RSS

รับเหมาก่อสร้าง ซ่อมแซมอาคาร ธุรกิจขนาดเล็กที่น่าสนใจ



ในภาวะปัจจุบันการแข่งขันทางด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนับว่ามีการแข่งขันที่สูงพอสมควร ดังนั้นผู้ที่กำลังจะผันตนเองมาเป็นผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็กก็ควรที่จะหาข้อมูล ทำการวิเคราะห์ตลาด หาจุดด้อยจุดแข็งฯลฯ เพื่อที่จะได้ทำการประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้อย่างราบรื่น และสามารถยืนหยัดในวงการรับเหมาก่อสร้างได้อย่างมั่นคงเพื่อการขยายธุรกิจในอนาคตต่อไปในภายภาคหน้า ทั้งนี้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็ก ให้บริการการก่อสร้างขนาดเล็ก การซ่อมแซมและต่อเติมอาคาร งานระบบสุขาภิบาล และงานระบบไฟฟ้า เป็นต้น


วิธีการจัดตั้งและเริ่มต้นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ
-ประเภทบุคคลธรรมดา มีลักษณะเป็นกิจการที่มีเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา คนเดียวหรือหลายคน หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ ประเภทไม่จดทะเบียน ผู้ประกอบธุรกิจประเภทบุคคลธรรมดา ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
-ประเภทนิติบุคคล บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
สถานที่ยื่นขอจดทะเบียน

  • กรุงเทพฯ ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1 – 7 และส่งจดทะเบียนธุรกิจกลาง สำนักทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
  • ต่างจังหวัด ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ที่ห้างหุ้นส่วนบริษัทมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน
จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน
- ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่เกินสามคน 1,000 บาท
- ผู้เป็นหุ้นส่วนเกินสามคน ชำระเพิ่มสำหรับจำนวนในที่เกินอีก คนละ 200 บาท
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด
- จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 – 25,000 บาท
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 – 250,000 บาท


ภาษีเงินได้
-บุคคลธรรมดา ต้องยื่นขอเป็นผู้มีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต่อ สรรพากรพื้นที่ ที่ตั้งของสถานประกอบการ

  • ต้องยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีและครึ่งปี (ภ.ง.ด.90 และ 94)
  • หากมีรายได้เกิน 1,200,000 ต่อปี ต้องยื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ. 30

-นิติบุคคล ต้องยื่นขอเป็นผู้มีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต่อ สรรพากรพื้นที่ ที่ตั้งของสถานประกอบการ

  • ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล ประจำปี และ ครึ่งปี (ภ.ง.ด.50 และ 51)
  • หากมีรายได้เกิน 1,200,000 ต่อปี ต้องยื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ. 30

ภาษีป้าย ผู้ประกอบธุรกิจที่ติดตั้งป้ายใหม่ หรือแสดงป้ายใหม่ จะต้องชำระภาษีป้ายต่อเจ้าพนักงาน ภายใน 15 วัน และจะต้องยื่นชำระภาษีป้ายทุกปีที่ยังติดตั้งป้าย
สถานที่ขออนุญาต
-กรุงเทพฯ ยื่นขอ ณ สำนักงานเขต ที่ป้ายนั้นติดตั้งอยู่
-ต่างจังหวัด ยื่นขอ ณ สำนักงานเทศบาล หรือสุขาภิบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งดูแลพื้นที่ที่ป้ายนั้นติดตั้งอยู่


กฎหมายและระเบียบเฉพาะธุรกิจ
ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต้องถือปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของกระทรวงมหาดไทยและ องค์กรส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการควบคุมการก่อสร้าง ความปลอดภัยในการทำงาน การประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และ ด้านสิ่งแวดล้อม


รายละเอียดการลงทุน
ค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนเริ่มต้นจะแตกต่างกันตามขนาดและลักษณะของกิจการจากข้อมูลเฉลี่ยของการสำรวจการลงทุนเริ่มต้นของผู้ประกอบธุรกิจ จำแนกดังนี้
• ตกแต่งอาคาร เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน คิดเป็นร้อยละ 9
• เครื่องมือและอุปกรณ์ในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง คิดเป็นร้อยละ 61
• เงินทุนหมุนเวียน คิดเป็นร้อยละ 30 ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายสำนักงาน เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำประปาและ ไฟฟ้า เป็นต้น
อัตราผลตอบแทนทางการเงิน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดของธุรกิจ ความสามารถในการบริหารธุรกิจ จากการสำรวจพบว่า ผลตอบแทนที่ได้รับจากรายได้ทั้งปี ประมาณ ร้อยละ 10 ส่วนผลตอบแทนที่ได้จากเงินลงทุนทั้งหมด ประมาณร้อยละ 13 ต่อปี โดยจะได้รับเงินลงทุนทั้งหมดคืน ภายในระยะเวลาประมาณ 3 ปี


การตั้งราคาและโครงสร้างราคาที่เป็นธรรม
ปัจจัยการตั้งราคาประกอบด้วย
• ต้นทุน
• ลักษณะ และ เวลาที่ต้องปฏิบัติงาน
• ค่าบริการของบริษัทรับเหมาก่อสร้างในระดับเดียวกันในท้องตลาด


โครงสร้างราคาคำนวณโดย (ต้นทุนผันแปร + ต้นทุนคงที่จัดสรร + กำไรที่ต้องการ)
• ต้นทุนผันแปร ประกอบด้วย ค่าส่วนแบ่งช่าง ค่าวัสดุต่าง ๆ เป็นต้น
• ต้นทุนคงที่จัดสรร ประกอบด้วย ค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้าและค่าเสื่อมราคาสิ่งปลูกสร้าง เครื่องมืออุปกรณ์ เป็นต้น


