RSS

ปัญหาในการก่อสร้าง ที่อาจส่งผลให้โครงสร้างเกิดการวิบัติ



“การวิบัติ” ในที่นี้หมายถึง การชำรุดของอาคาร หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร ซึ่งมากจนไม่สามารถจะใช้งานตามวัตถุประสงค์ได้อย่างปลอดภัย ในการออกแบบอาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่สำคัญๆ หลายประการ เช่น ความแข็งแรงของโครงสร้าง ความปลอดภัยในการใช้งาน มูลค่าการก่อสร้าง และอายุการใช้งานของอาคาร เป็นเรื่องธรรมดาที่อาคารที่ก่อสร้างจะเกิดการชำรุด การเสียหายได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้งาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะต้องรีบดำเนินการแก้ไข การวิเคราะห์หาสาเหตุ เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ตรงจุดหาไม่อาจ จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยที่ต้นเหตุของปัญหายังคงอยู่ ผู้ที่ควบคุมงานก่อสร้าง และผู้ตรวจงานก่อสร้างจึงควรต้องเข้าใจถึงสาเหตุ และการแก้ไขการวิบัติของอาคารโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

1. ข้อพิจารณาในงานก่อสร้าง งานก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กจัดว่าเป็นงานที่เกิดปัญหามากที่สุด เพราะเป็นงานที่ประกอบด้วยงานหลายชนิด คือ งานแบบหล่อ งานเหล็กเสริม และงานคอนกรีต จึงทำให้งานสลับซับซ้อน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการก่อสร้างสามารถกล่าวแยกได้ดังนี้
1.1 งานแบบหล่อ จะต้องคำนึงความสามารถในการรับน้ำหนักคอนกรีต และน้ำหนักบรรทุกที่เกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้าง จนกว่าคอนกรีตจะแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้จะต้องพิจารณาถึงระยะโก่งที่จะเกิดขึ้นหลังถอดแบบแล้ว สภาพดินที่รองรับแบบหล่อก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคอยเอาใจใส่
1.2 งานเหล็กเสริม จะเริ่มต้นตั้งแต่วัสดุต้องได้ตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในแบบ หรือหากไม่มีระบุจะต้องยึดถือมาตรฐานของ ว.ส.ท. ในการก่อสร้างจะต้องพิจารณาถึงเรื่องการงอเหล็ก ดัดเหล็ก ตำแหน่ง ระยะเรียง การต่อเหล็ก การเสริมเหล็กเพิ่มพิเศษตรงช่องเปิด เป็นต้น
1.3 งานคอนกรีต การที่ได้คอนกรีตที่ดีมีคุณสมบัติตามต้องการจะต้องดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่ก่อนเท ระหว่างเท และภายหลังจากการเท ความบกพร่องเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งอาจจะนำไปสู่การวิบัติได้

2. การก่อสร้างไม่ถูกหลักวิชาและหลักปฏิบัติ ที่นี้จะไม่กล่าวถึงการจงใจก่อสร้างไม่ตามหลักวิชา แต่จะกล่าวถึงความผิดพลาดที่เกิดจากการเช้าใจผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างที่มักพบเห็นดังต่อไปนี้
2.1 โครงหลังคาที่มีช่วงยาวๆ ที่มีการก่อผนังขึ้นไปชนบริเวณกึ่งกลางของโครงหลังคา ผนังจะร้าวเพราะการโก่งตัวของโครงหลังคาที่ถูกควรเว้นข่องบนผนังเล็กน้อย เพื่อให้โครงหลังคาได้โก่งตัวได้เต็มที่
2.2 การเทคานคอนกรีต โดยเว้นส่วนบนไว้เทพร้อมกับพื้น ซึ่งเหล็กบนจะยังไม่มีส่วนช่วยรับแรง แล้วไปถมดินภายในช่องว่างระหว่างคาน ดินจะเกิดการทรุดเพื่อให้แน่นตัว (Consolidation) ทำให้เกิดแรงฉุดคานลง ณ จุดรองรับ ซึ่งคอนกรีตจะรับแรงดึงนี้แทนเหล็กทำให้ร้าวได้
2.3 การก่อผนังขอบบนดาดฟ้า โดยไม่มีเสาเอ็น ผนังอาจพังลงมาได้
2.4 การก่อผนังอิฐบนทางเท้าไม่นานผนังจะแตกร้าวเนื่องจากทางเท้าไม่สามารถรับน้ำหนักผนังได้และจะทรุดตัวลง
2.5 สำหรับคานยื่น หรือแผ่นพื้นยื่น ที่ยื่นออกมามากๆ เวลาถอดแบบออกแล้วทิ้งค้ำยันรองรับไว้ตรงปลาย ด้วยหวังว่าจะให้ช่วยรับน้ำหนักขณะทำการก่อสร้าง แต่ในความเป็นจริงการทำเช่นนี้กลับทำให้ แรงที่กระทำต่อคานยื่น หรือพื้นยื่นนั้นกลับทิศทาง คือแทนที่จะเกิดแรงดึงข้างบน แรงอัดข้างล่าง กลับจะเกิดแรงอัดข้างบน และแรงดึงช้างล่างแทน นอกจากนี้แทนที่คานยื่น หรือแผ่นพื้นยื่นจะได้โก่งตัวลงโดยอิสระ และอยู่ตัวในที่สุดกลับเป็นว่า เมื่อถอดค้ำยันออกในภายหลังจะเกิดการโก่งตัวต่อ
2.6 การก่อผนังโดยที่มีค้ำยันรองรับคานอยู่ เมื่อก่อเสร็จแล้วถอดค้ำยันออก จะเกิดรอยร้าวตรงรอยต่อระหว่างท้องคานบนกับส่วนบนของผนังเนื่องจากคานที่รับผนังจะโก่งตัวลงเมื่อไม่มีค้ำยัน
2.7 การถอดแบบออกไม่ทั้งหมดโดยเหลือค้ำยันตรงกลางคาน หรือกลางแผ่นพื้น จะทำให้หน่วยแรงกลับทิศทาง อาจทำให้เกิดการแตกร้าวได้

