foundations > Mat > Properties และจะได้หน้าต่าง
ดังรูปข้างล่าง

(http://upic.me/i/2k/55_08_16_011.jpg)

          จากรูปด้านบนที่แสดง ในช่อง Label เลือก Mat 500  (เราสร้างเอาไว้ตั้งแต่แรกในเมนู Prob Table > Decking ยังจำกันได้
ไหม) และกดปุ่ม Whole Mat และเลือกจิ้มลงไปในพื้นที่ปิดที่เป็น Mat Foundation ที่เราเพิ่งวาดไป ก็จะได้ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/y4/55_08_16_012.jpg)

          หลังจากนั้นเราลองเข้าไปดูผลงานการวาดของเราในโหมด 3D โดยกดปุ่มตามรูปด้านล่าง(http://upic.me/i/hh/55_07_25_010.jpg)

          และควรที่จะได้รูปโมเดลพร้อมกับฐานรากแบบนี้ (รูปด้านล่าง)

(http://upic.me/i/fc/55_08_16_013.jpg)

และ

(http://upic.me/i/rz/55_08_16_014.jpg)

          มาถึงตอนนี้เราก็มีโมเดลที่พร้อมที่จะนำไปออกแบบจริงๆ แล้วครับ และคงจบในส่วนของโมดูล RAM Modeler กันแต่เพียงเท่านี้
 แล้วที่เหลือก็จะเป็นโมดูลอื่นต่อไป
          คราวหน้าเราจะเริ่มสร้าง Load Case กัน โดยเราจะเข้าไปทำงานกันในโมดูล RAM Frame (วิเคราะห์แรงกระทำทางด้านข้าง)
โดยจะมาดูกันว่าใน RAM Frame มันมีเอาไว้ทำอะไรและจะต้องใช้งานมันยังไง คราวหน้าครับ.... ส่วนอาทิตย์นี้กราบสวัสดี

   
           /////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////








หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: t1t1t1t1t1t1 ที่ สิงหาคม 19, 2012, 10:12:53 AM
 ::13::ว้าววๆๆว้าาว


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ สิงหาคม 20, 2012, 09:49:19 AM
กราบสวัสดีเพื่อนๆที่เคารพรัก
          วันนี้มีของมาแจก มันคือ Tutorial ภาษาไทย ที่เจ้าของเค้าทำขึ้นและเอามาแจกลูกค้า
ผมก็เลยแจกต่อมันซะเลย  ::6:: ตาม Link ด้านล่างนะครับ

http://www.upload-thai.com/download.php?id=e107735261202f35f354b2cb1ea87f4d

          แบบว่าดูแล้วมันเข้าท่าดี ก็เลยคิดว่าถ้าเพื่อนๆลองทำตาม ก็น่าจะเข้าใจขั้นตอนการใช้งาน
โปรแกรมได้เป็นอย่างดี (หรือป่าว 555)
          ส่วนกระทู้นี้ผมก็จะเขียนสอนวิธีใช้ต่อไปให้จบจนถึงส่วนของการออกแบบในทุกโมดูล (เกือบทุกชิ้นส่วน)
และอาจจะไ้ด้ทำ review ซอร์ฟแวร์ตัวอื่นของ RAM (พร้อมโปรแกรมแจกเวอร์ชั่นไม่ถูกกฎหมาย) ซึ่งโปรแกรม
ที่ว่านั้นมันใช้ออกแบบจุดต่อเหล็ก และออกแบบพื้น (อาจจะลืมกันไปแล้วขอท้าวความหน่อย)

          และอาจรวมไปถึงซอร์ฟแว์ค่ายอื่นด้วยในอนาคตอันใกล้ (อันนี้ตัวแพงเลย รอติดตามชม)

       //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: exocet ที่ สิงหาคม 30, 2012, 04:09:05 PM
          ในอาทิตย์นี้เรามาเริ่มเข้าใช้งานกันที่โมดูล RAM Frame ซึ่งโมดูลที่ว่านี้ใช้ทำหน้าที่ วิเคราะห์แรงทางด้านข้าง
(ไม่ใช้ Gravity force ที่เราได้ใส่ไปพร้อมกับโมเดลตอนแรก) เช่น แรงลม แรงแผ่นดินไหว เป็นต้น และใช้ใส่รูปแบบ
การวิเคราะห์อื่นๆ นอกเหนือจาก Gravity force อีกด้วย (เดี๋ยวหวังว่าจะได้เห็นภาพการทำงานเอง)
          มาเริ่มกันเลยครับ โดยก่อนอื่นเริ่มต้นเปิดโปรแกรมขึ้นมา และตามด้วยเปิดไฟล์ที่ได้เซฟเอาไว้ขึ้นมา ควรจะได้หน้า
จอตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/7s/55_08_30_001.jpg)