การบริหารและการจัดการ
โครงสร้างองค์กรประกอบด้วยงานหลักดังนี้
1. ด้านการบริหาร รับผิดชอบด้านการเงิน บัญชี จัดซื้อ บุคคล ธุรการ ดูแลความสะอาดของร้าน ต้อนรับลูกค้า และบริหารงานทั่วไป
2. ด้านการก่อสร้าง มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการก่อสร้างตามที่ตกลงกันกับลูกค้า
3. ด้านการตลาด และการประเมินราคา มีหน้าที่รับผิดชอบในการติดต่อหาลูกค้ารวมถึงการจัดทำสัญญาและการแบ่งงวดงานเพื่อเก็บเงินจากลูกค้า


พนักงานและการอบรมพนักงาน
พนักงาน
1. ผู้ประกอบกิจการอาจมีพนักงานประจำจำนวนหนึ่งเพื่อทำงานทั่วไปของกิจการ
2. ไม่กำหนดว่าต้องมีวุฒิการศึกษา
3. พนักงานควรจะมีประสบการณ์ด้านช่างมาก่อน
การอบรมพนักงาน
ช่างผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ให้การฝึกฝนแก่แรงงาน ระหว่างปฏิบัติงานจริง


วิเคราะห์ข้อดี ข้อด้อย โอกาส และอุปสรรค
ข้อดี
1. เป็นธุรกิจที่ไม่มีความสลับซับซ้อน ผู้ประกอบกิจการไม่จำเป็นต้องมีความรู้สูง
2. มีสถานศึกษาด้านวิชาชีพและบริษัทรับเหมาก่อสร้างจำนวนมาก ซึ่งสร้างโอกาสในการฝึกฝนหาความรู้ได้มาก
ข้อด้อย
1. ช่างฝีมือดีหายากและ เข้าออกเปลี่ยนงานบ่อย
2. ใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง


โอกาสและอุปสรรค
โอกาส
1. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้ประกอบกิจการต้องปิดกิจการไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้จำนวนคู่แข่งลดลง
2. การที่สถาบันการเงินปล่อยกู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำทำให้มีการกระตุ้นการใช้บริการ
3. ความจำเป็นใช้บริการซ่อมแซมอาคารสถานที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง
อุปสรรค
1. อาคารสิ่งปลูกสร้างที่ว่างอยู่มีเป็นจำนวนมากเกินความต้องการ
2. สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้กระตุ้นงานด้านก่อสร้างไม่มากเท่าที่ควร
3. สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อทำให้ผู้ประกอบกิจการมีข้อจำกัดในการรับงานก่อสร้าง
4. การก่อสร้างต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งต้นทุนวัสดุก่อสร้างมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงบางครั้งอาจประสบปัญหาขาดทุน


ข้อเสนอแนะ
ด้านการบริหารจัดการ
1. ต้องมีความรู้พื้นฐานในธุรกิจให้บริการของตนเอง และติดตามความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
2. ต้องมีความเป็นผู้นำและพื้นฐานความรู้ด้านการบริหารจัดการ
3. ส่งเสริมและให้โอกาสพนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจในลักษณะแบ่งปันผลประโยชน์จากรายได้
4. ให้ความสำคัญกับการสรรหาและฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร
5. ให้ผลตอบแทนและสิ่งจูงใจที่เหมาะสมเพื่อให้แรงกระตุ้นในการปฏิบัติงานของพนักงาน
6. ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการบริหารหรือเสนอความคิดเห็น มีความรักและภักดีต่อองค์กร
7. ดำเนินการให้ถูกต้องต่อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
8. จัดทำแผนธุรกิจที่เหมาะสม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
9. ต้องให้ความสำคัญและเวลากับการบริหารอย่างใกล้ชิด
ด้านการตลาด
การบริการ
1. ให้บริการที่ดีและเป็นกันเองกับผู้มาใช้บริการ
2. อบรมให้พนักงานมีมารยาทในการให้บริการ
3. ปรับปรุงรูปแบบการพิมพ์ให้ดูน่าสนใจ เพื่อจูงใจให้มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก
4. สร้างตราหรือเครื่องหมายเพื่อให้ลูกค้าระลึกถึงและจดจำได้ง่าย
5. สร้างมาตรฐานด้านการให้บริการและอัตราค่าบริการ
สถานที่ให้บริการ
1. ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
2. สร้างความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ว่าจ้าง และ ผู้รับจ้าง
การส่งเสริมการขาย
1. ทำป้ายโฆษณาหน้าสถานบริการให้สะดุดตา
2. ทำโบว์ชัว แผ่นพับแนะนำบริการ แจกแก่กลุ่มเป้าหมาย
3. ลงโฆษณาในสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ สมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เป็นต้น
ด้านบัญชีและการเงิน
1. ไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายประจำมากเกินไป
2. มีโครงสร้างเงินลงทุนที่เหมาะสม ไม่ก่อภาระหนี้มากเกินไป
3. บริหารการเงินอย่างเหมาะสมให้ธุรกิจมีสภาพคล่องทางการเงินสูง
4. นำกำไรจากการดำเนินงานเป็นเงินทุนสำรองหรือสำหรับการขยายธุรกิจ
5. แยกบัญชีระหว่างธุรกิจและส่วนตัวเพื่อสามารถควบคุมและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของธุรกิจได้ถูกต้อง
6. ควรจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง
7. นำระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีมาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน

ขอรายละเอียดข้อมูลผ่านเครื่องโทรสาร หรือติดต่อสำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ โทร 0-2547-5954-5 โทรสาร 0-2547-5954
ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

Subject : รับเหมาก่อสร้าง ซ่อมแซมอาคาร ธุรกิจขนาดเล็กที่น่าสนใจ

Tags :

Comments are closed on this post.