3. การก่อสร้างที่ไม่เคยทำมาก่อน ลักษณะงานก่อสร้างที่ผิดแปลกไปจากธรรมดา ซึ่งจะต้องใช้เทคนิคใหม่ มีราย ละเอียดต่างๆ ที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ สำหรับในงานก่อสร้างทางทหารคงจะมีโอกาสได้เจอน้อยมากจึงไม่ขอกล่าวถึงในรายละเอียด ณ ที่นี้

4. การก่อสร้างแบบหล่อที่ไม่ถูกต้อง แบบหล่อคอนกรีต ที่ไม่แช็งแรงพอ อาจส่งผลถึงการวิบัตขององค์อาคารได้ เพราะหากค้ำยันไม่แข็งแรง หรือดินที่รองรับไม่แข็งแรงพออาจเกิดการทรุดตัวลง  ทำให้องค์อาคารที่เทไว้ทรุดตัวตาม ทำให้เกิดการวิบัติ หรือผิดรูปไป นอกจากนี้ที่พบเห็นบ่อยมาก คือแบบหล่อที่ไม่สมบูรณ์ มีรอยรั่วให้น้ำปูนไหลออกได้ ซึ่งจะทำให้เกิดโพรงในองค์อาคาร ซึ่งถ้าหากว่าโพรงใหญ่มากพอ องค์อาคารก็จะวิบัติได้

5. การก่อสร้างงานเหล็กเสริมที่ไม่ถูกต้อง งานเหล็กเสริมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ต้องคอยเอาใจใส่ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากผิดพลาดแล้ว การแก้ไขจะยากลำบากมาก ข้อผิดพลาดที่พบเห็นบ่อยๆ ได้แก่
5.1 ตำแหน่งการวางเหล็ก (ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด) ไม่ตรงตามที่แบบระบุ
5.2 การผูกเหล็กไม่แน่นหนาหรือไม่ครบทุกจุด ทำให้เหล็กหลุดไปจากตำแหน่งที่ถูกต้อง
5.3 การใส่เหล็กกลับบนลงล่าง ล่างขึ้นบน
5.4 เหล็กเสริมแผ่นพื้นที่ควรอยู่บน แต่ในขณะก่อสร้างถูกเหยียบมากๆ จนกลายไปอยู่ข้างล่างแทน
5.5 คอนกรีตที่หุ้มเหล็กหนาเกินไป หรือบางเกินไป
5.6 การใช้เศษอิฐ เศษปูน หนุนเหล็กแทนที่จะใช้ลูกปูนที่ได้มาตรฐาน
5.7 การเทคอนกรีตไม่ได้ระดับ ทำให้ต้องเทเพิ่มจนหนาเกินไป เหล็กแทนที่จะอยู่บน กลับกลายเป็นไปอยู่ตรงกลางแทน
5.8 ระยะทาบเหล็ก ต่อเหล็ก ดามเหล็ก ตลอดจนวิธีการที่ใช้ไม่ได้ตามมาตรฐาน
5.9 การต่อเหล็ก แผ่นพื้น ณ จุดรองรับ
5.10 การไม่ปฏิบัติตามที่แบบระบุ เช่น การฝากเหล็กของแผ่นพื้นแบบที่วางบนดิน (Slab on Ground) ยื่นเข้าไปในคานคอดิน ทำให้น้ำหนักแทนที่จะถ่ายลงพื้นดินเดิมตรงๆ กลับถ่ายลงคานคอดินแทน ทำให้คานวิบัติ
5.11 เสริมเหล็กพิเศษ หรือเสริมไม่ได้ตามมาตรฐานตรงบริเวณช่องเปิด
5.12 ไม่ฝากเหล็กสำหรับเสาเอ็น คานเอ็น หรือวงกบประตู หน้าต่าง ทำให้ต้องเจาะองค์อาคารในภายหลัง

Subject : ปัญหาในการก่อสร้าง ที่อาจส่งผลให้โครงสร้างเกิดการวิบัติ

Tags : ,

Comments are closed on this post.

m88 | m88 | w88 | w88 | fun88 | fun88 | happyluke | vwin | 138