          ให้เพื่อนๆสังเกตุที่หน้าจอตามรูปด้านบนตรงเมนู RAM Modeler ควรจะเป็นปุ่มสีเขียว นั่นแสดงว่าโมเดลสร้าง
แล้วเสร็จและพร้อมที่จะถูกใช้งานใน RAM Frame แล้ว กดปุ่มตามลูกศรสีแดงที่ชี้เลยครับ แล้วเราก็ควรที่จะเข้ามาที่
หน้าจอของโมดูล RAM Frame ตามรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/8e/55_08_30_002.jpg)

          ทำการเพิ่ม Load case ให้กับโมเดล โดยการเข้าไปที่เมนู Loads > Load cases… และควรจะได้หน้าต่าง
ดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/tn/55_08_30_003.jpg)

          จะอธิบายตามรูปข้างบนก่อนนะครับว่าสิ่งที่เห็นมันคืออะไร จากรูปด้านบนผมขอแบ่งหน้าต่างออกเป็น 3 ส่วน
          -   Label (ดูตรงช่องว่างๆบนสุด) อันนี้ไม่มีไรตามชื่อมัน
          -   Type (ตรงกลางหน้าต่าง) ใช้กำหนดหัวข้อของแรงกระทำที่จะใส่ให้กับโครงสร้าง
          -   Load list information (ช่องว่างๆ ล่างสุดนั่นแหละครับ) มันจะแสดง Load List ที่เราได้เพิ่มใส่ให้กับ
โมเดล ตอนนี้มีแค่ Dead load ที่เราใส่มาแว้วตอนสร้างโมเดล (แต่เราจะใส่เพิ่มอีก)
          ในอาทิตย์นี้เราจะมาขลุกอยู่กับการสร้าง Load case นี่แหละครับ โดยการใช้หน้าต่างด้านบนนี้แหละครับ ซึ่ง
เป็นขั้นตอนมาตรฐาน ไม่ทำก็ได้ถ้าตึกของท่านไม่ต้องการวิเคราะห์แรงทางด้านข้าง ซึ่งโมดูลนี้ใช้วิเคราะห์แรงทางด้าน
ข้างที่เกิดขึ้นกับชิ้นส่วนที่กำหนดให้สามารถรับแรงทางด้านข้างได้เป็นหลัก (เท่านั้น)

          มาสรุปกันก่อนว่าผมจะเพิ่ม Load case อะไรบ้างให้กับโมเดล
          1.   Wind load  แรงลม
          2.   Seismic แผ่นดินไหว
          3.   Dynamic การวิเคราะห์แบบไดนามิค
          4.   Notional อันนี้ไม่รู้แต่ก็ใส่ทุกครั้ง 555
          5.   User Defined story forces ผู้ใช้กำหนดเอง
          6.   Center of rigidity แสดงศูนย์กลางของริจิดดิตี้เฉยๆ ไม่มีผลเกี่ยวกับแรงที่ได้
          7.   Virtual work วิชวลเวิร์คครับ ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่(การโยก)ของโครงสร้าง (เขียนถูกรึป่าว?)

          ขั้นแรก ตามข้อที่หนึ่ง Wind Load ในหน้าต่างตั้งค่าดังนี้
          -   Label = wind load , Type = เซ็ตอ็อปชั่นไปที่ Wind และใน drop down list ทางขวาเลือก
                ASCE 7-05 / IBC 06/09 และเตรียมใจกดปุ่ม Add (ตามรูปด้านล่าง)

                (http://upic.me/i/37/55_08_30_004.jpg)

                หลังจากปุ่ม Add แล้วจะได้หน้าต่างตามรูปด้านล่าง

                (http://upic.me/i/97/55_08_30_005.jpg)

                สำหรับตัวอย่างนี้ผมจะใช้ค่า default ของโปรแกรมที่มีมาให้ ส่วนท่านใดจะลองปรับเปลี่ยนตัวแปรเพื่อ
                ให้ตรงตามข้อกำหนดไหนก็ตามสบายครับ เสร็จแล้วกดปุ่ม Ok จะได้ผลลัพธ์ตามรูปด้านล่าง (แรงได้ถูก
                ใส่มาให้แล้วครับโดย Generate ตาม Code ที่เราเลือก)

                (http://upic.me/i/a6/55_08_30_006.jpg)


          ขั้นที่สอง ตามข้อที่สอง Seismic ใช้แนวทางตามข้อที่หนึ่งและตั้งค่าตามนี้
          -   Label = Seismic , Type = เซ็ตอ็อปชั่นไปที่ Seismic และใน drop down list ทางขวาเลือก ASCE 7-05
                / IBC 06/09 Equivalent Lateral Force และกดปุ่ม Add
          -   ยอมรับค่ามาตรฐานของโปรแกรมและกด Ok
          -   ในช่อง load list information ควรจะแสดงแรง EQ_IBC…

          ขั้นที่สาม ตามข้อที่สาม Dynamic ใช้การตั้งค่าตามนี้
          -   Label = Dynamic , Type = เซ็ตอ็อปชั่นไปที่ Dynamic และใน drop down list ทางขวาเลือก
                Eigen Solution และกดปุ่ม Add
          -   ยอมรับค่ามาตรฐานของโปรแกรมและกด Ok
          -   ในช่อง load list information ควรจะแสดงแรง Eigen solution…

          ขั้นที่สี่ ตามข้อที่สี่ Notional ใช้การตั้งค่าตามนี้
          -   Label = Notional , Type = เซ็ตอ็อปชั่นไปที่ Notional และใน drop down list ทางขวาเลือก AISC 360-05/10
                และกดปุ่ม Add
          -   ยอมรับค่ามาตรฐานของโปรแกรมและกด Ok
          -   ในช่อง load list information ควรจะแสดงแรง NL_AISC…

          ขั้นที่ห้า ตามข้อที่ห้า Center of rigidity ใช้การตั้งค่าตามนี้
          -   Label = Center , Type = Center of rigidity และกดปุ่ม Add
          -   ในช่อง load list information ควรจะแสดงแรง Center of rigi…

          และหลังจากนั้นเราก็ควรที่จะได้หน้าต่างดังรูปด้านล่าง ซึ่งแสดงว่า Load ได้เพิ่มเข้ามาในโมเดลของเราแล้ว

(http://upic.me/i/gk/2555_09_03_001.jpg)

          และหลังจากนั้นกดปุ่ม OK เพื่อปิดหน้าต่างนี้ไป และเราก็จะกลับมาที่หน้าต่างหลักดังนี้ และเข้าไปที่เมนูบาร์ Process > Analyze

(http://upic.me/i/w6/2555_09_03_002.jpg)

          และหลังจากกดปุ่ม Analyze ตามด้านบนแล้ว จะปรกฏหน้าต่างน้อยๆ ดังรูปด้านล่าง

(http://upic.me/i/7f/2555_09_03_003.jpg)

          ตามรูปด้านบนกด Select All เพื่อเลือก Loads case ทั้งหมดเพื่อการวิเคราะห์เพื่อให้โปรแกรมกระจายแรงที่เราสร้างขึ้น
ให้กับชิ้นส่วนที่รับแรงด้านข้าง เพื่อนำไปออกแบบในโมดูลอื่นต่อไป และกด Ok เพื่อให้โปรแกรมเริ่มทำการวิเคราะห์

(http://upic.me/i/le/2555_09_03_004.jpg)
หลังจากเสร็จแล้วควรจะได้หน้าต่างข้างบน

          คราวหน้าเราจะยังอยู่ในโมดูลนี้แหละครับ ซึ่งจริงๆแล้วการ Add Loads case นั้นควรจะทำหลังจากที่เราทำการ Set
Criteria ให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะมาเพิ่มในส่วนของ Load  ตามขั้นตอนด้านบน แต่แบบว่ากลัวเบื่อก็เลยเอามาก่อน โดยครั้งหน้า
จะมาว่าเรื่องการเซ็ต Criteria กันครับ และอีกหลายๆอย่างที่จำเป็นที่จะต้องทำในโมดูลนี้กัน


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


      
          //////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: Paisaan ที่ กุมภาพันธ์ 23, 2013, 03:04:21 PM
ขอบคุณมากครับ ::4::


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: kittikun civil ที่ เมษายน 19, 2013, 03:14:05 PM
ท่านUSS Submarine ไฟล์ Tutorial ภาษาไทย ของท่าน exocet
ไฟล์เสียไปเเล้วคร๊าบ ถ้าไม่เป็นการรบกวน ท่านUSS Submarine อัพให้ใหม่ได้ไหมครับ n_n" ขอบคุณคร๊าบ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: USS Submarine ที่ เมษายน 19, 2013, 03:34:11 PM
ผมก็ไม่ได้โหลดเก็บไว้เหมือนกันครับท่าน kittikun civil  ::14:: เหมือนจะโดนแจ้งลบหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ครับ ผมลองหาจากที่อื่นดูก็ยังไม่เจอเหมือนกันครับ


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: kittikun civil ที่ เมษายน 20, 2013, 09:18:47 AM
คร๊าบผม ><


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: sound ที่ มิถุนายน 07, 2013, 08:03:00 AM
ดีเยี่ยม  กำลังติดตามอยู่


หัวข้อ: ตอบ: มารู้จัก RAM Structural System โปรแกรมเฉพาะทางสำหรับวิเคราะห์และออกแบบอาคาร (สูง) โดยเฉพาะ
เริ่มหัวข้อโดย: technicalsupport ที่ มิถุนายน 11, 2013, 10:12:33 AM
อัพไฟล์ Tutorial ภาษาไทยให้ครับ  ::10:: ตามนี้เลย
ท่านไม่ได้รับอนุญาตหรือลิงค์เกิดความเสียหาย